Loading

อ้อนคลังเว้นภาษีบ้านมือสอง ช่วยกระตุ้นตลาด2แสนล้าน สินเชื่อชะลอหลังแบงก์คุมเข้ม

วันที่ : 9 สิงหาคม 2556
อ้อนคลังเว้นภาษีบ้านมือสอง ช่วยกระตุ้นตลาด2แสนล้าน สินเชื่อชะลอหลังแบงก์คุมเข้ม

สมาคมสินเชื่อบ้านอ้อนคลังยกเว้นภาษีบ้านมือสอง หวังช่วยกระตุ้นตลาด ชี้แบงก์คุมเข้มสินเชื่อบ้าน ทำอสังหาฯปีนี้โต 5-10% หวังอานิสงส์มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะช่วยทางอ้อม แบงก์ชี้บ้านมือสองทั้งระบบมีราว 2 แสนล้าน คาดเว้นภาษีทำให้ราคาซื้อขายถูกลง

 

นายกิตติ พัฒนพงศ์พิบูล ประธานสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย เปิดเผยว่า ภาพรวมของสินเชื่อที่อยู่อาศัยในครึ่งปีแรกยังสามารถขยายตัวได้ประมาณ 5% ซึ่งเติบโตต่อเนื่องจากปีก่อน แต่ยอมรับว่ามีสัญญาณชะลอตัวบ้าง โดยการชะลอตัวของสินเชื่อที่อยู่อาศัยมาจากปัญหาภาระหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นตามการรายงานของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์ระมัดระวังการให้สินเชื่อที่อยู่อาศัย แต่โดยรวมยังมองว่าสินเชื่อที่อยู่อาศัยทั้งปีจะสามารถเติบโตในกรอบ 5-10 %

 

"ส่วนยอดปฏิเสธการขอสินเชื่อของสถาบันการเงินบางแห่งที่สูงถึง 30% นั้น เป็นเรื่องปกติ ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ดีเพราะจะช่วยกรองคุณภาพหนี้ แต่จากสภาพคล่องในระบบที่ลดลง ซึ่งจะเห็นจากการแข่งขันระดมเงินฝากของสถาบันการเงินต่างๆ มีแนวโน้มที่สถาบันการเงินจะเพิ่มความเข้มงวดในการกลั่นกรองมากขึ้น" นายกิตติกล่าว

 

นายกิตติกล่าวว่า ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ออกมา แม้จะไม่มีการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์โดยตรง แต่การกระตุ้นในภาพเศรษฐกิจรวมจะมีผลบวกทางอ้อมกับภาคอสังหาริมทรัพย์เช่นกัน ส่วนความจำเป็นที่ต้องมีมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์นั้น มองว่าหากสามารถกระตุ้นตลาดบ้านมือสองให้มากกว่านี้จะเป็นผลดี เนื่องจากตลาดบ้านมือสองในประเทศไทยยังมีการเติบโตที่ค่อนข้างน้อย ซึ่งได้เคยเสนอภาครัฐไปแล้วว่าควรจะยกเว้นภาษีสำหรับการขายบ้านมือสอง และยกเว้นค่าธรรมเนียมต่างๆ แต่จะต้องเป็นการยกเว้นให้กับผู้ที่จะขายบ้านมือสองหลังแรกและหลังเดียวเท่านั้น เพื่อป้องกันการเก็งกำไร

 

"เคยเสนอกระทรวงการคลังไปแล้ว คาดว่าคลังอยู่ระหว่างศึกษา หากทำได้จริงจะช่วยผลักดันบ้านมือสองให้เติบโต 4-5 เท่าจากปกติ" นายกิตติกล่าว

 

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ยอดขายบ้านมือสองในตลาดยังมีปริมาณน้อยมาก ซึ่งส่วนใหญ่การจำหน่ายบ้านมือสองจะอยู่ในกลุ่มสินทรัพย์รอการขายที่ทั้งระบบมีมูลค่าราว 2 แสนล้านบาท โดยแต่ละปีจะมีการขายออกราว 4 -5 หมื่นล้านบาท หรือประมาณ 10-20% ซึ่งหากกระตุ้นตลาดบ้านมือสองผ่านมาตรการภาษีช่วยให้ผู้ที่ต้องการมีบ้านสามารถซื้อบ้านได้ง่ายขึ้นเพราะบ้านราคาจะถูกลง

 

"ในส่วนของธนาคารมีเอ็นพีเออยู่ราว 3-4 หมื่นล้านบาท และจำหน่ายออก 4-5 พันล้านบาทต่อปี ซึ่งก็เป็นไปตามปกติ แต่ปริมาณเอ็นพีแอลของธนาคารเพิ่มขึ้นไม่มากนัก ตามหนี้เสียที่ลดลง โดยเอ็นพีเอที่เป็นที่นิยมคือ คอนโดมิเนียม บ้านเดียว ทาวน์เฮาส์" นายชาติชายกล่าว

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน

 

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ