Loading

รายงานพิเศษ: เปิดไอเดีย ออมสิน พัฒนาที่ดินรถไฟ 4 แสนล้านบ

วันที่ : 17 ธันวาคม 2557
รายงานพิเศษ: เปิดไอเดีย ออมสิน พัฒนาที่ดินรถไฟ 4 แสนล้านบ.

          ภายใต้แผนฟื้นฟูการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่ ออมสิน ชีวะพฤกษ์ ประธานบอร์ด รฟท. และฝ่ายบริหาร รฟท.จะเสนอให้คณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือ ซูเปอร์บอร์ด ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เป็นประธาน พิจารณาในเดือน ม.ค.ปีหน้า

          แผนการพัฒนาที่ดิน 4 แปลง ของ รฟท. ที่ดินมักกะสัน ที่ดินสถานีแม่น้ำ ที่ดิน กม.11 และที่ดินบริเวณสถานีกลางบางซื่อ พื้นที่กว่า 1,000 ไร่ เพื่อสร้างรายได้ให้ รฟท.เพื่อชำระหนี้สินสะสมที่มีสูงถึง 1.1 แสนล้านบาท ถือเป็น 1 ใน 4 หัวใจสำคัญในแผนการฟื้นฟูกิจการของ รฟท.ก็ว่าได้

          แต่ทว่าแนวคิดในการพัฒนาที่ดิน เดิมมีข้อเสนอว่า รฟท.จะนำที่ดินทั้ง 4 ผืน ให้กระทรวงการคลังเช่าพัฒนาเป็นเวลา 30-90 ปี แลกกับการล้างหนี้สิน 1 แสนล้านบาท ได้เปลี่ยนไปแล้วในยุคที่ ออมสิน เข้ามาคุมนโยบายและทิศทาง รฟท. หนี้สิน 1 แสนล้านบาท ได้เปลี่ยนไปแล้วในยุคที่ ออมสิน เข้ามาคุมนโยบายและทิศทาง รฟท.

          "ที่บอกว่าจะให้กระทรวงการคลังเช่าที่  รฟท. 99 ปี อันนั้นเป็นสิ่งที่เขาขอ แต่เราไม่ได้ ให้ และไม่เคยคุยกัน แต่ผมมาคิดว่า ทำไม รฟท. จะไม่พัฒนาที่ดินเองไม่ได้ และในฐานะที่ผมเป็นนักการเงิน คุณแค่กำหนดความต้องการ ไม่ต้อง คิดเอง ให้เอกชนไปคิด และเสนอเรา ถ้าเสนอ ในสิ่งที่เราต้องการได้ และยังเสนอผลตอบแทนที่ดีที่สุด เราก็เลือกคนนั้นมาร่วมทุน ส่วนจะพัฒนากี่ปี ก็แล้วแต่ข้อเสนอว่ามันคุ้มกับการลงทุนหรือไม่" ออมสิน ระบุ

          สำหรับที่ดินผืนแรกที่ รฟท.จะนำร่องพัฒนาก่อนเป็นอันดับแรกนั้น ออมสิน ระบุว่า จะเป็นที่ดินบริเวณสถานีกลางบางซื่อ โดยจะเปิดให้เอกชนเสนอแนวคิดในการพัฒนาที่ดินบริเวณนี้ทั้ง 3 โซน คือ โซนแรกพื้นที่ 35 ไร่ โซนที่ 2 พื้นที่ 78 ไร่ และโซนที่ 3 พื้นที่ 105 ไร่ โดย รฟท.ต้องการพัฒนาที่ดินเหล่านี้เป็นเหมือนสถานีรถไฟโตเกียว คือ มีตึกสูงและมีคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ เป็นต้น

          "ผมอยากทำให้ตรงนี้เป็นศูนย์กลางของกรุงเทพฯ แห่งใหม่ เพราะเป็นจุดรถไฟฟ้า รถไฟฟ้าใต้ดิน และรถไฟเชื่อมถึงกันหมด พร้อมทั้งได้ขอให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ทำทางด่วนมาเชื่อมกับโครงการที่เราคิดไว้ คาดว่าเงินลงทุนจุดนี้จะอยู่ที่ 1 แสนล้านบาท" ออมสิน บอก

          อย่างไรก็ตาม ออมสิน มองว่ามีศักยภาพในการพัฒนามากที่สุด คือ ที่ดินมักกะสัน 745 ไร่ โดย รฟท.มีแผนจะกันที่ดินประมาณ 200 ไร่ ที่อยู่ด้านซ้ายริมบึงมักกะสันไว้เป็นสวนสาธารณะ ซึ่งพื้นที่ ดังกล่าวจะครอบคุลมอาคารเก่าแก่ที่สวยงามและควรอนุรักษณ์เอาไว้ พร้อมทั้งสร้างคันเขื่อนริมบึงมักกะสัน จึงเหลือที่ดินที่มาพัฒนาได้ 497 ไร่ ที่ รฟท.จะพัฒนาเป็นคอมเพล็กซ์ ศูนย์การค้า โรงแรม อาคารสำนักงาน และศูนย์ประชุมขนาดใหญ่ ตามแนวสายทางรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์

          "โรงซ่อมรถไฟมักกะสันพื้นที่ 115 ไร่ ซึ่งคาบเกี่ยวในพื้นที่ที่จะพัฒนาเป็นสวนสาธารณะนั้น รฟท.มีแผนที่จะย้ายโรงซ่อมไปสร้างใหม่ที่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี พร้อมย้ายบ้านพักคนรถไฟออกไปด้วย โดยแผนของเรา คือ เราจะเขียนทีโออาร์ว่าเราต้องการอะไรบ้าง เช่น ให้ทำสวนสาธารณะ ย้ายโรงงาน ทำคอมเพล็กซ์ แล้วให้เอกชนเสนอแนวทางมาจะทำอะไรบ้าง มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ลงทุนเท่าไร รวมทั้งไปหาแบงก์มาสนับสนุนด้วย พร้อมทั้งเสนอผลตอบแทนที่ รฟท.จะได้รับ จากนั้นเราจะพิจารณาร่วมทุนพัฒนาที่ดินกับเอกชนที่มีข้อเสนอที่ดีที่สุด โดยเราเปิดกว้างสำหรับทุกฝ่าย" ออมสิน กล่าว

          ออมสิน คาดว่า การพัฒนาที่ดินสถานีมักกะสันจะใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท ส่วนระยะเวลาร่วมทุนกับเอกชนจะเป็น 30 ปี หรือไม่ จะดูข้อเสนอที่คุ้มค่าและดีที่สุดสำหรับทั้งสองฝ่าย

          ในส่วนที่ดินสถานีแม่น้ำ 270 ไร่ และมีส่วนที่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา 1.5 กิโลเมตร เงินลงทุน 1 แสนล้านบาทนั้น ออมสิน มีแนวคิดว่า จะมีการพัฒนาเป็นคอมเพล็กซ์และที่อยู่อาศัย โดยใช้ คอนเซ็ปต์เดียวกับการพัฒนาที่ดินมักกะสัน เช่น ทำเขื่อนริมน้ำ สวนหย่อม ที่สำคัญพื้นที่ตรงนี้จะมี สถานที่ท่องเที่ยว "Bangkok Eye" ซึ่งเป็นจุดชมวิวของกรุงเทพฯ อีกทั้งจะมีการสร้างรถไฟโมโนเรลเชื่อมระหว่างที่ดินมักกะสันกับสถานีแม่น้ำด้วย

          นี่คือแนวคิดในการพัฒนาที่ดินเพื่อสร้างรายได้ให้ รฟท. แต่จะถึงฝั่งฝันหรือไม่ต้องติดตาม

ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ