Loading

ร้องใช้ราคากลางตามต้นทุนจริงสมาคมฯชงแก้พ.ร.บ.ก่อสร้าง/หวังได้งานไม่ตกค้า

วันที่ : 6 พฤศจิกายน 2557
ร้องใช้ราคากลางตามต้นทุนจริงสมาคมฯชงแก้พ.ร.บ.ก่อสร้าง/หวังได้งานไม่ตกค้าง

          สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างฯเรียกร้องกรมบัญชีกลาง-กระทรวงพาณิชย์ กำหนดราคากลางให้สะท้อนต่อต้นทุนจริงปัจจุบัน เพื่อจูงใจให้มีผู้เข้าร่วมประกวดราคาได้ในราคาที่เหมาะสม งานไม่ตกค้าง หรือหาผู้รับเหมาไม่ได้จนงานล่าช้า แนะผู้รับเหมาตรวจสอบเชิงลึก หวั่นทำงานรับเหมาไม่คุ้ม พร้อมหนุนปัดฝุ่น พ.ร.บ.ก่อสร้างให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

          นายอังสุรัสมิ์ อารีกุล นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า สมาคมขอเรียกร้องให้รัฐบาลโดยเฉพาะกรมบัญชีกลางและกระทรวงพาณิชย์กำหนดราคากลางและกำหนด FACTOR F (ค่าตัวเลข ซึ่งกำหนดขึ้นตามมติคณะกรรมการควบคุมราคากลาง) โครงการก่อสร้างโดยจะต้องให้หาวิธีการให้สะท้อนราคาในปัจจุบัน ทั้งนี้เพื่อจูงใจให้มีผู้เข้าร่วมประกวดราคาอย่างมีเหตุผล ในราคาที่เหมาะสม และทำให้โครงการดำเนินการจ้างได้อย่างรวดเร็ว ไม่ตกค้าง หาผู้ประกวดราคาไม่ได้ ต้องทำการประกวดราคาหลายรอบ จึงส่งผลให้โครงการดำเนินการล่าช้าหรือไม่แล้วเสร็จ

          ประการสำคัญราคาวัสดุหลักที่ใช้ก่อสร้างยังถูกควบคุมราคาโดยสำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ หรือเป็นราคาจากพาณิชย์จังหวัด ซึ่งส่วนมากเป็นราคาที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง และหลายกรณีไม่รวมค่าขนส่ง ดังนั้นเมื่อนำราคาเหล่านี้มาใช้เป็นฐานคิดราคากลาง จึงได้ราคากลางที่ต่ำกว่าความเป็นจริง

          "อยากให้ภาครัฐทบทวนวิธีการได้มาซึ่งราคาสินค้าควบคุม และวิธีการคิดราคากลาง และกำหนด FACTOR F ที่มีความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการควรเอาราคาที่คิดรวมต้นทุนอื่นๆ ที่กฎหมายกำหนดให้เอกชนดำเนินการ เช่น ต้องว่าจ้างคนพิการ 1 คน สำหรับการจ้างงาน ทุกๆ 100 คน รวมเข้าไปด้วย ไม่ใช่เน้นเฉพาะราคากลางที่ต่ำ เพราะราคากลางที่ต่ำจะส่งผลให้หลายโครงการไม่มีเอกชนเข้าร่วมประมูล โดยเฉพาะงานก่อสร้างอาคารที่ต้องใช้แรงงานจำนวนมาก" นายอังสุรัสมิ์กล่าวและว่า

          ขณะเดียวกันสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยฯ ยังมีแนวคิดที่จะดึงแรง งานไทยกลับเข้ามาในอุตสาหกรรมก่อ สร้าง ด้วยค่าจ้างที่เหมาะสมเป็นที่ยอม รับ เพื่อจะได้ไม่ต้องเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ โดยอยากเรียกร้องให้ภาครัฐร่วมกับภาคเอกชน จูงใจคนไทยเหล่านี้ให้กลับเข้ามาในลักษณะ ไทยทำ ไทยใช้ ไทยเจริญ โดยกรมบัญชีกลางต้องยอมรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการจ้างแรงงานคนไทย

          นอกจากนี้สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยฯ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งผลักดันร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สภาก่อสร้าง ซึ่งเป็นกฎหมายที่ทางผู้ประกอบการวิชาชีพก่อสร้างเคยร่างไว้ และขณะนี้ก็ค้างอยู่ที่กรมโยธาธิการและผังเมือง โดยร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวเสร็จตั้งแต่ปี 2522 และออกมาใช้เป็นกฎ หมายแล้ว แต่สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยฯขอให้ปรับร่างพ.ร.บ.ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพราะจะช่วยในเรื่องการต่อต้านคอร์รัปชันและเพื่อรองรับการที่ประเทศไทยจะก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี ในปี 2558

          "สมาคมได้ยื่นข้อเสนอถึงรัฐบาลผ่านทางกระทรวงแรงงาน และกระทรวงมหาดไทย ให้แก้ไขปัญหา 2 ส่วน คือ ปัญหาแรงงานก่อสร้างขาดแคลน โดยขอให้รัฐบาลประสานงานนำเข้าแรงงานต่างด้าวจากประเทศเวียดนามเพิ่มขึ้น จากที่ในปัจจุบันที่นำเข้าจากเมียนมาร์ สปป.ลาว และกัมพูชา เป็นหลัก  ซึ่งภาพรวมอุตสาหกรรมก่อสร้างยังต้องการแรงงานอีกถึง 3 แสนคน ทั้งนี้เพื่อไม่ให้โครงการเมกะโปรเจ็กต์ต่างๆ ที่ภาครัฐอยู่ระหว่างการเร่งผลักดันในขณะนี้จะเกิดผลกระทบตามมา"

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ