Loading

รายงานพิเศษ: ธปท.หวังปีหน้าครัวเรือนใช้จ่ายดีขึ้

วันที่ : 31 ธันวาคม 2557
รายงานพิเศษ: ธปท.หวังปีหน้าครัวเรือนใช้จ่ายดีขึ้น

          ภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือน พ.ย.ทยอยฟื้นตัวได้ดีขึ้น แม้ว่าความหวังจากการเร่งรัดเบิกจ่ายงบลงทุนในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2558 (ต.ค.-ธ.ค. 2557) จะทำได้เพียง 5.3% จากที่รัฐบาลตั้งเป้าจะเบิกจ่ายให้ได้ 29% ของงบลงทุนทั้งหมด 4.5 แสนล้านบาท ก็ตาม

          รุ่ง มัลลิกะมาส ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ต้องยอมรับว่าภาวะเศรษฐกิจขณะนี้ไม่มีตัวใดตัวหนึ่งเป็นพระเอกหรือนางเอก  ไม่ว่าจะเป็นการเบิกจ่ายของภาครัฐหรือการ ส่งออก แต่ทุกปัจจัยต้องค่อยๆ ขับเคลื่อนฟื้นตัว ไปด้วยกัน

          ทั้งนี้ เศรษฐกิจในเดือน พ.ย.เริ่มฟื้นตัวอย่างช้าๆ ด้วยแรงขับเคลื่อนจากการใช้จ่ายภาคเอกชนที่ปรับดีขึ้นต่อเนื่อง การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนที่เริ่มดีขึ้น โดยการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวดีขึ้นตามการใช้จ่ายในหมวดสินค้าไม่คงทนและบริการ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากรายได้นอกภาคบริการ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากรายได้นอกภาคเกษตรที่อยู่ในเกณฑ์ดี รวมทั้งราคาน้ำมันในประเทศที่ปรับลดลงช่วยเพิ่มกำลังซื้อให้กับประชาชน

          อย่างไรก็ตาม การใช้จ่ายในหมวดสินค้าคงทน อาทิ รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ ยังไม่ฟื้นตัวดีนัก แต่ก็เริ่มผงกหัวขึ้นมาบ้างแล้ว เพราะภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงทำให้ยังระมัดระวังการใช้จ่ายสินค้าคงทนที่มีมูลค่าสูง บวกกับกำลังซื้อของครัวเรือนในภาคเกษตรถูกบั่นทอนด้วยราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ ทำให้ภาพรวมการบริโภคในประเทศยังคงขยายตัวต่ำกว่าปกติที่ควรเป็น แต่คาดว่าปีหน้าจะปรับดีขึ้นแน่นอน

          สอดคล้องกับการลงทุนภาคเอกชนที่เริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้นสะท้อนได้จากการนำเข้าสินค้าทุน โดยเฉพาะในหมวดอุปกรณ์โทรคมนาคมเพื่อขยายเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และจากการก่อสร้างที่ปรับตัวดีขึ้นตามการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยเริ่มเห็นพื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างนอกเขตเทศบาลเพิ่มขึ้น ยอดขายปูนซีเมนต์ที่ปรับดีขึ้น อัตราการจองซื้อโครงการเฉลี่ยอยู่ที่ 33.1%

          ทั้งนี้ ดัชนีการบริโภคภาคเอกชนในเดือน พ.ย.ขยายตัว 0.7% ขณะที่ดัชนีการลงทุนภาคเอกชนยังติดลบ 0.4% แต่มีทิศทางที่ดีขึ้นเนื่องจากติดลบลดลง ส่งผลให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมดีขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 60.2% จากเดือนก่อนที่ 60.1%

          "เราคิดว่ากำลังซื้อสินค้าคงที่เป็นตัวชี้การ ฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศที่จะผงกหัวตั้งแต่ปลายปีนี้ แต่เนื่องจากเศรษฐกิจฟื้นตัวได้ช้าออกไป เราจึงคิดว่ากำลังซื้อปีหน้าจะกลับมาได้และเพิ่มขึ้นได้ในระยะต่อไป เป็นสัญญาณที่ดีของการฟื้นตัว ทางเศรษฐกิจในปีหน้า" รุ่ง กล่าว

          ภาวะดังกล่าวสอดคล้องกับสินเชื่อใหม่ที่ปรับ ดีขึ้นตามเศรษฐกิจที่ทยอยฟื้นตัว แต่อัตราการขยายตัวไม่สูง โดยสินเชื่อรวมขยายตัวที่ 4.8% สินเชื่อภาคครัวเรือน 6.8% และสินเชื่อในภาคธุรกิจ 1.9%

          สำหรับการส่งออกยังคงฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะมีปัจจัยลบเพิ่มขึ้นจากความต้องการซื้อจากจีน ญี่ปุ่น และยุโรป ชะลอตัวลง ประกอบกับราคาสินค้าส่งออกหลายหมวดปรับลดลงตามราคาน้ำมันดิบ อาทิ ปิโตรเลียม ยางพารา และเคมีภัณฑ์ ส่งผลให้มูลค่าการส่งออก 11 เดือนแรกปีนี้ในรูปเงินเหรียญสหรัฐติดลบ 0.3% แม้ว่าปริมาณการ ส่งออกจะเพิ่มขึ้น 0.6%

          ด้านการท่องเที่ยวขยายตัวดี แต่อัตราการเติบโตชะลอลงจากเดือนก่อน เพราะมาตรการผ่อนผันให้รถโดยสารมาเลเซียสามารถเดินทางออกนอก จ.สงขลา สิ้นสุดลง ประกอบกับเศรษฐกิจของตลาดหลัก ทั้งยุโรป รัสเซีย และญี่ปุ่น ไม่ดีนัก อย่างไรก็ดีตลาดนักท่องเที่ยวจากจีนยังมีต่อเนื่อง ตามความนิยมในการท่องเที่ยวไทยและความเชื่อมั่นต่อสถานการณ์การเมืองของไทย

          ขณะที่เสถียรภาพเศรษฐกิจอยู่ในเกณฑ์ดีทั้งในประเทศและต่างประเทศ เนื่องจากราคาน้ำมันโลกที่ปรับลดลงอย่างรวดเร็วช่วยให้อัตราเงินเฟ้อลดลง โดยเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 1.26% เงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 1.6% และดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลต่อเนื่อง 1,700 ล้านเหรียญสหรัฐ จากเดือนก่อนที่เกินดุล 2,600 ล้านเหรียญสหรัฐ

ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ