Loading

บังคับคดีปลื้มเศรษฐกิจดีขึ้นขายทรัพย์พุ่

วันที่ : 30 มกราคม 2558
บังคับคดีปลื้มเศรษฐกิจดีขึ้นขายทรัพย์พุ่ง

          กรมบังคับคดีโชว์ผลงาน ไตรมาสแรกผลักดันทรัพย์สูงกว่าเป้าเท่าตัว เร่งแก้กฎหมายล้มละลาย

          น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี เปิดเผยว่า ไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2558 (ต.ค.-ธ.ค. 2557) สามารถผลักดันสินทรัพย์ได้ 2.2 หมื่นล้านบาท จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 221.23% ของเป้าหมาย สำหรับในไตรมาส 2 (ม.ค.-มี.ค. 2558) มีเป้าหมายผลักดันทรัพย์ 1.8 หมื่นล้านบาท เพิ่มจากเป้าหมายไตรมาสแรก 20% โดยทั้งปีคาดว่าจะผลักดันทรัพย์ได้ 1 แสนล้านบาท เนื่องจากเศรษฐกิจมีแนวโน้มดีขึ้น ทำให้มีผู้สนใจซื้อทรัพย์มากขึ้น ขณะที่อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มลดลง

          นอกจากนี้ กรมธนารักษ์จะประเมินราคาที่ดินในปี 2559 ทำให้มีการเร่งซื้อสินทรัพย์มากขึ้น ประกอบกับกรมบังคับคดีใช้กลยุทธ์ทางการตลาด เช่น เปิดขายสินทรัพย์ในวันเสาร์ รวมทั้งเตรียมพัฒนาระบบการประมูลซื้อสินทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และการจัดทำแอพพลิเคชั่นในโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้ผู้สนใจสามารถที่จะคัดเลือกซื้อสินทรัพย์ได้

          ขณะเดียวกัน กรมมีนโยบายที่จะพัฒนาปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย โดยอยู่ระหว่างการศึกษาปรับปรุงกฎหมายล้มละลาย (ระยะที่ 2) เรื่องการให้บุคคลธรรมดายื่นคำขอเพื่อเข้าสู่กระบวนการล้มละลายได้ด้วยตัวเอง รวมทั้งศึกษากฎหมายเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ในส่วนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอส เอ็มอี) ที่ประสบปัญหาการประกอบกิจการ สามารถยื่นคำขอฟื้นฟูกิจการได้ง่ายและสะดวก เพื่อให้การบังคับคดีมีประสิทธิภาพ สอดคล้องมาตรฐานสากล และช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ รวมทั้งการปรับปรุงหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการขายทอดตลาด โดยคาดว่าจะเสนอให้กระทรวงยุติธรรมพิจารณาได้ในเดือน ก.พ.นี้

          น.ส.รื่นวดี กล่าวว่า กรมบังคับคดีมี นโยบายที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนและลูกหนี้เอสเอ็มอี ด้วยการจัดมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ โดยวันที่ 4 ก.พ. จะทำข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ร่วมกับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) จัดมหกรรมไกล่เกลี่ยระหว่างวันที่ 21-22 ก.พ. ซึ่งได้ส่งจดหมายเชิญลูกหนี้ กยศ.เข้ามาไกล่เกลี่ย 1,958 ราย

          สำหรับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) จะจัดมหกรรมไกล่เกลี่ยที่ จ.ขอนแก่น และนครราชสีมา ในเดือน ก.พ. 2558 รวมทั้งได้ลงนามเอ็มโอยูกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เพื่อแก้ปัญหาการประกอบธุรกิจเอสเอ็มอี

          อย่างไรก็ตาม เพื่อเตรียมความ พร้อมที่จะเปิดเสรีประชาคมอาเซียน

          (เออีซี) ในวันที่ 2-3 ก.พ.นี้ กรมจะเข้าร่วมประชุมร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และกระทรวงยุติธรรมเกาหลี เพื่อให้การบังคับคดีเป็นไปตามข้อตกลง และคุ้มครองผู้ลงทุน ภายใต้โครงการความยากง่ายในการประกอบธุรกิจ

ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ