Loading

บสก.เล็งซื้อ เอ็นพีแอล เพิ่ม2หมื่นล้า

วันที่ : 13 กุมภาพันธ์ 2557
บสก.เล็งซื้อ เอ็นพีแอล เพิ่ม2หมื่นล้าน

หวังกำไรสุทธิปีนี้โต12% หลังปี56ทำสถิติสูงสุด15ปี

บสก.เตรียมซื้อหนี้มาบริหารกว่า 2 หมื่นล้านบาท ปีนี้ พร้อมตั้งเป้าเก็บหนี้ได้เพิ่ม 10% กำไรสุทธิโต 12% ปลื้มผลงานปีก่อนโต 22% สูงสุดในรอบ 15 ปี ส่วนแผนธุรกิจปีนี้ปรับตามภาวะเศรษฐกิจการเมืองวุ่น รุกตลาดนักลงทุนที่หวังรีเทิร์นสูงกว่าเงินฝาก

นายกฤษณ์ เสสะเวช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (บสก.) เปิดเผยว่า บสก.ได้วางแผนซื้อหนี้เสีย (เอ็นพีแอล)และสินทรัพย์รอการขาย(เอ็นพีเอ)เพิ่มอีก 21,500 ล้านบาท ซึ่งเอ็นพีแอลและ เอ็นพีเอมีทั้งเข้าไปประมูลซื้อทรัพย์จากสถาบันการเงินและการขายทอดตลาดที่กรมบังคับคดีเพิ่มอีกด้วย

เขายังได้ประเมินสภาพหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ เอ็นพีแอลทั้งระบบปีนี้ของสถาบันการเงิน ไม่น่าจะปรับตัวเพิ่ม เพราะสถาบันการเงินมีการบริหารจัดการหนี้ได้ดี ณ ปัจจุบันคาดว่า น่าจะอยู่ที่ประมาณกว่า 2%

"เชื่อว่าระบบเศรษฐกิจปัจจุบันไม่ทำให้เกิด เอ็นพีแอลเพิ่ม สิ่งที่น่าเป็นห่วงสำหรับปีนี้คือ สภาพคล่องในระบบมากกว่า เพราะรัฐบาลยังไม่มี สิทธิในการบริหารจัดการต่างๆ ได้เต็มที่ ทำให้การเบิกจ่าย และอนุมัติต่างๆ ต้องชะลอออกไป ทำให้การลงทุนใหม่ต่างๆ ในปีนี้ยังไม่เกิด ทำให้ กระทบต่อภาคเอกชนบางส่วน ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ทำให้บสก. ตั้งเป้าเรียกเก็บเงินหนี้ปีนี้ไว้ที่ 17,078 ล้านบาท โตประมาณ 10% เทียบปี 2556 และมั่นใจ ว่าน่าจะทำได้"

ส่วนกำไรสุทธิปีนี้ตั้งเป้าเอาไว้ที่ 4,458 ล้านบาท เติบโตจากปีที่ผ่านมาราว 12% สำหรับนโยบายการบริหารต้นทุนทางการเงินในปีนี้ จะเน้นลดต้นทุนต่างๆ โดยกำลังอยู่ระหว่างศึกษาการออกหุ้นกู้ เพื่อนำเงินมาชำระคืนเงินกู้ธนาคารทหารไทยที่ครบกำหนดในปี 2558 จำนวน 19,000 ล้านบาท แต่เนื่องจากยังมีระยะเวลาอีกนาน จึงยังไม่ได้เร่งรีบ

สำหรับแผนการเข้าตลาดหลักทรัพย์ นั้น คาดว่าน่าจะทำได้ในไตรมาส 1 ปี 2558 ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้เร่งเข้าไประดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ บวกกับที่ปรึกษาทางการเงินกำลังศึกษาผลดี ผลเสียอีกครั้งหนึ่ง และสุดท้ายก็ต้องให้ผ่าน การพิจารณาของคณะกรรมการกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ในฐานะผู้ถือหุ้น

นายกฤษณ์กล่าวด้วยว่า จากภาวะเศรษฐกิจและการเมืองที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ทำให้บริษัทต้องกำหนด ยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจในปี 2557 ด้วยการให้น้ำหนักกับกลุ่มนักลงทุน ผู้ฝากเงินที่มีเงินออม และไม่ได้เดือดร้อนเรื่องภาวะเศรษฐกิจ อีกทั้งต้องการแสวงหาผลตอบแทนจากการลงทุน ที่ได้สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก

ทั้งนี้การลงทุนในทรัพย์สินรอการขาย หรือ เอ็นพีเอ ของ บสก. ซึ่งส่วนใหญ่เป็นที่ดินว่างเปล่า ได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินฝากแน่นอน แต่ต้อง เป็นการลงทุนระยะยาว เพราะที่ดินเปล่า สามารถผันไปทำเกษตรกรรมและทำอย่างอื่นได้ เป็นการสร้าง มูลค่าเพิ่มให้กับที่ดินเปล่า ทำให้เกิดผลตอบแทนที่สูงกว่าได้

"เรามองตลาดปีนี้อีกมุมหนึ่ง ไม่ได้มองไปที่ตลาดคนที่ต้องการซื้อบ้านใหม่ เรามีทรัพย์สินรอการขาย จึงมองตลาดไปยังกลุ่มผู้ที่มีเงินฝาก เงินออมและต้องการลงทุน เพื่อหวังผลตอบแทนที่สูงกว่าแบงก์มากกว่า"

เขาปิดท้ายถึงแผนการตลาดของบสก.ในปีนี้ว่า บริษัทมุ่งเน้นระบายทรัพย์สินรอการขาย หรือ เอ็นพีเอ โดยจะเข้าร่วมงานอสังหาริมทรัพย์ เช่น งานมหกรรมบ้านและคอนโด ระหว่าง 13-16 มี.ค. งานเอ็นพีเอแกรนด์เซล 21-24 ส.ค. งานมหกรรมคอนโดราคามหาชนเดือนพ.ค. เน้นการนำคอนโดราคาไม่เกิน 1 ล้านบาทที่มีอยู่เกือบ 3 พันยูนิตมาจำหน่าย ให้ผู้มีรายได้น้อย และจะเข้าร่วมในการจัดงานมหกรรมอสังหาริมทรัพย์ 5 มุมเมือง ตลอดจนออกบูธตามศูนย์การค้าและซูเปอร์สโตร์ตามต่างจังหวัดด้วย

ส่วนผลการดำเนินงานในปี 2556 บสก.มีกำไรสุทธิ 3,984 ล้านบาท เติบโต 22% ถือว่าสูงสุดในรอบ 15 ปี มีรายได้จากการเรียกเก็บหนี้และจำหน่ายทรัพย์รวมทั้งสิ้น 16,605 ล้านบาท เติบโตจากเป้าหมาย 21% มีทรัพย์สินเพิ่ม 20,111.34 ล้านบาท ส่งผลให้มีทรัพย์สินรวมอยู่ที่ 433,370 ล้านบาท

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ