Loading

คสช.ทะลวงคอขวด EIA เมกะโปรเจ็กต์ -คอนโด ลดขั้นตอนเสร็จใน 45 วั

วันที่ : 28 กรกฎาคม 2557
คสช.ทะลวงคอขวด EIA เมกะโปรเจ็กต์ -คอนโด ลดขั้นตอนเสร็จใน 45 วัน

          คสช.ปลดล็อกโครงการขนาดใหญ่ค้างพิจารณาอีไอเอ โละบอร์ดผู้ชำนาญการ 9 ชุดรวด ทั้งเหมืองแร่ ปิโตรเลียม โรงไฟฟ้า สาธารณูปโภค โครงสร้างพื้นฐาน ที่อยู่อาศัย และแหล่งน้ำ เร่งให้จบใน 45 วัน ดึง 3 สมาคมอสังหาฯ สถาปนิก ถกแนวทางให้โบนัสผังเมืองเพิ่ม 20% คมนาคมลุ้นเมกะโปรเจ็กต์รถไฟฟ้า รถไฟทางคู่ ท่าเรือปากบาราได้อานิสงส์

          นายเกษมสันต์ จิณณวาโส เลขาธิการ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า การประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ วันที่ 23 ก.ค. 2557 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรกในรอบ 7 เดือนของบอร์ด สวล. ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ในฐานะประธานบอร์ด มอบหมายให้ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา รองประธานบอร์ดทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมแทน เพื่อเร่งพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบ ด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) โครงการสำคัญที่ค้างพิจารณาอยู่จำนวน 24 เรื่อง ที่ประชุมมีมติอนุมัติอีไอเอดังกล่าวทั้งหมด

          บอร์ดสิ่งแวดล้อมเร่งโปรเจ็กต์ค้าง

          "ปีนี้เป็นครั้งแรกที่มีประชุม หลังปัญหาทางการเมืองคลี่คลาย และ คสช.ได้แต่งตั้ง บอร์ดสิ่งแวดล้อมชุดใหม่เพื่อผลักดันโครงการที่ค้างอยู่ให้สามารถเดินหน้าต่อได้หลังล่าช้ามานาน เพราะไม่มีบอร์ดใหญ่พิจารณาอนุมัติ ตามนโยบายของ คสช. จากนี้ ไปจะมีการประชุมบอร์ด สวล.ทุกเดือน"

          เป้าหมายเพื่อผลักดันโครงการที่ค้างพิจารณาให้ออกมาโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมซึ่งเป็นแผนงานเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม ในการประชุมครั้งแรกที่ประชุมได้อนุมัติมีอีไอเอรถไฟทางคู่ 2 สาย ได้แก่ สายจิระ-ขอนแก่น ระยะทาง 187 กิโลเมตร และสายลพบุรี-ปากน้ำโพ 143 กิโลเมตร มอเตอร์เวย์สายพัทยา-มาบตาพุด ถนนเชื่อมมรดกโลกสายกบินทร์บุรี-ปักธงชัย โครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ต.เกาะเปริด อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี จากนี้ไปกระทรวงคมนาคมสามารถขออนุมัติก่อสร้างได้ทันที

          อีกทั้งอนุมัติโครงการเหมืองแร่ 3 แห่ง ได้แก่ เหมืองแร่โดโลไมต์ เหมืองแร่หินอุตสาหกรรม และเหมืองชนิดแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูนของ บมจ.ปูน ซิเมนต์ไทย โครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งที่บ้านฉาง จ.ระยอง ปรับปรุงท่าเรือสงขลาของกรมธนารักษ์ โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนบางปะกง ชุดที่ 5 ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นต้น

          ยกเครื่องกรรมการ คชก.ยกแผง

          นายเกษมสันต์กล่าวว่า นอกจากนี้ ที่ประชุม อนุมัติให้ปรับปรุงคณะกรรมการผู้ชำนาญการฯ (คชก.) จำนวน 9 ชุดใหม่ เนื่องจากครบวาระ โดยจะแต่งตั้งผู้ชำนาญการตามความเหมาะสมต่อไป เพราะที่ผ่านมาบางท่าน อาจให้ความคิดเห็นเกินเลยไปจาก ข้อเท็จจริงและกฎหมาย ทำให้การพิจารณาโครงการล่าช้าเกินกรอบเวลาที่กำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 45 วัน ดังนั้น หากเงื่อนไขหลักเกณฑ์ในส่วนนี้ชัดเจนการพิจารณาโครงการจะเร็วขึ้น

          จึงต้องปรับปรุงคณะกรรมการ คชก.ให้มีผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความเข้าใจ สามารถให้ความคิดเห็นที่ดี และไม่มีอคติ ที่ผ่านมาปัญหาที่เกิดขึ้นกับโครงการรัฐและเอกชนจะเหมือนกัน คชก.จะมีข้อเสนอแนะมากมาย เกินกว่ากฎหมายกำหนด ทำให้เจ้าของโครงการต้องปรับปรุงรายงานอีไอเอ ตามข้อเสนอแนะหลายครั้ง

          โดยเฉพาะโครงการภาครัฐ ปัญหายิ่งมีมาก เนื่องจากไม่ได้กำหนดกรอบการพิจารณาชัดเจนว่าต้องแล้วเสร็จเมื่อใด ขณะที่ โครงการเอกชนกำหนดให้กระบวนการพิจารณาของ สผ.ต้องแล้วเสร็จใน 105 วัน จากนี้ไปจะนำมาตรฐานเดียวกับเอกชนมาใช้ หากเจ้าของโครงการและบริษัทที่ปรึกษาทำรายงานมาสมบูรณ์ จะพิจารณาให้แล้วเสร็จตามกรอบเวลา

          นายเกษมสันต์กล่าวว่า คณะกรรมการ คชก.ทั้ง 9 ชุดที่จะปรับเปลี่ยนใหม่ ได้แก่ 1.ชุดพิจารณาผู้มีสิทธิ์ขอรับใบอนุญาตทำอีไอเอ 2.ชุดพิจารณาอีไอเอด้านเหมืองแร่และอุตสาหกรรมถลุงหรือแต่งแร่ 3.ด้านพัฒนาปิโตรเลียมและระบบขนส่งทางท่อ 4.ด้านอุตสาหกรรม กลั่นน้ำมัน ปิโตรเลียม ปิโตรเคมีและแยกหรือแปรงสภาพก๊าซธรรมชาติ 5.ชุดด้านอุตสาหกรรมและระบบสาธารณูปโภคที่สนับสนุน 6.ด้านอาคาร การจัดสรรที่ดินและบริการชุมชน 7.ด้าน โรงไฟฟ้าพลังความร้อน 8.ด้านโครงสร้าง พื้นฐานและอื่น ๆ และ 9.ด้านพัฒนาแหล่งน้ำ

          เร่งถกผู้ประกอบการคอนโดฯ

          อีกภารกิจเร่งด่วนคือหาแนวทางในการทำงานร่วมกับภาคเอกชนที่มีปัญหาเรื่องการขออีไอเอ โดย 28 ก.ค.นี้จะเชิญตัวแทนผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ทั้งคอนโดฯ-แนวราบ บริษัทที่ปรึกษา สถาปนิก และเจ้าหน้าที่ สผ. ทั้ง 4 ปาร์ตี้ มาหารือ สะท้อนปัญหาการทำงานก่อนรวบรวมประเด็นเข้าพิจารณาในที่ประชุม คชก.เพื่อหาทางแก้ไข ประเด็นที่จะหารือ เช่น ระบบโบนัส ซึ่งเป็นมาตรการจูงใจให้ภาคเอกชนพัฒนาโครงการโดยให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม พื้นที่สีเขียว ตามที่กำหนดไว้ในผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร

          เช่น หากเจ้าของโครงการจัดทำพื้นที่พักน้ำและออกแบบให้เป็นอาคารประหยัดพลังงาน (กรีนบิลดิ้ง) ตามมาตรฐานมูลนิธิอาคารเขียวที่ไทยรองรับ จะได้โบนัสในการพัฒนาเพิ่มขึ้น สามารถก่อสร้างพื้นที่อาคารเพิ่มไม่เกิน 20% เป็นต้น จากที่ผ่านมา ไม่เคยนำเกณฑ์นี้มาพิจารณา เนื่องจากผังเมือง กทม.เพิ่งประกาศใช้กลางปี 2556 ประกอบกับไม่เคยนำระบบ FAR (อัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน) และ OSR (อัตราส่วนพื้นที่ว่างต่อพื้นที่อาคารรวม) มาใช้ โดยจะหารือ คชก.ว่าจะกำหนดแนวทางพิจารณาอย่างไร ส่วนนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้ประกอบการทั้งระบบ ไม่ว่าจะ เป็นอสังหาริมทรัพย์ การก่อสร้างโรงแรม โรงงาน ศูนย์การค้า

          "จะหารือว่าแนวทางจะให้โบนัสทั้งอาคารที่ทำพื้นที่รับน้ำ อาคารประหยัดพลังงาน 20% หรือจะให้แค่อย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะในผังเมืองไม่ได้บอกชัด จะได้กำหนดเป็นแนวปฏิบัติ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ลงทุน อาจหารือถึงการจัดทำคู่มือรหัสหรือโค้ดประกอบการขออีไอเอ ต่อไปโครงการไม่มีค้าง อย่างน้อยต้องอนุมัติให้ได้เดือนละกว่า 10 โครงการ"

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผังเมืองรวม กทม.กำหนดให้โบนัสในการพัฒนากับผู้ประกอบการ ดังนี้ 1.เจ้าของที่ดินที่จัดให้มีพื้นที่รับน้ำในแปลงที่ดินที่ขออนุญาตก่อสร้าง และกักเก็บน้ำได้ไม่น้อยกว่า 1 ลบ.ม.ต่อที่ดิน 50 ตร.ม. จะได้โบนัสสร้างพื้นที่อาคารใหม่ได้เพิ่มจากเกณฑ์ปกติไม่เกิน 5% หากมากกว่า 1 ลบ.ม. จะได้โบนัสเพิ่มไม่เกิน 20% 2.จัดให้มีอาคารประหยัดพลังงาน (กรีนบิลดิ้ง) ตามมาตรฐานมูลนิธิอาคารเขียวที่ไทยรองรับ แยกเป็นระดับที่ 1 (Certified) ได้โบนัสไม่เกิน 5% ระดับที่ 2 (Silver) ได้ไม่เกิน 10% ระดับที่ 3 (Gold) ไม่เกิน 15% และระดับที่ 4 (Platinum) ไม่เกิน 20%

          3 สมาคมอสังหาฯชง 3 ข้อเสนอ

          นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย เปิดเผยว่า สมาคมกับตัวแทนสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย เตรียมประเด็นหารือกับ สผ.หลายเรื่องหลัก ๆ คือ 1) การ พิจารณารายงานอีไอเอโครงการที่อยู่อาศัยซึ่งเข้าข่ายได้รับโบนัสเพิ่ม ตามเกณฑ์ผังเมืองรวม กทม. เช่น ออกแบบอาคารตามมาตรฐานอาคารเขียว ซึ่งประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตามเกณฑ์สถาบันอาคารเขียวไทย, การจัดทำบ่อหน่วงน้ำพื้นที่กักเก็บน้ำฝน ฯลฯ จากปัจจุบันไม่มีหลักเกณฑ์คำนวณขนาดบ่อหน่วงน้ำที่ชัดเจน ทำให้โครงการที่ปฏิบัติตามเกณฑ์ยังไม่ได้รับโบนัสในการพัฒนาเพิ่ม

          2) ขอให้จัดทำคู่มือหลักปฏิบัติ (Code of Conduct) เรื่องดังกล่าวให้ชัดเจน ลดการใช้ดุลพินิจ และ 3) ให้คอนโดฯที่มีพื้นที่อาคารรวมไม่เกิน 1 หมื่น ตร.ม.ไม่ต้อง จัดทำรายงานอีไอเอให้พิจารณา แต่ให้ยึดคู่มือหลักปฏิบัติเป็นแนวทางลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมในโครงการ

          รถไฟฟ้า-ทางคู่ยังติดอีไอเออื้อ

          ด้านแหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคมกล่าวว่า โครงการขนาดใหญ่ของคมนาคมยังไม่ผ่านการพิจารณาบอร์ดสิ่งแวดล้อมจำนวนมากเช่นเดียวกัน อาทิ รถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) ระยะทาง 34.5 กิโลเมตร ที่เพิ่มขนาดพื้นที่ศูนย์ซ่อมบำรุง (ดีโป) ที่มีนบุรีใหม่ สายสีแดง (ตลิ่งชันศาลายา) ระยะทาง 14 กิโลเมตร สายสีแดง (ตลิ่งชัน-ศิริราช) 6 กิโลเมตร สายสีแดง (รังสิต-ม.ธรรมศาสตร์) 10 กิโลเมตร

          รวมถึงรถไฟทางคู่ระยะเร่งด่วน ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของ คชก. ได้แก่ สายประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร 167 กิโลเมตร คาดว่า จะเข้าสู่ที่ประชุมบอร์ดสิ่งแวดล้อม ส.ค.นี้ นอกนั้นมี สายมาบกะเบา-จิระ, นครปฐมหัวหิน, สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ, โครงการท่าเรือน้ำลึกปากบารา เป็นต้น

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ