Loading

ครม.ให้แค่ชั้นผู้น้อย-ลูกจ้าง เพิ่มค่าครองชีพ-4แสนคนเฮภาษีมรดกฉลุย-ให้จีนทำรฟ

วันที่ : 19 พฤศจิกายน 2557
ครม.ให้แค่ชั้นผู้น้อย-ลูกจ้าง เพิ่มค่าครองชีพ-4แสนคนเฮภาษีมรดกฉลุย-ให้จีนทำรฟ.

          ขรก.-ลูกจ้าง 4 แสนเฮ ครม.ขึ้นค่าครองชีพ 500-1,000 บาท มีผลย้อนหลัง 1 ต.ค. ขึ้นเงินเดือน 4% ยังไม่เข้า รสก.ชงปรับโครงสร้างบ้าง รัฐบาลไฟเขียวจีนผุดรถไฟทางคู่หนองคายมาบตาพุด

          ครม.ไฟเขียวจีนทำรถไฟทางคู่

          เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 18 พฤศจิกายน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอแผนพัฒนาระบบรถไฟทางคู่ เพื่อดำเนินการจัดทำทางรถไฟใหม่ร่วมมือกันระหว่างไทยกับจีน โดยจีนสนใจเส้นทาง 1435 จากหนองคายลงมามาบตาพุด เป็นความร่วมมือแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) และต่อไปจะมีการตกลงและหารือกันในรายละเอียดอีกครั้ง อีกเรื่องคือจีนจะซื้อผลผลิตทางการเกษตรจำนวนหนึ่งเพื่อเป็นของขวัญคนไทยและโอกาสครบรอบความสัมพันธ์ทางการทูต 40 ปี แต่ส่วนนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องของรถไฟแต่อย่างใด

          ผ่านร่างพ.ร.บ.ภาษีมรดก

          พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ได้มอบหมายรอง นายกฯฝ่ายกฎหมายชี้แจงเรื่องร่าง พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก ภาษีการให้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม จากที่ตนฟังหลักการในที่ประชุม ครม. สมมุติว่า สามีโอนให้ภรรยาไม่ต้องเสียภาษี และมีหลายขั้นตอนจำนวนมากยืนยันว่า ครม.มีการหารือกันอย่างดีเป็นเรื่องของการดูแลซึ่งกันและกัน คนที่มีภาษีมรดกต้องเห็นใจคนที่มีรายได้น้อยกว่า คนที่มีรายได้น้อยกว่าจะเห็นว่ามีความพยายามที่จะช่วยเหลือกันอยู่แล้ว เงินก็ไม่ได้มาก ซึ่งคณะกรรมาธิการก็คงจะพิจารณาต่อ

          "เพื่อให้เป็นสัญลักษณ์ อย่าต่อต้านกันนักเลย เราก็พยายามดูรายละเอียดกันอยู่แล้วเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม คาดว่ากฎหมายฉบับนี้จะใช้เวลา 6 เดือน โดยแบ่งเป็น 3 เดือนพิจารณาใน สนช. และอีก 3 เดือนนับจากประกาศใช้แล้วต้องนับไปอีก 90 วันถึงจะใช้" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

          ไฟเขียวเพิ่มค่าครองชีพขรก.

          พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เห็นชอบในหลักการพิจารณาขึ้นเงินเดือนข้าราชการ แต่ไม่ใช่การเพิ่มเงินเดือนแต่เป็นการเพิ่มค่าครองชีพ หากใครรายได้ไม่ถึง 10,000 บาท เช่น รายได้ที่เดือนละ 9,000 บาท อาทิ  พลทหาร ก็เพิ่มอีก 1,000 บาท เป็น 10,000 บาท เป็นการเพิ่มค่าครองชีพ นอกจากนี้ ผู้ที่มีเงินเดือนไม่ถึง 13,000 บาทจะเพิ่มค่าครองชีพให้ถึง 13,000 บาท แต่ก็ไม่เท่าผู้ที่มีรายได้ 15,000 บาท ถือว่าจะต้องดูแลข้าราชการชั้นผู้น้อย ไม่เฉพาะทหารเท่านั้น  ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการทำประชานิยม แต่ที่ผ่านมาไม่ได้มีการขึ้นเงินเดือนมาเป็นเวลานาน และไม่สามารถขึ้นเงินเดือนได้ จึงให้เป็นการเพิ่มค่าครองชีพอย่างน้อย 500-1,000 บาท

          ปัดทีมเศรษฐกิจเกาเหลา

          พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงกระแสข่าวว่าทีมเศรษฐกิจมีปัญหาขัดแย้งกันว่า ไม่มีอะไร ทะเลาะกันที่ไหน จะทะเลาะกันได้อย่างไร ตนคาดหวังว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาให้ประชาชนให้มีรายได้พอมี พอกิน แก้เรื่องเศรษฐกิจเยอะแยะไปหมด วันๆ หนึ่งใช้สมองเยอะ คิดเยอะ ทุกเรื่อง เอกสารก็อ่านเยอะ และต้องดูโลกภายนอกด้วย ไม่ใช่คิดเองในประเทศ โดยไม่คิดถึงประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อถามว่า ตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจเพียง 1% พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ประเทศยุโรปมี 28 ประเทศโตเพียง 1.1% ได้กล่าวกับ ครม.ว่า ถ้ามองตัวเลขเศรษฐกิจ ต้องถามว่าบวกด้วยอะไรบ้าง บวกด้วยจีดีพี ค่าใช้จ่ายครัวเรือน การลงทุน การค้าต่างประเทศ การส่งออก ซึ่งตัวเลขทั้งหมดยึดโยงกันทั้งหมด จึงออกมา  1% แต่ในนี้ดีขึ้นจากเดิมติดลบ 6% ติดลบ 0.84% แต่ขึ้นมาเป็น 2.3% ส่วนดีก็มี ส่วนด้อยก็มี จึงต้องดูว่าส่วนด้อยโยงกับอะไร เช่น การส่งออกเพราะต่างชาติ ชะลอตัว

          "ต้องมองเป็นมหภาค อย่ามองเป็นจุด ต้องเอาตัวเลขมาดู ไม่ใช่ตกใจตื่นตระหนก เราทำงานทุกวัน แต่ถามว่าจะขับเคลื่อนในวันเดียวได้ไหม มันตกหล่มมากี่เดือนแล้ว ตั้งแต่ต้นปีไตรมาส 1, 2 และ 3 มันเจ๊งมาตั้ง 3-4 ไตรมาสแล้ว พอเข้ามาไตรมาส 3 พอไตรมาส 4 มันก็ดีขึ้น มีที่แย่ลงคือการส่งออก จึงต้องดูว่าตัวเลขส่งออกของต่างชาติเป็นอย่างไร เขาก็ลงทุกประเทศ ต้องมองอย่างนี้ ไม่อย่างนั้นพูดกันไม่รู้เรื่อง" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

          โฆษกรบ.แจงขึ้นค่าครองชีพ

          ร.อ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบเรื่องการร่างระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวของข้าราชการและลูกจ้างประจำของส่วนราชการ (ฉบับ ..) พ.ศ... โดยกำหนดให้ข้าราชการและลูกจ้างประจำที่บรรจุ หรือแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่กำหนดคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับต่ำกว่าปริญญาตรี ที่มีอัตราเงินเดือนหรืออัตราค่าจ้างไม่ถึงเดือนละ 13,285 บาท ให้ได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวเดือนละ 2,000 บาท (จากเดิม 1,500 บาท) แต่เมื่อรวมกับเงินเดือนหรือค่าจ้างแล้วต้องไม่เกินเดือนละ 13,285 บาท นอกจากนี้ ยังกำหนดให้ข้าราชการและลูกจ้างประจำที่ได้รับเงินเดือนหรืออัตราค่าจ้างรวมกับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวไม่ถึงเดือนละ 10,000 บาท ให้ได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวเพิ่มขึ้นจากเงินเดือนหรือค่าจ้างอีกจนถึงเดือนละ 10,000 บาท

          ลูกจ้างชั่วคราว-ทหารได้ด้วย

          ร.อ.ยงยุทธกล่าวว่า นอกจากนี้ ยังกำหนดให้ลูกจ้างชั่วคราวที่กำหนดคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับต่ำกว่าปริญญาตรี ที่มีค่าจ้างไม่ถึงเดือนละ 10,000 บาท ให้ได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวเพิ่มขึ้นจากค่าจ้างอีกจนถึงเดือนละ 10,000 บาท รวมถึงทหารกองประจำการที่ได้รับเงินเดือนในระดับ พ.1 ที่ได้รับเงินเดือนไม่ถึงเดือนละ 10,000 บาท ให้ได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวเพิ่มขึ้นจากเงินเดือนอีกจนถึงเดือนละ 10,000 บาท ซึ่งการเพิ่มค่าครองชีพให้นั้นจะมีผลใช้บังคับย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2557 เป็นต้นไป

          ขึ้นเงินเดือนขรก.4%ไม่เข้า

          "นายกฯเป็นห่วงถึงการปรับขึ้นค่าครองชีพของข้าราชการ รวมทั้งการจ่ายเงินชดเชยให้ชาวนา 1 พันบาทและจ่ายเงินชดเชยให้ชาวสวนยาง จึงสั่งให้กระทรวงพาณิชย์เร่งออกมาตรการป้องกันคนที่ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าจากมาตรการขึ้น ค่าครองชีพ" ร.อ.ยงยุทธกล่าว

          เมื่อถามถึงเรื่องปรับโครงสร้างบัญชีเงินเดือนข้าราชการ 4%  ร.อ.ยงยุทธกล่าวว่า คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ซึ่งเป็นผู้พิจารณาโครงสร้างบัญชีเงินเดือนข้าราชการ ยังไม่มีการเสนอเรื่องเพื่อบรรจุเป็นวาระการประชุม ครม.ครั้งนี้ จึงยังไม่มีการพิจารณาเรื่องดังกล่าว

          ทำเอ็มโอยูรถไฟ2เส้นทาง

          ร.อ.ยงยุทธกล่าวว่า นอกจากนี้ ครม.เห็นชอบหลักการความก้าวหน้าในการจัดทำร่างบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ของกระทรวงคมนาคม แบ่งเป็น 2 ประเด็น 1.ความร่วมมือการพัฒนาเส้นทางรถไฟทางคู่ขนาดมาตรฐาน 1.435 เมตร เส้นทางแรก หนองคาย แก่งคอย มาบตาพุด 734 กม. และเส้นทาง แก่งคอย-กรุงเทพฯ ระยะทาง 133 กม. เริ่มดำเนินการปี 2558 โดยเป็นรถไฟความเร็ว 160-180 กม./ชม. และ 2.การซื้อข้าวและสินค้าเกษตร เนื่องในโอกาสครบรอบ 40 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตของจีน โดยจะอยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงพาณิชย์ โดยกระทรวงคมนาคมจะต้องร่างบันทึกความเข้าใจให้เสร็จแล้วส่งให้ ครม.เห็นชอบในหลักการอีกครั้ง ส่วนการลงนามเอ็มโอยูกระทรวงการต่างประเทศจะทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานและ ลงนามในข้อตกลง

          พ.ร.ฎ.เวนคืนสร้างรถไฟ5สาย

          ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบร่าง พ.ร.ฎ.กำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืนเพื่อก่อสร้างรถไฟทางคู่ 5 เส้นทาง รวม 50  ฉบับ ได้แก่ ร่าง พ.ร.ฎ.กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างทางคู่ในเส้นทางรถไฟสายเหนือ ช่วงลพบุรี-ปากน้ำโพ จำนวน 4 ฉบับ ร่าง พ.ร.ฎ.กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างทางคู่ในเส้นทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงชุมทางถนน จิระ-ขอนแก่น รวม 4 ฉบับ ร่าง พ.ร.ฎ.กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างทางคู่ในเส้นทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ รวม 15 ฉบับ ร่าง พ.ร.ฎ.กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างทางคู่ในเส้นทางรถไฟสายใต้ ช่วงนครปฐม-หัวหิน รวม 19 ฉบับ และร่าง พ.ร.ฎ.กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างทางคู่ในเส้นทางรถไฟสายใต้ ช่วงประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร รวม 8 ฉบับ

          ข้าราชการ4แสนคนได้เฮ

          นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า จากมติ ครม.ในครั้งนี้จะมีข้าราชการและลูกจ้างได้รับสิทธิตามระเบียบนี้มีประมาณ 400,000 คน ซึ่งหลังจากระเบียบมีผลบังคับใช้ ส่วนราชการจะต้องออกคำสั่งให้ได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว และขอเบิกเงินที่กรมบัญชีกลางหรือสำนักงานคลังจังหวัด ซึ่งกรมบัญชีกลางได้เตรียมการเพื่อรองรับการเบิกจ่ายเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวฯไว้พร้อมแล้ว และการปรับเพิ่มรายได้ครั้งนี้เป็นไปตามคำแถลงนโยบายต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ของรัฐบาลเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2557 ที่ว่าให้จัดระบบอัตรากำลังและปรับปรุงค่าตอบแทนบุคลากรภาครัฐให้เหมาะสมและเป็นธรรม ยึดหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี การบริหารจัดการภาครัฐแบบใหม่ เพื่อให้สอดรับกับนโยบายดังกล่าว กรมบัญชีกลางได้เสนอเพิ่มค่าครองชีพแก่ข้าราชการขึ้น

          ภาษีมรดกเกิน50ล.เสีย10%

          พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก โดยมีสาระสำคัญกำหนดให้ผู้ที่ได้รับมรดกจากเจ้าของมรดกที่เสียชีวิตหลังจากวันที่ร่างกฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ เมื่อได้รับมรดกทุกชนิดทั้งบ้าน ที่ดิน และสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าเกิน 50 ล้านบาท ต้องเสียภาษีดังกล่าวในอัตรา 10% โดยขั้นตอนจากนี้จะเสนอให้ สนช.พิจารณาเห็นชอบ ก่อนประกาศลงราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้ใน 90 วัน คาดว่าอย่างเร็วที่สุดภายในเดือนมิถุนายน 2558 นี้ กฎหมายฉบับดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ได้

          พล.ต.สรรเสริญกล่าวว่า กฎหมายได้กำหนดให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีการรับมรดก คือ บุคคลผู้มีสัญชาติไทย หรือผู้มิได้มีสัญชาติไทย แต่มีภูมิลำเนาหรือมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลา 3 ปี ติดต่อกันถึงวันมีสิทธิได้รับมรดก และบุคคลผู้มิได้มีสัญชาติไทย แต่ได้รับมรดกที่เป็นทรัพย์สินอยู่ในประเทศไทย และกำหนดให้ผู้ได้รับมรดกไม่ว่าจะได้รับมาในคราวเดียวหรือหลายคราว ถ้าแต่ละรายรวมกันแล้วมีมูลค่าเกิน 50 ล้านบาทต้องเสียภาษีเฉพาะส่วนที่เกิน 50 ล้านบาท

          ยกเว้นคู่สมรส-อัญมณี-พระเครื่อง

          พล.ต.สรรเสริญกล่าวว่า ยังมีข้อยกเว้นไม่เก็บภาษีจากกรณีที่คู่สมรสที่ได้รับมรดก เพราะถือว่าก่อร่างสร้างตัวกันมา และยกเว้นการเก็บภาษีกับผู้ได้รับมรดกที่เจ้ามรดกแสดง เจตนาให้ใช้มรดกนั้นเพื่อประโยชน์ในกิจการศาสนา กิจการศึกษา หรือกิจการสาธารณประโยชน์ หรือให้กับหน่วยงานของรัฐ และนิติบุคคลเพื่อกิจการศาสนา กิจการศึกษา หรือกิจการสาธารณประโยชน์ แต่จะเก็บจากทรัพย์ทุกชนิดที่ผู้ได้รับมรดกจากผู้ที่ตายหลังจากกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้แล้ว หากพบว่ามีมูลค่าเกิน 50 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีการยกเว้นการเก็บภาษีจากทรัพย์สินที่ไม่ได้จดทะเบียน ประกอบด้วย อัญมณี เงินสด พระเครื่อง รูปปั้น รูปวาด หุ้นที่บริษัทไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

          'วิษณุ'แจงเศรษฐีหนีไม่ได้

          "นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯชี้แจงใน ที่ประชุมว่า หลักการของกฎหมายฉบับนี้จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้ และถ้าใครอยากจะหนีไม่ใช้กฎหมายนี้ก็ต้องชิงตายก่อนกฎหมายนี้จะออกมา ส่วนอัตราที่จัดเก็บ 10% นั้น เป็นเพดานสูงสุด ซึ่งจริงๆ แล้ว นายวิษณุคิดว่ากระทรวงการคลัง อยากจะเก็บอัตราภาษีระหว่างกลางก่อนคือ 5% แต่ในรายละเอียดกระทรวงการคลังคงไปดูกฎหมายประกอบอีกทีว่าจะกำหนดรายละเอียดการจัดเก็บอย่างไร" พล.ต.สรรเสริญกล่าว

          พล.ต.สรรเสริญกล่าวว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบให้แก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เพื่อจัดเก็บภาษีเงินได้จากการรับให้ เพื่อป้องกันการหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษีมรดก โดยผู้มีมรดกจะโอนทรัพย์สินให้กับผู้รับก่อนเสียชีวิต ซึ่งกฎหมายดังกล่าวจะกำหนดให้พ่อแม่ผู้ที่มีมรดกที่มีอสังหาริมทรัพย์ ทั้งบ้าน และที่ดิน หากโอนให้ผู้รับเกิน 10 ล้านบาทต่อคนต่อปี ต้องเสียภาษี 5% ขณะที่บุพการี ที่มีอสังหาริมทรัพย์ ทั้งเงิน และหุ้น หากโอนให้ผู้รับเกิน 10 ล้านบาทต่อคนต่อปี ต้องเสียภาษี 5% ส่วนบุคคลภายนอกที่ให้โดยธรรมจรรยา ประเพณี เช่น สินสอด งานแต่ง มีมูลค่าเกิน 10 ล้านบาทต่อคนต่อปี ต้องเสียภาษี 5% ส่วนผู้ที่ให้ทรัพย์สินที่เป็นการกุศลก็ได้รับการยกเว้น สำหรับผู้เสียภาษีมรดกที่ไม่มีเงินชำระ เบื้องต้นสามารถผ่อนชำระภาษีได้ 5 ปี โดย 2 ปีแรกปลอดการเก็บเงินเพิ่ม ทั้งนี้ ในส่วนของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้นที่ประชุมยังไม่ได้พิจารณาเนื่องจากกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียดของข้อกฎหมาย

          ขุนคลังเชื่อศก.ขยายตัว

          นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า มั่นใจว่ามาตรการเศรษฐกิจต่างๆ ที่รัฐบาลออกมา จะเริ่มเห็นผลทำให้จีดีพีปีนี้ยังขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 1.5% หากใครจะมองว่าต่ำกว่าก็ไม่เป็นไร เพราะในส่วนของกระทรวงการคลัง กำลังเร่งรัดจ่ายเงินชาวนาวงเงิน 4 หมื่นล้านบาท เสร็จสิ้นภายในกลางเดือนธันวาคมนี้ นอกจากนี้ ในส่วนโครงการลงทุนไทยเข้มแข็งวงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท ขณะนี้ผ่านการพิจารณาของสภาแล้ว คาดว่าจะเริ่มทยอยเบิกจ่ายได้ทันที รวมถึงการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณภาพรวมปี 2558 ในช่วงเดือนแรก ได้รับรายงานจากกรมบัญชีกลาง ยังเบิกจ่ายได้เกินเป้า ฉะนั้นในไตรมาสสุดท้ายปีนี้มองว่า การเบิกจ่ายภาครัฐจะเป็นไปตามเป้าหมายแน่นอน เมื่อรวมกับมาตรการด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลน่าจะให้เศรษฐกิจปีนี้โตได้ ส่วนในปี 2558 คาดว่าจีดีพีโต 4-5% จากการเบิกจ่ายงบลงทุนขนาดใหญ่ 500 ล้านบาทขึ้นไปจะออกได้ต้นปีหน้า รวมถึงโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

          ชี้ได้ผลจิตวิทยา-บริโภคเพิ่ม

          นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า แม้ สศช.จะปรับลดจีดีพีปีนี้เหลือ 1% แต่ สศค.ยังมองจีดีพีปีนี้โต 1.4% ซึ่งยังมีความเป็นไปได้ หากเม็ดเงินตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะ 3 เดือนสุดท้ายของปี2557ของรัฐบาลถูกเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้จริง คงต้องติดตามเม็ดเงินไตรมาสสุดท้ายได้เท่าไหร่ มองว่าไตรมาสสุดท้ายปีนี้ ภาครัฐต้องเร่งเบิกจ่าย ทั้งงบไทยเข้มแข็ง งบฝึกอบรมประชุมสัมมนา งบเหลื่อมปี 2558 และงบค้างท่อปี 2557 ส่วนมาตรการขึ้นเงินเดือนค่าครองชีพข้าราชการชั้นผู้น้อย ให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2557 จะมีผลทางด้านจิตวิทยาช่วยกระตุ้นการบริโภคช่วงปลายปีกระเตื้องขึ้นได้

          รสก.ปรับโครงสร้างเงินเดือน

          นายเฉลิมทัต ตันโสภณ ผู้อำนวยการ กลุ่มงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า การประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาสภาพการจ้างของรัฐวิสาหกิจ ที่มีนายพีรพัฒน์ พรศิริเลิศกิจ อธิบดี กสร.เป็นประธานมีการพิจารณาการปรับโครงสร้างเงินเดือนค่าจ้างของพนักงานรัฐวิสาหกิจ ตามที่สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) และกลุ่มประสานงานบุคคลรัฐวิสาหกิจ (กบร.) เสนอให้ปรับปรุง โดย สรส.เสนอว่าให้ยึดโครงสร้างเงินเดือน 58 ขั้น โดยขั้นที่ 1 ควรจะเริ่มที่ 9,040 บาท และขั้นที่ 58 อยู่ที่อัตรา 189,330 บาท เฉลี่ยปรับขึ้นขั้นละร้อยละ 4.3 ขณะที่ กบร.เสนอให้มีโครงสร้างเงินเดือน 70 ขั้น โดยขั้นที่ 1 เริ่มที่อัตรา 5,780 บาท และขั้นที่ 70 อัตรา 231,280 บาท แต่ให้ขั้นที่ 1-40 ยังคงบัญชีเงินเดือน 58 ขั้น ส่วนขั้นที่ 40.5-58 เสนอให้ปรับเพิ่มค่าจ้างในอัตราร้อยละ 5 เนื่องจากเงินเดือนเกิน 50,000 บาท และขั้นที่ 58.5-80 เสนอให้ปรับร้อยละ 2.80 คณะอนุกรรมการได้ไปศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติม จำนวนเงินที่ต้องใช้ คนที่ได้รับผลกระทบ และทำแบบสำรวจไปยัง 35 รัฐวิสาหกิจ ทั้งนี้ หากสองฝ่ายเห็นตรงกันจะนำไปสู่การแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ.2543

          'วิษณุ'แจงระบายข้าว-ยางพารา

          พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ได้ชี้แจงต่อที่ประชุม ครม.เกี่ยวกับเรื่องการระบายข้าวและการระบายยางพารา ซึ่งการประชุมครั้งที่ผ่านมา ที่ประชุมได้มอบหมายให้ รองนายกรัฐมนตรี ดำเนินการประสานงานหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ได้คำตอบที่ชัดเจน โดยเรื่องข้าวกรณีที่มีการตั้งคำถามว่าสามารถที่จะระบายข้าวในสต๊อกออกไปได้หรือไม่ หรือจะต้องเก็บไว้เป็นของกลางหรือไม่ เพื่อใช้ดำเนินการตรวจสอบในการพิจารณาหาตัวผู้ที่กระทำผิดหรือมีส่วนทุจริต มาลงโทษนั้น ป.ป.ช.ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนว่า ทาง ป.ป.ช.ให้ความสนใจเฉพาะตัวเลขของข้าวและปริมาณข้าว ไม่ได้สนใจตัวคุณภาพ ฉะนั้น ยืนยันได้ว่าข้าวไม่ใช่ของกลาง ซึ่งการดำเนินการต่อข้าว เพื่อเร่งระบายข้าวออกไปก็ให้ดำเนินการไปตามแนวทางนโยบายที่รัฐบาลกำหนดไว้ เพราะข้าวเป็นสินค้าที่เสื่อมสภาพได้ง่าย อย่างไรก็ตามเมื่อใดที่ ป.ป.ช.เห็นว่าขอให้ยุติในงวดใดเพื่อจะตรวจสอบเพิ่มเติมก็จะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าก่อน แต่การขายและระบายข้าวออกไปขอให้ยึดหลักความสุจริต โปร่งใส อย่าให้มีการสมยอมกันในการเสนอราคา และยืนยันว่าบุคคลที่ได้ดำเนินการตามคำแนะนำดังกล่าวของ ป.ป.ช.จะไม่ถูกย้อนดำเนินคดีในภายหลัง

          สตง.สอบจ่ายเงินชาวนา

          นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน กล่าวว่า ตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไปเจ้าหน้าที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ประมาณ 100 คน จะเข้าไปตรวจสอบการจ่ายเงินเพื่อช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาทในพื้นที่ภาคกลาง ตะวันออก และภาคใต้บางส่วนจำนวน 26 จังหวัด เพื่อดูว่ามีการทุจริตทั้งในส่วนของชาวนา และเจ้าหน้าที่อย่างไรบ้าง อาทิ การซอยนาให้ไม่เกิน 15 ไร่ เพื่อรับเงิน การเรียกรับเงินไร่ละ 50 บาท ของบรรดากำนันผู้ใหญ่บ้าน ป้องกันและลดปัญหาการทุจริตในโครงการ คาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบประมาณ 1 เดือน หลังจากนั้นจะรายงานภาคีเครือข่ายองค์กรต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ และนายกรัฐมนตรี เพื่อดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมายต่อไป

          หนุนลดภาษีเขตศก.พิเศษ

          นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า กรณีที่รัฐบาลออกสิทธิประโยชน์การลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษโดยลดภาษีนิติบุคคลธรรมดา 50% จำนวน 10 ปี ถือว่ายังจูงใจไม่พอ เพราะปัจจุบันการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษควรมีมาตรการที่เพิ่มแรงสนับสนุนเนื่องจากเป็นการลงทุนใหม่ ดังนั้น ส.อ.ท.จึงเสนอให้ออกสิทธิประโยชน์สูงสุดเช่นเดียวกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กำหนด คือ โซน 3 พิเศษ ซึ่งจะเว้นภาษี 8 ปี และลดภาษี 50% อีก 5 ปี หากมองอีกมุมหนึ่งสิทธิประโยชน์ที่รัฐบาลให้ก็ดีเช่นกัน เพราะหากให้ใช้สิทธิประโยชน์ใหม่ของบีโอไอที่เตรียมประกาศต้นปีหน้าคือกำหนดจำนวนประเภทกิจการที่จะให้สิทธิประโยชน์ และสิทธิประโยชน์ด้านภาษีก็ลดลงด้วย มาตรการครั้งนี้จึงเป็นเรื่องที่ดี ทั้งนี้ ส.อ.ท.จะนำเรื่องเข้าที่ประชุมเพื่อสอบถามข้อมูลว่าเห็นด้วยกับสิทธิประโยชน์หรือไม่ จากนั้นจะเสนอต่อรัฐบาลเพื่อพิจารณา

ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ