Loading

กรมบังคับคดีเร่งปลดล็อกคอนโดฯ ชงแยกหนี้จากราคาทรัพย์หวังกระตุ้นยอดประมู

วันที่ : 14 สิงหาคม 2557
กรมบังคับคดีเร่งปลดล็อกคอนโดฯ ชงแยกหนี้จากราคาทรัพย์หวังกระตุ้นยอดประมูล

        กรมบังคับคดี เดินหน้าเสนอร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวล กม.วิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่..) พ.ศ. ... (ร่างมาตรา 309 จัตวา) ปลดล็อกปัญหาการขายทอดตลาดห้องชุดที่ค้างในกรมจำนวนมาก เหตุเจ้าของเดิมค้างชำระ อื้อ ส่งผลผู้ซื้อทรัพย์ทอดตลาดต้องแบกรับหนี้ส่วนกลางและค่าเบี้ยปรับ 12% ของมูลค่าห้องชุด เผยห้องชุดจำนวนมากหนี้ส่วนกลางสูงถึง 50% ของราคาทรัพย์  โชว์ 10 เดือน ผลักดันทรัพย์สิน 78,000 ล้านบาท ระบุเม็ดเงินเข้าสู่ระบบกว่า  74,000 ล้านบาท ตั้งเป้าสิ้นปีงบประมาณ 57 ทำให้ได้แสนล้าน

          นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2557 นี้ กรมบังคับคดี มีทรัพย์ที่รอขายทอดตลาดรวม 170,140 ล้านบาทคิดเป็นมูลค่ารวม 236,151 ล้านบาท  แบ่งเป็นที่ดินเปล่า 68,298 รายการ มูลค่า 86,499 ล้านบาทคิดเป็น 40% ของทรัพย์ที่รอขาย ทอดตลาด ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง 87,555 รายการ มูลค่า 78,480 ล้านบาท คิดเป็น 52% และห้องชุด 14,287 รายการ มูลค่ารวม 62,172 ล้านบาทคิดเป็น 8%

          โดยทรัพย์ที่ประสบปัญหาในการ ขายทอดตลาดมากที่สุด คือ ทรัพย์ประเภทห้องชุด ซึ่งมีอยู่ 14,287 รายการ ทั้งนี้ ปัญหาหลักที่ทำให้ทรัพย์ประเภทห้องชุดขายยาก ทั้งที่ห้องชุดหรือคอนโดมิเนียมเป็นที่นิยมของตลาดในปัจจุบัน เพราะห้องชุดโดยมากติดปัญหาการค้างชำระค่าส่วนกลางของเจ้าของเดิมต่อนิติบุคคลอาคารชุด ซึ่ง ส่วนใหญ่ค่าส่วนกลางที่ค้างชำระนั้น มี มูลค่าสูงกว่า 50% ของราคาขายห้องชุด ผู้ซื้อห้องชุดจากการขายทอดตลาดของ กรมฯยังต้องจ่ายค่าเบี้ยปรับจากการค้างชำระค่าส่วนกลาง เพื่อให้ได้ใบปลอดหนี้จากนิติบุคคลอาคารชุดก่อนนำไปโอนกับกรมที่ดินสูงถึง 12% ของมูลค่าห้องชุด ด้วย

          "ค่าส่วนกลางและค่าเบี้ยปรับที่ติดกับตัวทรัพย์มามูลค่าสูงมากเมื่อเทียบกับราคาทรัพย์ และในทางวิชาการแล้วค่าส่วนกลางที่ค้าชำระ และค่าเบี้ยปรับนั้นควรมีการ เรียกเก็บกับเจ้าของเดิม เพราะผู้ซื้อทรัพย์ทอดตลาดนั้นไม่ได้ก่อหนี้ซึ่งเกิดจากการใช้งานห้องชุดเลย จึงเป็นเรื่องไม่ยุติธรรมกับผู้ซื้อรายใหม่"

          ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา กรมบังคับคดี ได้เสนอการปรับปรุงและแก้ไขระเบียบกระทรวงยุติธรรม เกี่ยวกับการพิจารณาเสนอปรับปรุงแก้ไขประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง  โดยการเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่..) พ.ศ. .... (ร่างมาตรา 309 จัตวา) เพื่อแก้ไขปัญหาการขายทอดตลาดห้องชุด ทั้งนี้ กรมได้เสนอขอแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติ ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ แพ่ง

          โดยเสนอให้การโอนกรรมสิทธิ์ ในห้องชุดที่ซื้อจากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดี ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้ โดยไม่ให้ นำบทบัญญัติมาตรา 29 วรรคสอง แห่ง พระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 มาใช้บังคับ ทั้งนี้ สิทธิในการได้รับชำระหนี้ ของนิติบุคคลอาคารชุดให้เป็นไปตาม มาตรา 287แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง รวมทั้งการพิจารณาเสนอปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 ซึ่งการแก้ไข ดังกล่าวจะช่วยผลักดันการทำงานของ กรมฯในเชิงรุกมากขึ้น

          "กรมบังคับคดีจะเสนอขอแก้ไข กฎ โดยให้แยกค่าส่วนกลางจากราคาทรัพย์ และให้นิติบุคคลอาคารชุดฟ้องเรียกจาก ผู้ใช้ส่วนกลางหรือเจ้าของเก่าอาคารชุด หากสามารถร่างแก้ไขพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่..) พ.ศ. .... (ร่างมาตรา 309 จัตวา) ได้รับการอนุมัติ ให้แก้ไขได้ตามที่เสนอไป เชื่อว่าจะช่วยให้ผู้บริโภคสนใจ เข้ามาซื้อทรัพย์ประเภทห้องชุดเพิ่มมากขึ้น และจะสามารถแก้ไขปัญหาการขายทอดตลาดห้องชุดของกรมได้ด้วย"

          อย่างไรก็ตาม ข้อกังวลเกี่ยวกับการเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่..) พ.ศ. .... (ร่างมาตรา 309 จัตวา) เพื่อแก้ไขปัญหาการขายทอดตลาดห้องชุด ซึ่งอาจจะไปกระทบต่ออำนาจของ พ.ร.บ. นิติบุคคลอาคารชุด ซึ่งกรมที่ดินเป็นผู้กำกับดูแลอยู่ โดยเฉพาะมาตรา 29 ใน พ.ร.บ. นิติบุคคลอาคารชุดนั้น อยากให้เข้าใจและแยกกฎหมายที่ 2 ฉบับออกจากกัน

          เนื่องจากข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้ส่งผล หรือมีผลระงับอำนาจการบังคับใช้ของ มาตรา 29 ใน พ.ร.บ.นิติบุคคลอาคารชุด เพียงแต่ข้อเสนอดังกล่าว จะมีผลให้มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้ถูกเอาความ หรือผู้ถูกติดตามหนี้ที่เกิดจากการค้างชำระค่าส่วนกลาง จากผู้ซื้อทรัพย์ เป็นเจ้าของทรัพย์เดิม ซึ่งในกรณีนี้ไม่ได้ก่อให้เกิดหนี้สูญ เพราะนิติบุคคลอาคารชุดยังสามารถเรียกเก็บค่าค้างชำระจากเจ้าของเดิมได้

          10 เดือนแรกผลักดันทรัพย์ได้กว่า 7.8 หมื่นล้าน

          นางสาวรื่นวดีกล่าวถึงผลการดำเนินงานของกรมบังคับคดีช่วง 10 เดือนที่ผ่านมาว่าสามารถผลักดันทรัพย์เป็นมูลค่ารวม 78,418.95 ล้านบาท หรือคิดเป็นมูลค่าทรัพย์สินที่ส่งผลให้มีปริมาณเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจรวม 74,445.99 ล้านบาท ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 57 ทางกรมฯมีเป้าผลักดันทรัพย์ให้ได้ 1 แสนล้านบาท คาดว่าในช่วง 2 เดือนที่เหลือจะสามารถผลักดันทรัพย์ได้ตามเป้าหมาย

ที่มา : ASTV ผู้จัดการรายวัน

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ