Loading

กทม.คุมเข้มพื้นที่ย่านฝังธนรับผังเมืองใหม

วันที่ : 14 ธันวาคม 2556
กทม.คุมเข้มพื้นที่ย่านฝังธนรับผังเมืองใหม่

ผังเมือง กทม.เดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนเมือง "รองฯจุมพล" จี้ผู้เกี่ยวข้องเร่งลงพื้นที่แจงประชาชนในแนวเส้นทางรถไฟฟ้าบีทีเอสถึงการพัฒนาตามผังเมืองใหม่ แนะจับตาจุดสถานีบางหว้าส่งอานิสงส์การพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวสูงหลังเปิดครบทั้งเส้นทาง ส่วนการสร้างวอล์กสเลเตอร์เชื่อมสะพานตากสินกับสถานีสุรศักดิ์ยังไร้เงาผู้รับเหมา ผู้ว่าฯ กทม.สั่งแก้ทีโออาร์เพื่อปลดล็อกก่อนเร่งเปิดประมูลรอบใหม่

 

นายจุมพล สำเภาพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า จากการที่กรุงเทพมหานคร(กทม.) เปิดเดินรถไฟฟ้าบีทีเอสครบทั้งเส้นทางจากวงเวียนใหญ่ - บางหว้าเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2556 ที่ผ่านมานั้น กทม.มีความเป็นห่วงถึงทิศทางการเติบโตของเมืองโดยเฉพาะตามแนวรถไฟฟ้าอาจจะไม่สอดคล้องกับผังเมืองฉบับใหม่ที่ประกาศใช้จึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนในแนวเส้นทางรถไฟฟ้าบีทีเอสที่เปิดให้บริการในปัจจุบันให้เข้าใจอย่างถูกต้อง

 

ทั้งนี้ ผังเมืองฉบับใหม่ปี 2556 กำหนดให้แนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงวงเวียนใหญ่ - บางหว้าสามารถพัฒนาเพิ่มขึ้น โดยได้พื้นที่สัดส่วนที่สูงกว่าพื้นที่นอกแนวรถไฟฟ้าอยู่แล้ว นั่นหมายความว่าได้วางกรอบการพัฒนาอาคารต่างๆ การพัฒนาระบบสาธารณูปโภค ตลอดจนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไว้อย่างชัดเจน โดยที่ต้องเร่งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชนในแนวเส้นทางตลอดจนผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ โดยเฉพาะพื้นที่ย่านฝั่งธนบุรีที่ยังมีพื้นที่ที่มีศักยภาพอีกมากมาย ซึ่งในอนาคตอันใกล้การพัฒนาที่อยู่อาศัยรูปแบบต่างๆก็จะปรากฏจำนวนเพิ่มตามไปด้วยแม้ปัจจุบันจะปรากฏให้เห็นบ้างแล้วก็ตาม ทั้งบ้านเดี่ยว อพาร์ตเมนต์และคอนโดมิเนียม ตลอดจนสาธารณูปโภค ร้านค้า ซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำส่งผลให้ประชากรจะกระจายตัวออกไปไม่กระจุกเฉพาะชั้นในเมือง โดยสามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าเข้ามาทำงานในเขตชั้นในเมืองได้รวดเร็วและสะดวกสบายขึ้น

 

นอกจากนั้น กทม.ยังเล็งเห็นถึงศักยภาพพื้นที่การเชื่อมโยงของสถานีบางหว้า จึงมีแผนเร่งให้มีการเดินเรือในคลองโดยรอบ เช่น คลองภาษีเจริญ คลองสนามไชย เพื่อป้อนผู้โดยสารในระบบฟีดเดอร์ให้กับรถไฟฟ้าบีทีเอสอีกด้วย เพื่อลดปริมาณการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลหรือหาที่จอดรับ - ส่งได้อย่างสะดวกมากขึ้น ปริมาณรถยนต์ที่จะข้ามมายังฝั่งพระนครก็จะลดน้อยลงไปได้

 

ด้านนายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าราชการ กทม.,กล่าวว่าขณะนี้ช่วงการเดินรถบีทีเอสกำหนดไว้ประมาณ 5 นาที โดยมีปริมาณผู้โดยสารใช้บริการประมาณ 7 - 8 แสนคนต่อวัน สำหรับส่วนต่อขยายอีก 4 สถานีที่เปิดให้บริการครบทั้งเส้นทางตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมาน่าจะสูงกว่า 7 หมื่นเที่ยวคนต่อวัน และคาดว่าทั้งระบบจะเกือบ 1 ล้านคนในเร็วๆนี้

 

นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการและผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติการ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสซีกล่าวว่า ขณะนี้บีทีเอสยังประสบปัญหาการเดินรถของ 5 ขบวนที่ได้เพิ่มมาใหม่เพราะช่วงระยะเวลาเดินรถยังไม่ลงตัว จากปัจจุบันอยู่ระหว่าง 4.30 - 5 นาที เนื่องจากติดปัญหาจุดคอขวดซึ่งอยากให้ กทม.เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็วเพื่อให้การเดินรถได้อย่างเต็มประสิทธิภาพต่อไป

 

ด้าน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการ กทม.กล่าวว่า ได้ติดตามปัญหาความล่าช้าของการรื้อสถานีสะพานตากสินที่เป็นจุดคอขวดการเดินรถในเส้นทางสายสีลมโดยจะให้มีการรื้อและสร้างทางเดินรูปแบบวอล์กสเลเตอร์เชื่อมจากสะพานตากสินไปยังสถานีสุรศักดิ์แทน ซึ่งได้รับรายงานว่าไม่มีผู้รับเหมาแสดงความสนใจยื่นประมูลเหตุมีการกำหนดทีโออาร์ที่เข้มงวดมากเกินไป

 

"ต้องรีบแก้ไขให้สามารถขนถ่ายได้ทั้ง 2 ทาง ส่วนปัญหาผู้รับเหมาไม่มาซื้อซองประมูลนั้นได้สั่งให้มีการปรับทีโออาร์โดยให้มีการปรับแก้เงื่อนไขใหม่ จากการกำหนดเวลาการสร้าง อีกทั้งยังมีค่าปรับที่แพงมากเกินไป โดยสำนักงานจราจรและขนส่ง (สจส.) ของ กทม.อยู่ระหว่างการปรับปรุงทีโออาร์ดังกล่าวเพื่อให้พร้อมเปิดประมูลรับเหมาก่อสร้างทางเดินเชื่อมหรือวอล์กสเลเตอร์ให้แล้วเสร็จใน 11 เดือนก่อนที่จะรื้อสถานีสะพานตากสินเพื่อขยายรางในจุดที่เป็นคอขวดออกไป"

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ วันที่ 12 - 14 ธันวาคม พ.ศ. 2556

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ