Loading

พาณิชย์ออกหน้าแก้ผูกขาดเหล็ก สหวิริยา โต้วุ่

วันที่ : 31 กรกฎาคม 2557
พาณิชย์ออกหน้าแก้ผูกขาดเหล็ก สหวิริยา โต้วุ่น

          พาณิชย์ออกหน้า สางปัญหาราคาเหล็ก หลัง 3 ผู้ประกอบการ อสังหาฯโคราชข้องใจราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนในประเทศสวนทางตลาดโลก แค่ 6 เดือน ขยับจาก 21 บาท เป็น 24 บาท ด้าน "สหวิริยา" โต้วุ่น

          ผลการเปิดแถลงข่าวของกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขนาดเล็ก 3 ราย ในจังหวัดนครราชสีมา ได้แก่ บริษัท สรรสิ่งดี-บริษัทปรีดา โฮลดิ้ง-Modern House Property กรณีผลกระทบจากบริษัทผู้ผลิตจำหน่ายเหล็กแผ่นรีดร้อนภายในประเทศปรับขึ้นราคาจำหน่ายจาก กก.ละ 21 บาท เป็น 24 บาทภายในเวลา 6 เดือน ส่งผลกระทบต่อต้นทุนเหล็กสร้างบ้าน 20% ได้สะท้อนให้เห็นถึง "ความผิดปกติ" ของมาตรการคุ้มครองผู้ผลิตภายในประเทศของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา เมื่อเกิดความเดือดร้อนขึ้นถึงผู้ใช้ปลายทาง

          ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานว่า กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขนาดเล็กทั้ง 3 ราย ซึ่งประสบปัญหาราคาเหล็กรีดร้อนที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเหล็กรูปพรรณสำหรับใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้างมีราคาสูงขึ้นอย่างรวดเร็วผิดปกติ จะทำหนังสือถึงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อให้ประสานไปยังกระทรวงพาณิชย์ให้ 1)ตรวจสอบการพิจารณาออกมาตรการคุ้มครองผู้ผลิตภายในประเทศให้สอดคล้องกับความเป็นจริงและยุติธรรมต่อองค์กรธุรกิจทุกหน่วยในสังคม 2)ขอให้เข้ามาช่วยดูแลการจำหน่ายเหล็กแผ่นรีดร้อนด้วยการกำหนดเพดานราคาสูงสุดและราคาต่ำสุดในแต่ละช่วง เพื่อไม่ให้โรงงานผู้ผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนสามารถฉวยจังหวะปรับขึ้นราคา

          ทั้งนี้ กรมการค้าต่างประเทศได้ออกประกาศเปิดไต่สวนมาตรการปกป้อง (เซฟการ์ด) และตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-dumping หรือ AD) สินค้าเหล็กรีดร้อน เป็นจำนวนหลายรายการ ตั้งแต่เปิดไต่สวน AD สินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วนจากมาเลเซียและจีน ปี 2553, การเปิดไต่สวน AD สินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนเจือโบรอนชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วนที่มีแหล่งกำเนิดจากจีน ปี 2554, การเปิดไต่สวน Safegard สินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนเจืออื่น ๆ ชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วน ปี 2555

          ผลของการเปิดไต่สวนข้างต้นตามมาด้วย 1)การกำหนดมาตรการคุ้มครองโรงงาน ผู้ผลิตเหล็กรีดร้อนภายในประเทศด้วยการเรียกเก็บภาษีต่อต้านการทุ่มตลาด (AD) จากประเทศผู้ส่งออกจำนวน 14 ประเทศ (อัตราภาษี AD ระหว่าง 0-128.11%) 2)การใช้มาตรการปกป้องการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น (Safegard) ห้ามนำเข้าเหล็กแผ่นรีดร้อนในพิกัดที่กำหนด (ขนาดหน้ากว้าง 5 ฟุตขึ้นไป) และ 3)การใช้มาตรการปกป้องชั่วคราวสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนไม่เจือชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วนที่เพิ่มขึ้น 26 พิกัดในอัตรา 34.01% ของราคา CIF เป็นเวลา 200 วันนับจาก 6 มิถุนายน 2557

          ทั้งนี้ มีข้อน่าสังเกตว่า การกำหนดมาตรการคุ้มครองผู้ผลิตภายในประเทศข้างต้นเป็นผลมาจากคำร้องของโรงงานผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อน 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มบริษัทสหวิริยา (บริษัท สหวิริยาสตีล อินดัสตรี จำกัด (มหาชน) กับบริษัท สหวิริยาเพลทมิล จำกัด (มหาชน) และกลุ่มบริษัท จี สตีล จำกัด (มหาชน)/บริษัท จี เจ สตีล จำกัด (มหาชน)

          นายนาวา จันทนสุรคน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายกิจการสาธารณะและความรับผิดชอบทางสังคม บริษัท สหวิริยา สตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ SSI กล่าวว่า ข้อมูลที่ 3 บริษัทผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์แถลงข่าวนั้น "มั่วมาก ๆ" เพราะเหล็กที่ใช้ในงานก่อสร้างส่วนใหญ่ไม่เกี่ยวกับเหล็กแผ่นรีดร้อน ส่วนราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนก็ปรับตัวขึ้นลงช่วงแคบ ๆ และปัจจุบันราคาก็ไม่ต่างจากต้นปี 2556 แต่อย่างใด กล่าวคือมีการปรับตัวขึ้นและลงในช่วงแคบ ๆ ตามภาวะตลาดระหว่าง กก.ละ 21.5-22.5 บาท โดยราคาปัจจุบันอยู่ที่ กก.ละ 22.3-22.5 บาท ไม่ใช่ 24 บาท

          ก่อนหน้านี้นายนิธิ ตากวิริยะนันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สรรสิ่งดี จำกัด ผู้พัฒนาโครงการบ้านนารา จ.นครราชสีมา ได้ตั้งข้อสังเกตว่า 1)ระยะเวลาการปรับขึ้นราคาเหล็กรีดร้อนของผู้ผลิตภายในประเทศมีความสัมพันธ์กับการใช้มาตรการ Safegard-AD 2)ระดับราคาเหล็กรีดร้อนในประเทศที่ปรับสูงขึ้น "สวนทาง" กับราคาเหล็กรีดร้อนในต่างประเทศที่มีระดับราคาลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ และ 3)หากเทียบระดับราคาเหล็กรีดร้อนชนิดเดียวกันในตลาดญี่ปุ่น พบว่ามีราคาจำหน่ายอยู่เพียง กก.ละ 20 บาท เท่ากับราคาเหล็กรีดร้อนของผู้ผลิตในประเทศมี "ช่วงห่าง" จากราคาเหล็กรีดร้อนนอกประเทศถึง 30% 

          "การประกาศมาตรการ Safegard กับ AD ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการผูกขาดการตั้งราคาเหล็กรีดร้อนในประเทศ จากปัจจุบันความต้องการใช้เหล็กรีดร้อนในแต่ละไตรมาสอยู่ที่ประมาณ 4.2 ล้านตัน แต่ผู้ผลิตภายในประเทศผลิตได้ประมาณ 2 ล้านตัน อีก 2 ล้านตันต้องนำเข้า ซึ่งทางกลุ่มบริษัทผู้ร้องเรียนที่มี 2 ราย ปรากฏส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 70% ผลิตไม่พอแล้วยังบล็อกนำเข้าอีก หลังจากบล็อกแล้วผู้ผลิตเหล่านี้ก็ปรับราคาขายภายในสูงขึ้นไปตามอัตราเซฟการ์ด 34% ซึ่งกว่าเหล็กจะมาถึงมือพวกผมต้องผ่านมือพ่อค้าคนกลาง (ยี่ปั๊ว-ซาปั๊ว) อีก คิดเป็นระดับราคาที่มาถึงปลายทางจะปรับเพิ่มขึ้น 40% จากราคานำเข้าก่อนที่มีการเรียกเก็บ Safegard กก.ละ 17-16 บาท ขณะที่ราคาเหล็ก รีดร้อนในตลาดโลกในช่วง 6 เดือนแรก ปรับราคาลดลงจาก กก.ละ 18.5 บาท เหลือ กก.ละ 17 บาท" นายนิธิกล่าว

          แหล่งข่าวจากวงการค้าเหล็กกล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า กลุ่มบริษัทสหวิริยาได้ทยอยปรับขึ้นราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนมาตั้งแต่ต้นปี 2557 เฉลี่ยเดือนละ 20-30 สตางค์ หรือจากเดิมจำหน่ายในราคา กก.ละ 21 บาท ปัจจุบันปรับขึ้นมาที่ราคา กก.ละ 22.80 บาท (ราคา ณ หน้าโรงงาน) โดยการปรับขึ้นราคาดังกล่าว สัมพันธ์กับการเก็บภาษีต่อต้านการทุ่มตลาด (AD) และมาตรการคุ้มครองชั่วคราว Safegard ซึ่งช่วยป้องกันการนำเข้าเหล็กแผ่นรีดร้อนราคาถูกจากนอกประเทศเข้ามาภายในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล็กแผ่นรีดร้อนราคาถูกจากตุรกี ที่จำหน่ายกันเพียงตันละ 600 กว่าเหรียญ หรือ 19-20 บาท/กก.เท่านั้น ส่วนราคาจะขึ้นไปถึง กก.ละ 24 บาท ซึ่งเป็นเพดานสูงสุดที่กรมการค้าภายในกำหนดไว้ให้หรือไม่นั้น เชื่อว่าเต็มที่คงไม่เกิน กก.ละ 23 บาท เพราะตลาดภายในงานลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ

          "มาตรการคุ้มครองผู้ผลิตเพียง 2 รายในประเทศเป็นดาบ 2 คม ด้านหนึ่งผู้นำเข้ามีการนำเข้าเหล็กราคาถูกเข้ามาจริง แต่อีกด้านหนึ่งผู้ผลิตภายในประเทศก็ต้องการผูกขาดราคาขาย คำถามก็คือ ผู้ผลิตภายในประเทศผลิตได้เพียงพอต่อความต้องการใช้จริงหรือไม่ และทำไม ผู้ผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนในต่างประเทศนี้ถึงผลิตได้ต่ำกว่าราคาขายของสหวิริยา ตรงนี้ต้องมาพิจารณาดูว่ามาตรการปกป้อง ผู้ผลิตภายในประเทศของรัฐบาลชุด ที่ผ่านมาได้คำนึงถึงประสิทธิภาพในการผลิตของโรงงานผู้ร้องเรียนหรือไม่" แหล่งข่าวกล่าว

          ล่าสุด ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" ได้สอบถามไปยัง นางจินตนา ชัยยวรรณการ อธิบดีกรมการค้าภายในคนใหม่ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เช่นเดียวกับ นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า กำลังอยู่ระหว่างติดตามความคืบหน้ากรณีการใช้ Safegard เหล็กรีดร้อน โดยยืนยันว่าหากมีการร้องเรียนมาก็พร้อมจะตรวจสอบตามกระบวนการ

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ