Loading

คลังตื่นแก้ปัญหาเบิกจ่ายงบค้างท่อ เล็งปลดโซ่ตรวนงบติดปัญหา พยุงเศรษฐกิจครึ่งหลังไม่ชะล

วันที่ : 24 กรกฎาคม 2556
คลังตื่นแก้ปัญหาเบิกจ่ายงบค้างท่อ เล็งปลดโซ่ตรวนงบติดปัญหา พยุงเศรษฐกิจครึ่งหลังไม่ชะลอ

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ รองปลัดกระทรวงการคลังหัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน เปิดเผยว่า รัฐบาลจะไม่มีมาตรการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอีกในช่วงครึ่งปีหลัง แต่จะดูแลให้เงินที่มีแผนหรือมีนโยบายอยู่แล้วให้เป็นไปตามนโยบายเหล่านั้น จากปัจจุบันที่มีปัญหาการเบิกจ่ายล่าช้า โดยในส่วนแรกคือ งบประมาณแผ่นดินปีละ 400,000 ล้านบาท ซึ่งในไตรมาส 3 ของปีงบประมาณ มีเม็ดเงินที่มีการเบิกจ่ายเข้าสู่ระบบ 200,000 ล้านบาท จากเป้าที่ตั้งเอาไว้ 80% ของงบลงทุน หรือ 300,000 กว่าล้านบาท ดังนั้น ไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณ จะพยายามเร่งงบลงทุนให้ได้อีก 130,000-150,000 ล้านบาท เพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจ ที่หลายฝ่ายเป็นห่วง หลังคาดว่าการบริโภคและการส่งออกจะชะลอตัวลง จากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอลง

 

 “ขณะนี้ได้จัดตั้งทีมเฉพาะกิจ โดยมีรองอธิบดี ที่ปรึกษากรมบัญชีกลาง รับผิดชอบ โดยจะช่วยแก้ปัญหาอย่างใกล้ชิดว่าติดขัดที่ขั้นตอนใด เช่น ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อตกลงพิเศษ ซึ่งพบมีปัญหามากจากระเบียบ ข้อบังคับที่เข้มงวด โดยกำลังศึกษาว่าจะมีวิธีการใดดำเนินการให้สามารถเบิกจ่ายได้ แต่คงไม่ผ่อนคลายกฎระเบียบต่างๆ เพื่อรักษามาตรฐานความโปร่งใส ให้มีการแข่งขัน และตรวจสอบได้”

 

                 สำหรับส่วนที่ 2 เป็นงบเรื่องน้ำ 350,000 ล้านบาท ที่ศาลปกครองให้รัฐบาลรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ซึ่งไม่ใช่งบทั้งก้อน เพราะบางส่วนได้เดินหน้าโครงการไปแล้ว ทั้งโครงการปลูกป่าพระราชดำริ หรือโครงการระยะเร่งด่วน วงเงิน 10,000 ล้านบาท คาดส่วนที่เหลืออีกเกือบ 20,000 ล้านบาท จะเบิกจ่ายได้ไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณ หรืออย่างช้าไตรมาสสุดท้ายของปีปฏิทินและสุดท้ายคืองบลงทุนรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเป็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่แทบทั้งหมด มีงบลงทุนกว่า 300,000 ล้านบาท ปัจจุบันเบิกจ่ายได้ 100,000 ล้านบาทเท่านั้น จากการสอบถามสำนักกำกับนโยบายรัฐวิสาหกิจ คาดไตรมาสสุดท้ายจะเบิกจ่ายได้อีก 100,000 ล้านบาท เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง สีน้ำเงิน สีเขียว “ในภาพรวมการเบิกจ่ายที่จะเร่งเบิกจ่ายให้ได้ตามนโยบายจะมีเม็ดเงินประมาณ 250,000 ล้านบาท คิดเป็น 2% ของจีดีพี ถ้าเบิกจ่ายได้ตามกำหนด จะช่วยพยุงเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง ไม่ให้ชะลอลงอย่างที่คาดการณ์ไว้”

 

 ที่มา: http://www.thairath.co.th

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ