Loading

คอลัมน์ กฎหมายกับสังคม: การขายอสังหาริมทรัพย์กับการเสียภาษีธุรกิจเฉพา

วันที่ : 5 มกราคม 2558
คอลัมน์ กฎหมายกับสังคม: การขายอสังหาริมทรัพย์กับการเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ

          ในช่วงนี้เรื่องเกี่ยวกับภาษีอากรกำลังอยู่ในความสนใจของสังคม ทั้งการออกกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากรประเภทใหม่ๆ และการปรับปรุงหลักเกณฑ์ต่างๆ เกี่ยวกับภาษีอากร ผมจึงขอถือโอกาสนี้ชวนทุกท่านมาทำความรู้จักกับภาษีอาหรอีกประเภทหนึ่ง ซึ่งมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไม่น้อยเช่นกัน แต่ไม่ค่อยมีการกล่าวถึงกันนักนั่นก็คือ "ภาษีธุรกิจเฉพาะ"

          "ภาษีธุรกิจเฉพาะ" เป็นภาษีทางอ้อมประเภทหนึ่งที่จัดเก็บจากการบริโภคภายในประเทศ เริ่มใช้บังคับตั้งแต่ปี พ.ศ.2535 แทนภาษีการค้าที่ถูกยกเลิกไป ภาษีประเภทนี้คำนวณจากรายรับที่ได้รับหรือพึงได้รับในเดือนภาษีตามอัตราภาษีที่กำหนดไว้ และผู้มีหน้าที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะต้องชำระภาษีเป็นรายเดือนภาษีภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปนอกจากนี้ ยังต้องเสียภาษีท้องถิ่นในอัตราร้อยละ 10 ของภาษีธุรกิจเฉพาะอีกด้วย ภาษีท้องถิ่นเหล่านี้กรมสรรพากรช่วยดำเนินการจัดเก็บเพื่อส่งเป็นรายได้ให้แก่องค์กรปกครองท้องถิ่นเพื่อใช้จ่ายในกิจการของท้องถิ่นต่อไป

          แล้วใครบ้างมีหน้าที่เสียภาษธุรกิจเฉพาะ? คำตอบคือ ผู้ประกอบกิจการเฉพาะอย่าง เช่น การธนาคาร ธุรกิจเงินทุนธุรกิจหลักทรัพย์ การรับประกันชีวิตการรับจำนำ การประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ การขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้งการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร ซึ่งในกรณีหลังนี้น่าจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับประชาชนทั่วไปอย่างเราๆ ท่านๆ ที่อาจไม่เคยคิดว่าตนเป็นผู้ประกอบกิจการในทางธุรกิจ แต่ก็มีหน้าที่ต้องเสียภาษีนี้เช่นกัน

          สำหรับคำว่า "ขาย" ในที่นี้หมายความรวมถึงสัญญาจะขาย สัญญาขายฝาก สัญญาแลกเปลี่ยนสัญญาให้ สัญญาเช่าซื้อหรือการจำหน่ายจ่ายโอนอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะมีประโยชน์หรือค่าตอบแทนหรือไม่ (แต่ไม่รวมถึงการได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์) กล่าวอย่างง่ายๆ ก็คือ การโอนอสังหาริมทรัพย์ระหว่างเจ้าของเดิมไปสู่เจ้าของคนใหม่ ไม่ว่าจะเรียกสัญญานั้นว่าอย่างไร และไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนหรือไม่ก็ตาม ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันการหลบเลี่ยงภาษีโดยหันไปทำสัญญาในรูปแบบอื่นๆ นอกจากการซื้อขายโดยปกตินั่นเอง

          อย่างไรก็ตาม การขายอสังหาริมทรัพย์นั้นต้องมีลักษณะเป็น "ทางค้าหรือหากำไร" ด้วย จึงจะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ซึ่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการขายอสังหาริมทรัพย์ทางค้าหรือหากำไร (ฉบับที่ 342) พ.ศ. 2541 กำหนดให้หมายถึง การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ ได้กระทำภายในห้าปี นับแต่วันที่ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์นั้น ดังนั้น หากผู้ได้อสังหาริมทรัพย์มาและขายหรือจำหน่ายจ่ายโอนออกไปภายในห้าปี ย่อมถือว่าเป็นการขายในทางการค้าหรือหากำไร และมีหน้าที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ

          แต่กฎหมายก็ได้ยกเว้นกรณีที่ไม่ถือว่าเป็นทางการค้าหรือหากำไร ได้แก่ การขายหรือการถูกเวนคืนตามกฎหมาย การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาทางมารดา การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ใช้เป็นสถานที่อยู่อาศัยเป็นแหล่งสำคัญ แต่ผู้ขายจะต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์นั้น การโอนอสังหาริมทรัพย์ให้แก่บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย โดยไม่มีค่าตอบแทน การโอนอสังหาริมทรัพย์ทางมรดกให้แก่ทายาทโดยธรรมหรือผู้รับพินัยกรรมซึ่งเป็นทายาทโดยธรรม การยกอสังหาริมทรัพย์ให้แก่หน่วยงานของรัฐ โดยไม่มีค่าตอบแทน หรือการแลกเปลี่ยนอสังหาริมทรัพย์กับหน่วยงานของรัฐ กรณีเช่นนี้จึงไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแต่อย่างใ ด

          กล่าวโดยสรุปคือ ผู้ขายไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะก็ต่อเมื่อผู้ขายได้ถือครองอสังหาริมทรัพย์ไว้นานเกินกว่าห้าปีก่อนขายทรัพย์นั้นไป หรือเป็นกรณีที่เข้าข้อยกเว้นที่กล่าวมาข้างต้น ในกรณีที่ที่ดินกับอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างได้มาไม่พร้อมกัน การนับระยะเวลาให้ถือตามระยะเวลาการได้มาซึ่งที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ได้มาในภายหลังเป็นเกณฑ์

          ส่วนวิธีการคำนวณภาษีธุรกิจนั้น มีแนวทางปฏิบัติกำหนดว่าให้เปรียบเทียบราคาขายกับราคาประเมินทุนทรัพย์ ราคาใดสูงกว่าก็ให้ถือราคานั้นเป็นรายรับในการคำนวณภาษีแล้วคูณด้วย อัตราภาษีร้อยละ 3 แต่หากอสังหาริมทรัพย์นั้นตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่ จ.นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สตูลและสงขลาบางส่วน จะเสียภาษีธุรกิจเฉพาะใน อัตราร้อยละ 0.1 สำหรับรายรับจากการขายอสังหาริมทรัพย์นั้นเท่านั้น ทั้งนี้ ก็เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนเกิดแรงจูงใจในการมาลงทุนในพื้นที่ปลายด้ามขวานมากขึ้นนั่นเอง

          จากที่กล่าวมาข้างต้น ผู้อ่านทุกท่านคงได้ความรู้และมีความเข้าใจเกี่ยวกับภาษีธุรกิจเฉพาะมากขึ้น และหวังว่าเมื่อมีกรณีที่จะต้องเสียภาษีดังกล่าว ทุกท่านจะปฏิบัติตามหน้าที่ของพลเมืองในการเสียภาษีอย่างถูกต้อง เพื่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาตินะครับ

ที่มา : หนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ