Loading

เปิดมาตรการแบงก์รัฐอุ้มผู้มีรายได้น้อยเต็มสู

วันที่ : 13 กุมภาพันธ์ 2558
เปิดมาตรการแบงก์รัฐอุ้มผู้มีรายได้น้อยเต็มสูบ

     แบงก์รัฐสับสน ไม่รู้ว่าจะรายงานมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจตามนโยบายรัฐบาลกับใครแน่ โดยแหล่งข่าวจากธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ปกติธนาคารของรัฐทั้งหมดจะต้องรายงานแผนงานต่อกระทรวงการคลัง แต่ขณะนี้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็ตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ คสช.ขึ้นมา โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธานซึ่งกรรมการชุดนี้ทำงานร่วมกับ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษาเศรษฐกิจของ คสช. กรรมการชุดนี้ก็สั่งการโดยตรงให้ธนาคารมาตรการ

          นอกจากนี้ ทางกระทรวงการคลังก็ให้แบงก์รัฐเสนอมาตรการไปให้พิจารณา ทำให้คนปฏิบัติงานสับสนว่าจะต้องรายงานขึ้นตรงต่อใครกันแน่ใครกันแน่

          สำหรับมาตรการที่จะนำเสนอคณะกรรมการชุดของ พล.อ.ประวิตร ให้พิจารณานั้น ทางธนาคารอาคารสงเคราะห์เสนอมาตรการ คือ 1.โครงการสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ 2558 คิดดอกเบี้ยปีแรก 0.87% ต่อปี โดยได้ขยายวงเงินจาก 5,000 ล้านบาท เป็น 8,000 ล้านบาท

          มาตรการที่ 2 คือ โครงการบ้าน ธอส.เพื่อสานรัก ปล่อยกู้ซื้อบ้านได้ในราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท มีวงเงิน 8,000 ล้านบาท 3.โครงการสินเชื่อบ้าน ธอส.เพิ่มสุข สำหรับลูกค้าเดิมที่มีประวัติการผ่อน ชำระดีจะได้รับสิทธิกู้เพิ่มเพื่อซื้อเฟอร์นิเจอร์ มีวงเงิน 2,500 ล้านบาท 4.โครงการบ้านเอื้ออาทร วงเงิน 2,000 ล้านบาทและ 5.โครงการ สินเชื่อผู้มีรายได้น้อยเพื่อลดความเหลื่อมล้ำอีก 5,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการใหม่

          สำหรับธนาคารออมสินเตรียมมาตรการ คือ 1.โครงการสินเชื่อประชาชน ที่ให้วงเงินกู้เพิ่มเติมกับลูกค้าที่มีประวัติการชำระหนี้ดี 12 เดือนติดต่อกัน

          2.โครงการออมสู่ฝัน สำหรับลูกค้ามีประวัติการฝากเงินหรือออมเงินมาก่อนอย่างต่อเนื่อง จะได้รับการพิจารณาปล่อยกู้พิเศษ

          3.โครงการสินเชื่อประชาชนสุขใจ ซึ่งเป็นการร่วมมือระหว่างออมสินและบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) โดย บสย.เป็นผู้ค้ำประกันให้รายละไม่เกิน 2 แสนบาท

          4.โครงการสินเชื่อสวัสดิการ เป็นสินเชื่อเพื่อเป็นทุนประกอบอาชีพ หรือเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอาชีพ หรือเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ เน้นปล่อยกู้พนักงานรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานของรัฐ รายละไม่เกิน 2 แสนบาท

          ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน คาดว่า ในเบื้องต้นโครงการสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันจะปล่อยกู้ในอัตราดอกเบี้ย 0.5-0.75% ต่อเดือน ซึ่งถือว่าต่ำกว่าการกู้เงินนอกระบบที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยไม่ต่ำกว่า 10% ต่อเดือน

          ทางด้านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะช่วยเหลือกลุ่มลูกค้าของธนาคาร ที่เดือดร้อน เช่น กลุ่มลูกหนี้ที่เป็นหนี้ค้างชำระเกิดจากเหตุผิดปกติ ได้แก่ เสียชีวิต เลิกประกอบอาชีพการเกษตร กลุ่มที่มีปัญหาจาก การประกอบอาชีพ ได้แก่ ไม่มีน้ำ ทำนาปรัง กลุ่มที่ประสบปัญหา ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำผิดปกติ โดยจะใช้วิธีการปรับโครงสร้าง ทั้งการขยายระยะเวลาผ่อนชำระหนี้ รวมถึงฟื้นฟูอาชีพเพื่อให้ช่วยเหลือแบบยั่งยืน จะมีโครงการต่อ ยอดกองทุนหมู่บ้าน และสถาบันการเงินชุมชนที่เข้มแข็ง

          วิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง กล่าวว่า ได้มอบนโยบายให้ ธอส.ยังคงเน้นเรื่องการปล่อยกู้เพื่อให้คนมีรายได้น้อยมีบ้านเป็นของ ตัวเอง แต่เนื่องจากราคาบ้านและ ที่ดินในกรุงเทพฯ ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งขณะนี้สั่งการให้ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ทำการสำรวจราคาที่พักอาศัย เพื่อนำข้อมูลมาเสนอกระทรวงการคลังเรื่องปรับราคาเป้ากู้ซื้อบ้านกลุ่มเป้าหมาย จากปัจจุบันเน้นปล่อยกู้ซื้อบ้านที่มี ราคา 1.5 ล้านบาท อาจจะขยับราคาขึ้นแต่ให้คงกลุ่มเป้าหมายเดิม รวมทั้งให้ขยายฐานลูกค้าปล่อยกู้ซื้อบ้านในกลุ่มผู้ใช้แรงงานในเขตอุตสาหกรรมและเขตเศรษฐกิจพิเศษ

          นอกจากนี้ ยังเสนอให้ ธอส.หันมาปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการ รายย่อยที่กู้เพื่อนำไปทำที่พักอาศัยราคาไม่แพง รวมถึงกู้เพื่อนำไปสร้าง แฟลต อพาร์ตเมนต์ ในวงเงิน ไม่เกิน 20 ล้านบาท/ราย เพราะถือว่าเป็นการส่งเสริมให้คนมี ถือว่าเป็นการส่งเสริมให้คนมี รายได้น้อยมีที่พักอาศัยในทางอ้อม ซึ่งในปัจจุบันยังมีความต้องการ สร้างอพาร์ตเมนต์และแฟลต ตามแนวรถไฟฟ้าเกิดใหม่ชานเมือง จึงเชื่อว่าการสนับสนุนสินเชื่อกลุ่มนี้มากขึ้นจะทำให้คนมีรายได้น้อยมีที่พักอาศัยมากขึ้น

ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ