Loading

ผู้ว่าฯธปท.เตือนเอเชียรับมือศก.โลกแนะปรับโครงสร้างพื้นฐาน-แรงงา

วันที่ : 20 กรกฎาคม 2556
ผู้ว่าฯธปท.เตือนเอเชียรับมือศก.โลกแนะปรับโครงสร้างพื้นฐาน-แรงงาน

ผู้ว่าการแบงก์ชาติแสดงวิสัยทัศน์งาน "43 ปีเนชั่น" เตือนเอเชียปรับตัว รับเศรษฐกิจโลกผันผวน แนะแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว ลดการขาดแคลนแรงงาน ชูผู้นำต้องมีวิชั่น

         

งานสัมมนานานาชาติ หัวข้อ "ภูมิภาคเอเชียขับเคลื่อนโลก Asia Driving the World" ซึ่งจัดขึ้นในวาระพิเศษ ก้าวสู่ปีที่ 43 ของบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ดร.ประสาร ไตรรัตน์ วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวสุนทรพจน์เปิดงานในหัวข้อ "เศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียและไทยในโลกที่ผันผวน" ว่า ภูมิภาคเอเชียยังมีปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องได้รับการแก้ไข หากต้องการให้เศรษฐกิจขยายตัวต่อเนื่องในระยะยาว หลังจากเผชิญกับความปั่นป่วนวุ่นวายทั่วโลกในช่วงที่ผ่านมา

        

"ตอนนี้โลกอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ มีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและการเงินทั่วโลก จีนกับตลาดเกิดใหม่เริ่มส่งสัญญาณว่าชะลอตัว ขณะที่สหรัฐกับญี่ปุ่นเริ่มมีการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นขณะที่เฟดส่งสัญญาณว่าจะชะลอการใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้เกิดแรง เทขายในตลาดหุ้นและตราสารหนี้ในตลาดเกิดใหม่ รวมถึงเอเชีย สะท้อนว่า ตลาดเงินโลกมีความผันผวนมากขึ้น"ผู้ว่าการ ธปท.กล่าว

        

2 ปัญหาฉุดรั้งภูมิภาค

         

ดร.ประสาร มองว่า ปัจจุบันมีปัญหาอยู่ 2 เรื่องที่เป็นตัวเหนี่ยวรั้งการเติบโตของเอเชียในระยะยาว คือ การขาดแคลนแรงงาน และการเติบโตของผลิตภาพลดลง

        

"การช่วยภูมิภาคให้มีศักยภาพเติบโตได้มากอย่างแท้จริงต้องมาจากพัฒนาด้านซัพพลายให้ก้าวหน้า ซึ่งหมายถึงการจัดสรรเงินทุนให้ดีขึ้น และการจัดหาแรงงานให้เพียงพอต่อเศรษฐกิจ แม้เศรษฐกิจเอเชียมีศักยภาพโตได้มากกว่าภูมิภาคอื่น แต่จากการศึกษาบ่งชี้ว่า แนวโน้มการเติบโตอาจลดลงได้ในอนาคต และจากการหารือด้านนโยบายพบว่า สิ่งเหนี่ยวรั้งการเติบโตของเอเชียคือ การขาดแคลนแรงงาน กับผลิตภาพลดลง" ผู้ว่าการ ธปท. กล่าว

         

ดร.ประสาร ยกตัวอย่างกรณีประเทศไทยว่า การขาดแคลนแรงงานเป็นปัญหาฝังรากลึกมานานและไม่ได้รับการใส่ใจมากนัก จะเห็นได้ว่า ช่วงที่เศรษฐกิจขยายตัว บริษัทในไทยต้องจ้างแรงงานต่างด้าวทำงาน แต่ตอนนี้คำสั่งซื้อจากต่างประเทศชะลอตัวลง ตลาดในประเทศก็อ่อนแอลง ทำให้ปัญหาในตลาดแรงงานปรากฏให้เห็นมากขึ้น

         

ดร.ประสาร มองว่า ปัญหาแรงงานมีความเกี่ยวข้องกับผลิตภาพของแรงงาน และการเติบโตของผลิตภาพทางเศรษฐกิจโดยรวม ปัญหาเหล่านี้มีส่วนมาจากการบิดเบือนนโยบายและการขาดทิศทางที่ชัดเจน ดังนั้นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงที่อาจทำให้เศรษฐกิจเอเชียชะลอตัวในอนาคต คือ นโยบายด้านแรงงานของรัฐบาลต้องมีคุณภาพและทันต่อเหตุการณ์ โดยเฉพาะการพัฒนาทักษะแรงงาน นวัตกรรมและผลิตภาพจะต้องมีหลักการสำคัญ 3 เรื่อง คือ วิสัยทัศน์ของผู้นำ ความต่อเนื่อง และความสอดคล้องไปด้วยกัน

        

"ทั้ง 3 เรื่องหมายถึงความต่อเนื่องของนโยบายกับมาตรการต่างๆ ความสอดคล้องของนโยบายเศรษฐกิจมหภาคเพื่อให้ได้มาซึ่งการปฏิรูปเศรษฐกิจโดยใช้ต้นทุนน้อยที่สุด และสุดท้ายวิสัยทัศน์ของผู้นำ ซึ่งสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง" ดร.ประสาร กล่าว

         

4ปัจจัยสร้างเสถียรภาพเออีซี

         

ผู้ว่าการ ธปท.ยังเสนอมุมมอง 4 ด้าน ที่เชื่อว่าจะทำให้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) มีความเจริญเติบโตอย่างมีเสถียรภาพในอนาคต เริ่มจากการลดกำแพงการค้าและบริการระหว่างกันลง จะทำให้ความต้องการในภูมิภาคขยายตัวมากขึ้น ต่อมาคือการพัฒนาสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานจะช่วยให้ภูมิภาคกลายเป็นเครือข่ายห่วงโซ่อุปทานที่สำคัญระดับโลก เรื่องที่สาม การสร้างตลาดทุนและตลาดเงินให้ใกล้ชิดแนบแน่นมากขึ้น จะทำให้อาเซียนได้ประโยชน์ สามารถเข้าถึงแหล่งเงินออมมหาศาลที่มีอยู่ในเอเชีย ซึ่งสามารถนำมาช่วยสนับสนุนกิจกรรมการลงทุนและการค้าในภูมิภาคได้

        

มุมมองสุดท้าย เป็นเรื่องการสร้างเครือข่าย ความปลอดภัยทางการเงินผ่านข้อตกลงและกลไกระดับสถาบันที่จัดตั้งขึ้นมา เช่น ข้อตกลงร่วม ซึ่งเป็นความริเริ่มที่เชียงใหม่(Chiangmai Initative) จะช่วยเพิ่มความสามารถของอาเซียนในการสนองตอบต่อวิกฤติต่างๆ และสร้าง ความเชื่อมั่นกรณีที่เกิดความตึงเครียดทางการเงินได้

        

นายสุทธิชัย หยุ่น ประธานเครือเนชั่น ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย นายชาติศิริ โสภณพานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ พร้อมคณะวิทยากรซึ่งเป็นซีอีโอชั้นนำระดับเอเซีย ร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์เกี่ยวกับอนาคตของภูมิภาค บนเวทีสัมมนาระหว่างประเทศ "Asia Driving the World" ในโอกาสก้าวเข้าสู่ปีที่ 43 ของบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี เมื่อวันที่ 19 ก.ค.

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

 

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ