Loading

การเคหะแห่งชาติ พัฒนายั่งยืน สร้างบ้านพร้อมสังคมน่าอยู่

วันที่ : 12 กุมภาพันธ์ 2558
การเคหะแห่งชาติ พัฒนายั่งยืน สร้างบ้านพร้อมสังคมน่าอยู่

          ด้วยภารกิจหลักการพัฒนาและจัดสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชนทุกระดับรายได้ โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางตลอดจนการดำเนินภารกิจเพื่อสังคม อันเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนเพื่อให้เป็นชุมชนน่าอยู่อย่างยั่งยืน

          นับจากเริ่มก่อตั้ง การเคหะแห่งชาติหน่วยงานรัฐวิสาหกิจภายใต้การบริหารงานของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2516 ในโอกาสครบรอบ 42 ปีการเคหะแห่งชาติยังคงมุ่งมั่น พัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม

          กฤษดา รักษากุล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า การเคหะแห่งชาติได้กำหนด 6 ยุทธศาสตร์หลักที่จะทำให้องค์กรบรรลุเป้าหมายตามพันธกิจและนโยบายของรัฐบาลที่ได้รับมอบหมาย ประกอบด้วย ยุทธศาสตร์ที่1 การพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางและกลุ่มเป้าหมายเฉพาะตามนโยบายรัฐบาล ยุทธศาสตร์ที่ 2 บริหารจัดการและพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งสามารถพึ่งพาตนเองได้ ยุทธศาสตร์ที่ 3 เสริมสร้างสมรรถนะและประสิทธิภาพการพัฒนาเมือง ยุทธศาสตร์ที่ 4 บริหารจัดการทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ยุทธศาสตร์ที่ 5 ศึกษาวิจัยนวัตกรรมด้านที่อยู่อาศัยที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าและเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและยุทธศาสตร์พัฒนาระบบการบริหารจัดการและพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มีสมรรถภาพพร้อมแข่งขัน โดยดำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์ การเคหะแห่งชาติเป็นองค์กรสมรรถนะสูง ด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัย ชุมชนและเมือง เพื่อความมั่นคงทางสังคมด้วยการส่งเสริมบุคลากรให้มีวัฒนธรรมองค์กรที่ดีงาม ปลูกฝังค่านิยมให้ผู้ปฏิบัติงาน พร้อมเป็นผู้ให้ มีใจเปิดกว้าง สร้างสุขลูกค้า ธรรมาโปร่งใส ใส่ใจในงาน รักการเรียนรู้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของพันธกิจองค์กร

          การดำเนินงานจึงคำนึงถึงความต้องการของประชาชน ไม่ใช่เพียงแค่สร้างบ้านที่เป็นตัวอาคาร แต่เป้าหมายหลักคือ การสร้างบ้านพร้อมด้วยสังคมที่น่าอยู่ สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เพื่อความสุขของประชาชนอย่างยั่งยืน

          นับจากปีพ.ศ.2519 ถึงเดือนธันวาคม 2557 การเคหะแห่งชาติพัฒนาที่อยู่อาศัยรวมทั้งสิ้น 709,256 หน่วย ประกอบด้วย โครงการเคหะชุมชน 142,103 หน่วย โครงการแก้ไขปัญหาชุมชนแออัด 233,964 หน่วย โครงการบ้านเอื้ออาทร 275,625 หน่วย โครงการเคหะข้าราชการ 50,107 หน่วย โครงการแก้ไขวิกฤติอสังหาริมทรัพย์ 258 หน่วย โครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยภาคใต้ 845 หน่วย โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับมหาวิทยาลัยราชภัฏ 2,374 หน่วย และโครงการพิเศษ/บริการชุมชน 3,980 หน่วย

          ในก้าวต่อไปของการดำเนินงาน การเคหะแห่งชาติได้คัดสรรทำเลดี มีศักยภาพสูงทางการตลาด นำมาสรรค์สร้างที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง ภายใต้ โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุดที่ 1 ปี พ.ศ.2557 จำนวน 38 โครงการ รวมทั้งสิ้น 16,146 หน่วย ทั้งกรุงเทพฯ ปริมณฑลและภูมิภาคซึ่งการออกแบบโครงการเน้นการอยู่อาศัยน่าอยู่น่าสบายอย่างยั่งยืน เปิดพื้นที่โล่ง เพิ่มพื้นที่สีเขียวในชุมชน พร้อมด้วยองค์ประกอบชุมชน ครบครันทั้งระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ โดยเปิดให้ผู้ที่สนใจจองโครงการฯ ระหว่างปลายเดือนกันยายน 2557 ถึงเดือนมกราคม 2558 มียอดขายรวมทั้งสิ้น 7,621 หน่วย ทั้งนี้จะจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่องในงาน "เคหะพลัส" ระหว่างวันที่ 5-11 มีนาคม 2558 ณ ห้างสรรพสินค้า เดอะมอลล์ บางกะปิ, เซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่, เซ็นทรัล เฟสติวัล ภูเก็ต, ศูนย์ขาย/สำนักงานขาย และสำนักงานเคหะชุมชน ณ ที่ตั้งโครงการ

          ส่วนแผนการดำเนินงานในอนาคตเตรียมจัดทำ โครงการอาคารเช่าสำหรับประชาชน เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่ไม่สามารถซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองได้ โดยปี 2558-2560 มีเป้าหมายดำเนินการจัดสร้างเป็นอาคารพักอาศัยประเภทเช่า ประมาณ 10,000 หน่วยทั่วประเทศ มีสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยที่ดี ในระดับราคาที่รับภาระได้ ขนาดห้องพัก 28 ตารางเมตรและ 32 ตารางเมตร ขณะนี้ได้รับความเห็นชอบในหลักการจากคณะกรรมการการเคหะแห่งชาติแล้ว และอยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

          " ปัจจุบันประเทศไทยมีความต้องการที่อยู่อาศัยประเภทเช่าเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมีครอบครัวเกิดขึ้นใหม่จำนวนมาก บางครอบครัวมีความต้องการที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง แต่ไม่มีกำลังซื้อมากพอ รวมถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำงานก็มองหาที่อยู่อาศัยใกล้ที่ทำงาน แต่อาจจะยังไม่สามารถซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองได้ เนื่องจากการซื้อบ้านมีต้นทุนค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงจึงจัดทำโครงการอาคารเช่าให้ได้มาตรฐานในทำเลที่คัดสรรเป็นอย่างดี เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน ส่งเสริมให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยเชื่อมั่นว่าผู้ที่มาเช่าบ้านของการเคหะแห่งชาติจะรู้สึกมั่นคงเหมือนเป็นเจ้าของบ้านเอง"

          การพัฒนาที่อยู่อาศัยตามเส้นทางโครงข่ายระบบไฟฟ้าขนส่งมวลชน เป็นอีกโครงการคุณภาพที่การเคหะแห่งชาติประสานความร่วมมือกับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยรองรับผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางที่ต้องการที่อยู่อาศัยใกล้เส้นทางรถไฟฟ้า สะดวกต่อการเดินทาง ประหยัดค่าใช้จ่าย โดยได้จัดทำแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัย ตามเส้นทางโครงข่ายระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน พ.ศ.2558-2572 ภายใต้แผนการขนส่งมวลชนระบบรางในเขตพื้นที่กรุงเทพฯและพื้นที่ต่อเนื่องของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งจราจร (สนข.) ซึ่งการเคหะแห่งชาติกำลังศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการเชิงลึกจำนวน 7 พื้นที่ ประกอบด้วย ที่ดินของการเคหะแห่งชาติ 4 พื้นที่ คือ ลำลูกกา คลอง 2 (รถไฟฟ้าสายสีเขียว), ประชานิเวศน์ 3 (รถไฟฟ้าสายสีชมพู), เคหะชุมชนบางปู (รถไฟฟ้าสายสีเขียว) และเคหะชุมชนร่มเกล้า (รถไฟฟ้าสายสีส้ม) ส่วนที่ดินของ รฟม. มี 3 พื้นที่ คือ บริเวณพื้นที่จอดแล้วจร มีนบุรี (รถไฟฟ้าสายสีส้ม), บริเวณพื้นที่จอดแล้วจร บางปิ้ง (รถไฟฟ้าสายสีเขียว) และบริเวณสถานีศูนย์ซ่อมบำรุงคลองบางไผ่ (รถไฟฟ้าสายสีม่วง) ผลการศึกษาคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2558

          ส่วน โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดงการเคหะแห่งชาติ ได้ทำการศึกษาความเหมาะสม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งด้านคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย กายภาพ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยได้รับความเห็นชอบแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่และฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดงจากคณะรัฐมนตรีในครั้งแรกเมื่อปี 2543 และได้ดำเนินการปรับปรุงแผนแม่บทดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจัดทำแผนบริหารทรัพย์สินรอการพัฒนาโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ทั้งแผนระยะสั้นและระยะยาวตามที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจกำหนด ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเคหะแห่งชาติแล้ว เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2556

          ทั้งนี้ยังให้ความสำคัญต่อการดำเนินงานด้านสังคมและการมีส่วนร่วมของชาวชุมชนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง อาทิ การจัดเวทีสาธารณะให้ความรู้เรื่องการฟื้นฟูเมืองและรับฟังความคิดเห็นของชาวชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีต่อการจัดทำโครงการฯ การจัดกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้ปฏิบัติงานการเคหะแห่งชาติกับผู้อยู่อาศัยในชุมชน เป็นต้น

          ไม่เพียงแค่การพัฒนาที่อยู่อาศัย การเคหะแห่งชาติยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาสภาพแวดล้อมในชุมชนจึงร่วมกับมูลนิธิเพื่อการพัฒนาสิ่งแวดล้อมและพลังงานจัดทำ โครงการชุมชนแห่งการเรียนรู้ด้านการจัดการของเสียชุมชน ภายใต้แนวคิดชุมชนน่าอยู่น่าสบายอย่างยั่งยืน (Eco-village) ต่อยอดจาก การศึกษาวิจัยเชิงปฏิบัติการพัฒนาชุมชนเข้มแข็งพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิดชุมชนน่าอยู่น่าสบายอย่างยั่งยืน ดำเนินการเมื่อปี 2556 เพื่อให้ชาวชุมชนได้รับความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาสิ่งแวดล้อมชุมชน ขยะ น้ำเสีย และเกิดแนวคิดร่วมมือกันบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมของชุมชน ตลอดจนการใช้พลังงานทดแทน โดยคัดเลือกโครงการบ้านเอื้ออาทรบึงกุ่มเป็นชุมชนนำร่อง เนื่องจากเป็นชุมชนประเภทอาคารชุดขนาดใหญ่ จำนวน 5,360 หน่วย จำเป็นต้องมีการจัดการของเสีย โดยเฉพาะขยะอย่างมีประสิทธิภาพ

          โครงการดังกล่าวได้ผลสำเร็จเป็นชุดองค์ความรู้ด้านบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมชุมชน และมีวิทยากรชุมชนที่มีศักยภาพ สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้จาก 3 กลุ่มการจัดการ 11 ฐานการเรียนรู้ ได้แก่ กลุ่มจัดการขยะมูลฝอย มี 4 ฐานการเรียนรู้ ได้แก่ กองทุนขยะรีไซเคิล, เครื่องสับย่อยกิ่งไม้, ปุ๋ยหมักอินทรีย์ และตลาดนัดมือสองและช็อปศูนย์สตางค์

          กลุ่มจัดการน้ำเสีย มี 3 ฐานการเรียนรู้ ได้แก่ เครื่องคัดแยกและอบแห้งกากไขมันด้วยพลังแสงอาทิตย์, น้ำหมักชีวภาพ/น้ำหมักจุลินทรีย์ และระบบบำบัดน้ำเสียโดยใช้สาหร่ายที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ กลุ่มพลังงานทดแทนมี 4 ฐานการเรียนรู้ ได้แก่ ระบบไฟส่องสว่างในอาคารและทางเดินเท้า ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์และกังหันลม, ระบบผลิตน้ำร้อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์, เตาชีวมวล และไบโอดีเซลจากน้ำมันพืชใช้แล้ว

          ทั้งนี้ การเคหะแห่งชาติให้การสนับสนุน ส่งเสริมชุมชนบ้านเอื้ออาทรบึงกุ่ม เพื่อให้เกิดกระบวนการทางสังคมที่ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เป็นชุมชนต้นแบบของชุมชนเมืองประเภทอาคารชุดขนาดใหญ่ สำหรับผู้มีรายได้น้อยแห่งแรกของประเทศ ที่มีการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมแบบครบวงจร ภายใต้แนวคิด Eco-cycle Model  ลดปริมาณการใช้ การนำกลับมาใช้ใหม่ การนำมาใช้ซ้ำสู่การเป็นชุมชนสีเขียวในอนาคต

          นอกจากนี้ยังดำเนินโครงการด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) โดยเฉพาะ โครงการปรับปรุงที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุซึ่งเป็นผู้มีรายได้น้อยและผู้ยากไร้ หรือ บ้านสบายเพื่อยายตา มุ่งเน้นการปรับปรุงที่อยู่อาศัยตามความต้องการของผู้สูงอายุ โดยร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่าย ในรูปแบบการรณรงค์จิตอาสา เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ.2553 ปัจจุบันดำเนินการปรับปรุงและก่อสร้างบ้านแล้วเสร็จทั้งสิ้น 106 หลัง และจะดำเนินการปรับปรุงเพิ่มเติมอีก 100 หลัง ภายในปี 2558 รวมทั้งจัดตั้ง "มูลนิธิการเคหะสงเคราะห์" เพื่อให้ทุกภาคส่วนร่วมสมทบทุนปรับปรุงที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในสังคมไทย

          โดยทุกโครงการการเคหะแห่งชาติมุ่งมั่นพัฒนาสร้างบ้านพร้อมสังคมที่น่าอยู่ สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เพื่อความสุขของประชาชนอย่างยั่งยืน.

ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ