Loading

เล็งดัดหลังคอนโดฯ ลักไก่ต่อยอดสผ.จ่อเสนอกฤษฎีกาแก้ม.39 ทวิ

วันที่ : 4 กันยายน 2557
เล็งดัดหลังคอนโดฯ ลักไก่ต่อยอดสผ.จ่อเสนอกฤษฎีกาแก้ม.39 ทวิ

          สผ.ดัดหลังผู้ประกอบการเห็นแก่ได้ ยื่นขอก่อสร้างอาคารสูงตามมาตรา 39 ทวิ โดยเตรียมยื่นหนังสือต่อกฤษ ฎีกาให้พิจารณาใหม่ หวังอุดช่องโหว่ "เกษมสันต์" ลั่นใครยื่นอีไอเอย้อนหลัง ไม่รับพิจารณา โยธาเผยมีขอยื่นดัด แปลงอาคารเฉลี่ยปีละกว่า 100 โครงการ ด้านกองควบคุมอาคารกทม.-นนทบุรี เผยยอดขออนุญาตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ฟากนายกคอนโดฯไม่หวั่น เหตุได้ไม่คุ้มเสีย ชี้รายใหญ่ไม่กล้าเสี่ยง

          นายเกษมสันต์ จิณณวาโส เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ไม่เกินกลางเดือนกันยายน 2557 ทางสผ.จะยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อยกเว้นการพิจารณาราย งานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ให้กับโครงการที่ยื่นขอก่อสร้างตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 39 ทวิ เนื่องจากที่ผ่านมามีผู้ประกอบการจำนวนมากอาศัยช่องว่างดังกล่าวในการแสวงหาผลประโยชน์

          โดยการก่อสร้างตามมาตรา 39 ทวินั้นระบุว่าอาคารที่จะดำเนินการก่อสร้างถ้ามีขนาดไม่เกิน 80 ห้อง สูงไม่เกิน 23 เมตร และพื้นที่น้อยกว่า 4 พันตารางเมตร ผู้ประกอบการสามารถลงเสาเข็มและก่อสร้างได้เลยก่อนการยื่นขออนุญาตก่อสร้าง ซึ่งการขอใบอนุญาตก่อสร้างจะใช้เวลานานกว่าจึงเลี่ยงมาใช้วิธีการนี้ซึ่งทำให้การก่อสร้างได้ทันที

          แต่ที่ผ่านมาพบว่า อาคารที่ก่อสร้างตามมาตรา 39 ทวิ เหล่านี้มีการก่อสร้างเกินกว่าขนาดที่พ.ร.บ.ควบคุมอาคารกำหนด และไม่เป็นไปตามที่แจ้ง ซึ่งเข้าเกณฑ์ที่จะต้องจัดทำรายงานอีไอเอ โดยทางสผ.จะพิจารณาอีไอเอให้ในส่วนที่เป็นการก่อสร้างเพิ่มเติมจากที่ได้ขออนุญาตก่อสร้าง หมายความว่าจะเริ่มพิจารณาตั้งแต่ชั้น 9 เป็นต้นไป ดังนั้นผู้ที่อยู่อาศัยตั้งแต่ชั้น 8 ลงมาก็จะไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 เมื่อเกิดกรณีฟ้องร้องขึ้นมา เนื่องจากไม่มีการจัดทำอีไอเอตั้งแต่ต้น

          "เชื่อว่ามีผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้ว่าตนเองไม่ได้รับการคุ้มครอง เพราะซื้อต่ำกว่าชั้น 9 และถ้าเกิดมีปัญหาก็ไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้ เนื่องจากตามกฎหมายอีไอเอแล้วจะคุ้มครองในส่วนที่เริ่มก่อสร้างและยื่นอีไอเอ จากเหตุผลดังกล่าวทำให้ตนคิดที่จะเข้าหารือกับทางคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อปิดช่องทางของผู้ประกอบการที่ต้องการแสวงหาผลประโยชน์ โดยการไม่รับพิจารณาอีไอเอให้กับโครงการที่ยื่นของอีไอเอตามหลัง แต่อยากให้ยื่นอีไอเอตั้งแต่ในครั้งแรก แสดงถึงความไม่จริงใจ ใครขออนุญาตอย่างไรในตอนแรกก็ให้ดำเนินการก่อสร้างตามนั้น สผ.จึงไม่อยากเป็นคนพายเรือให้โจรนั่ง ทั้งนี้จากการเจรจาในเบื้องต้นทางคณะกรรมการกฤษฎีกาก็เห็นพ้องตามที่ชี้แจง สผ.โดยจะมีการประกาศใช้ทั่วประเทศ" นายเกษมสันต์กล่าว

          สำหรับรายงานผลกระทบสิ่งแวด ล้อมที่ส่งมาให้สผ.พิจารณาในปัจจุบันมีจำนวนมากถึง 5.2 พันเรื่องต่อปี โดยในส่วนของอาคารสูงมีจำนวนมากถึง 3 พันเรื่อง ซึ่งเป็นจำนวนที่เพิ่มมากขึ้นจากในอดีตที่มีเรื่องเข้ามาให้พิจารณาเพียง 200 เรื่องต่อปี ทั้งนี้ใน 1 สัปดาห์จะสามารถพิจารณาอนุมัติได้เพียง 20 เรื่องเท่านั้น

          ด้านแหล่งข่าวจากกองควบคุมอาคาร สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า โดยเฉลี่ยในแต่ละปีจะมีผู้ประกอบการทั้งในตลาดหลักทรัพย์ฯและนอกตลาดหลักทรัพย์ฯยื่นขออนุญาตก่อสร้างตามมาตรา 39 ทวิ เฉลี่ยปีละกว่า 100 โครงการ ใกล้เคียงกับจำนวนการขออนุญาตดัดแปลงต่อเติมอาคารเพิ่มความสูงและแบบ

          สอดคล้องกับ นางดวงรัตน์ เพิ่มสมบัติ เจ้าหน้าที่ส่วนควบคุมอาคารและผังเมือง เทศบาลนครนนทบุรี กล่าวว่า นับตั้งแต่มีการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงพบว่า มีผู้ประกอบการภาคอสังหาริมทรัพย์ก็เข้ามายื่นขออนุญาตก่อสร้างอาคารสูงตามมาตรา 39 ทวิ เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เหตุเพราะต้องการสร้างให้ได้เร็วที่สุด เพื่อที่จะได้ขายได้เร็วที่สุดเช่นกัน

          ในส่วนของ นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวแสดงความเห็นต่อแนวคิดดังกล่าวว่า ในอดีตผู้ประกอบการทั้งรายเล็กและรายใหญ่ใช้วิธีการก่อสร้างตามมาตรา 39 ทวิ โดยการยื่นขอก่อสร้างจำนวน 79 ยูนิตก่อน แล้วจึงแก้แบบทีหลัง เนื่องจากต้องการเลี่ยงการทำอีไอเอ เพราะมีขั้นตอนมากและใช้ระยะเวลาในการพิจารณานาน ในขณะที่ผู้ประกอบการก็ต้องเร่งการก่อสร้างจึงต้องใช้วิธีการดังกล่าว

          "ปัจจุบันผู้ประกอบการส่วนใหญ่โดยเฉพาะรายใหญ่ เลี่ยงที่จะดำเนินการก่อสร้างตามวิธีการเดิม เนื่องจากส่วนใหญ่พัฒนาโครงการขนาดใหญ่มากกว่าขนาดเล็ก ซึ่งต้องทำอีไอเออยู่แล้ว และไม่คุ้มหากโครงการก่อสร้างแล้วไม่ผ่านอีไอเอ ทำให้ต้องทุบทิ้ง ในส่วนของผู้ประกอบการรายเล็กก็อาจจะได้รับผลกระทบในส่วนนี้ แต่สำหรับผู้ประกอบการรายใหญ่ถือว่าไม่ได้รับผลกระทบ" นายประเสริฐกล่าว

          ทั้งนี้จากการรวบรวมข้อมูลในอดีตพบว่า โครงการคอนโดมิเนียม บริดจ์ พหลโยธิน 37 (ชื่อเดิม เดอะ พัลซ์) ของ บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งในซ.พหลโยธิน 37 เขตจตุจักร ซึ่งเป็นอาคารชุด 8 ชั้น 2 อาคาร ทำการก่อสร้างโดยไม่ได้ขอใบอนุญาตก่อสร้างจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) กระทั่งผู้ว่าฯกทม.สั่งให้เขตจตุจักรและสำนักการโยธา กทม. ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่ามีการทำเรื่องขออนุญาตก่อสร้างอาคาร A จำนวน 8 ชั้น 77 ยูนิต ตามมาตรา 39 ทวิ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร 2535 เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2549 และในวันที่ 26 ธันวาคม 2549 สำนักการโยธาแจ้งว่ามีการก่อสร้างอาคาร และพบว่ามีการก่อสร้างผิดแบบ เนื่องจากเจ้าของโครงการก่อสร้างจำนวน 154 ยูนิต โดยเขตจตุจักรได้สั่งระงับการก่อสร้าง และสั่งให้แก้ไขให้ถูกต้องตามแบบ


ที่มา
: หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ