Loading

3 สมาคมอสังหาร้อนใจถก คลัง แก้กม.ภาษีที่ดิน

วันที่ : 15 ธันวาคม 2557
3 สมาคมอสังหาร้อนใจถก คลัง แก้กม.ภาษีที่ดิน

       3 สมาคมอสังหาฯนั่งไม่ติด ร่อน 6 ข้อเสนอถึงมือคลังทบทวนเก็บภาษีที่ดินฯใหม่หมดทุกประเภท ขอยกเว้น "พื้นที่ส่วนกลาง-บ้านราคาต่ำล้าน" ยันทำเพื่อผู้บริโภคล้วน ๆ

          นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า เมื่อ 11 ธันวาคมที่ผ่านมา 3 สมาคมอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร สมาคมอาคารชุดไทย และสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ได้เข้าพบนายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ตามคำเชิญเพื่อหารือและสะท้อนมุมมองต่อร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างหรือเรียกย่อ ๆ ว่าภาษีทรัพย์สิน

          โดย 3 สมาคมเสนอให้กระทรวงการคลังทบทวนรายละเอียดร่างกฎหมายบางส่วนที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนพัฒนาโครงการเชิงพาณิชย์ เช่น อพาร์ตเมนต์ เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ โรงแรม สำนักงานให้เช่า ฯลฯ โดยเฉพาะอาจส่งผลกระทบกับประชาชนที่มีรายได้น้อย

          เสนอ 6 ข้อทบทวนใหม่

          สำหรับข้อเสนอมีทั้งหมด 6 ข้อ ได้แก่ 1) ขอให้ทบทวนอัตราเพดานภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทุกประเภท เนื่องจากเพดานภาษีใหม่สูงขึ้นจากเดิมมาก 2-10 เท่า เริ่มจากที่ดินเกษตรกรรม เดิมเพดานไม่เกิน 0.05% ของฐานภาษี เป็นไม่เกิน 0.5% ที่ดินเพื่ออยู่อาศัย เดิม 0.1% เป็น 1% ที่ดินทั่วไป เช่น ให้เช่าเชิงพาณิชย์ ให้เช่าทำโรงงานอุตสาหกรรม ฯลฯ เดิม 0.5% เป็น 4% และที่ดินรกร้าง เดิมจัดเก็บ 0.5% และกรณีปล่อยรกร้างต่อเนื่องทุก ๆ 3 ปี ค่าภาษี จะปรับขึ้นเท่าตัว แต่เพดานไม่เกิน 4% (เดิมกำหนดเพดาน 2%)

          จุดที่รับผลกระทบมากที่สุดน่าจะเป็นโครงการอพาร์ตเมนต์ หอพัก โรงแรม ในย่านศูนย์กลางธุรกิจ (ซีบีดี) ที่มีราคาประเมินที่ดินแพงตารางวาละหลายแสนบาท หากเก็บภาษีเต็มเพดาน 4% จะเสียภาษีเพิ่มขึ้นมาก เมื่อเทียบกับรูปแบบปัจจุบันที่คำนวณจากภาษีโรงเรือนและที่ดิน เรียกเก็บอัตรา 12.5% ของรายได้ค่าเช่า นั่นหมายถึง ถ้าเศรษฐกิจตกต่ำ รายได้จากการเช่าน้อยลง ก็จะเสียภาษีลดลง หรือไม่มีผู้เช่าก็ไม่ต้องมีภาระภาษีตัวนี้

          ขอยกเว้นบ้านต่ำล้าน-50 วา

          2) เสนอให้ยกเว้นภาษีสำหรับที่ดินเพื่ออยู่อาศัยที่มีมูลค่าราคาประเมินต่ำกว่า 1 ล้านบาท หรือที่ดินต่ำกว่า 50 ตารางวา 3) ทบทวนภาษีและค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน ได้แก่ ค่าโอน 2% ค่าจดจำนอง 1% ค่าอากร แสตมป์ 0.5% ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% โดยเสนอให้จัดเก็บอัตราคงที่หรือเป็นเปอร์เซ็นต์แต่จำกัดเพดานไม่สูงเกินไป

          4) เสนอให้ยกเว้นไม่นำพื้นที่ส่วนกลางภายในหมู่บ้านจัดสรรและคอนโดฯมาคำนวณภาษี เนื่องจากเป็นสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้โครงการ 5) สำหรับที่ดินที่อยู่ระหว่างรอการพัฒนา เสนอให้ยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีเป็นเวลา 5 ปี นับจากวันที่ได้รับใบอนุญาตจัดสรรหรือใบอนุญาตก่อสร้าง 6) เสนอให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีสิทธิ์ปรับเปลี่ยน อัตราภาษีได้ แต่อยู่ในเพดานที่กฎหมายกำหนด

          "ข้อกังวลของเราคือถ้าต้องเสียภาษี แพงขึ้นมาก เจ้าของที่ดินก็จะหาวิธีหลบเลี่ยง เช่น ปลูกพืชการเกษตร เพื่อให้เข้าข่ายที่ดิน เพื่อการเกษตร เนื่องจากมีเพดานต่ำที่สุด ข้อเสนอของ 3 สมาคมท่านรัฐมนตรีก็รับฟัง แต่จะเกิดการทบทวนหรือไม่ต้องติดตาม" นายอธิปกล่าว

          มาแปลกการค้า-อยู่เองเก็บเท่ากัน

          นายธำรง ปัญญาสกุลวงศ์ ประธานกิตติมศักดิ์สมาคมอาคารชุดไทย เปิดเผยว่า มีความเป็นห่วงการกำหนดเพดานภาษี 4% ถือว่าสูงเกินไป อพาร์ตเมนต์ โรงแรม จะเสียภาษีสูงขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า

          ตัวอย่าง กรณีโครงการอพาร์ตเมนต์ในเมืองขนาด 100 ห้อง บนที่ดิน 1 ไร่ พื้นที่อาคาร 7 พันตารางเมตร คิดค่าเช่าเดือนละ 3 พันบาท หากมีอัตราเข้าพักต่อปี 70% จะมีรายได้ปีละ 2.52 ล้านบาท คำนวณอัตราจัดเก็บ 12.5% เท่ากับจะต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินปีละ 3.15 แสนบาท

          ในอนาคตหากเสียภาษีที่ดินฯเต็มเพดาน 4% คำนวณภายใต้สมมติฐานที่ดินตารางวา ละ 1 แสนบาท และราคาประเมินสิ่งปลูกสร้าง ตารางเมตรละ 1 หมื่นบาท จะมีมูลค่ารวม 110 ล้านบาท มีผลให้จ่ายภาษีปีละ 4.4 ล้านบาท ยังไม่นับรวมภาษีเงินได้นิติบุคคลที่จะต้องเสียอีกต่างหาก

          "ถ้าเป็นไปได้เสนอให้ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่ออยู่อาศัยและเชิงพาณิชย์ เสียภาษีในอัตราเดียวกันคือไม่เกิน 1% ยังพอรับได้" นายธำรงกล่าว

          แหล่งข่าวรายหนึ่งแสดงข้อคิดเห็นคัดค้านว่า ไม่เห็นด้วยที่จะเก็บภาษีเท่ากัน สำหรับการใช้ที่ดินเชิงพาณิชย์และที่อยู่อาศัย

          ปัญหาใหญ่ "พื้นที่ส่วนกลาง"

          นายอิสระ บุญยัง ที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า เห็นด้วยที่จะไม่นำพื้นที่ส่วนกลางในโครงการจัดสรรมาคำนวณภาษี เพราะลูกบ้านลงขันจ่ายรายเดือนเพื่อบำรุงรักษาอยู่แล้ว หากรัฐเก็บภาษีที่ดินฯเพิ่มจะกลายเป็นภาษีซ้ำซ้อน ท้ายสุดลูกบ้านจะต้องจ่าย 2 รอบ

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ