Loading

เตือนเผื่อกระสุนตั้งรับครึ่งปีหลังธปท.ชี้ค่าเงินเสี่ยงผันผวน-คลังเร่งดันงบค้างท่อกระตุ้

วันที่ : 24 กรกฎาคม 2556
เตือนเผื่อกระสุนตั้งรับครึ่งปีหลังธปท.ชี้ค่าเงินเสี่ยงผันผวน-คลังเร่งดันงบค้างท่อกระตุ้น

ธปท.เตือนครึ่งปีหลังตลาดการเงินยังผันผวน กู้เงินดอลลาร์ต้องป้องกันความเสี่ยง เศรษฐกิจสหรัฐ-ยุโรปยังฟื้นตัวไม่ชัดเจน คลังเร่งเคลียร์ งบค้างท่อกว่า 2.5 แสนล้านบาท หวังส่งเม็ด เงินเข้าสู่ระบบช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายของปีนี้

 

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ในครึ่งปี หลังตลาดการเงินโลกยังต้องระมัดระวังในเรื่องความผันผวน เพราะภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรปยังไม่ชัดเจน ทำให้ต้องคอย รับฟังข่าวที่จะเข้ามากระทบ ส่วนการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในช่วง 1-2 วันนี้ ยอมรับว่าเริ่มแข็งค่าขึ้น แต่เป็นไปในทิศทางเดียวกับภูมิภาค จึงไม่น่าเป็นห่วง และการเคลื่อนไหวก็อยู่ในกรอบไม่ได้หวือหวามากเกินไป อย่างไรก็ตาม ธปท. ได้เคเบิลทีวีท้องถิ่นฮึดจับมือสู้กลุ่มทุนใหญ่

 

"ตลาดเงินตอนนี้เหมือนจะเมาง่าย เพราะมองเห็นแสงสว่างไม่ชัดนัก จึงต้องระวัง โดยตลาดเงินโลกตอนนี้ยังเต็มไปด้วยความผันผวน สภาพคล่องยังมีอยู่มาก และในภาวะที่เศรษฐกิจเป็นอย่างนี้ อย่างน้อยควรต้องมีกันชนเผื่อเอาไว้บ้าง หากความผันผวนยืดเยื้อ" นายประสารกล่าวและว่า สิ่งที่ ธปท.ต้องทำในการตั้งรับการลดปริมาณเงินเข้าสู่ระบบของสหรัฐ หรือ คิวอี การรักษาสมดุลและคอยตรวจสอบธนาคารพาณิชย์ รวมทั้งลูกค้าของธนาคาร เพื่อป้องกันไม่ให้มีการกู้ยืมเงินดอลลาร์สหรัฐโดยไม่มีการป้องกันความเสี่ยงมากเกินไป

 

ด้านนายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ รองปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงแนวทางการ กระตุ้นเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังว่า กระทรวงการคลังในฐานะที่รับผิดชอบการเบิกจ่ายงบประมาณจะดูแลให้มีการเร่งการเบิกจ่ายมากขึ้น เพื่อให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณ 2556 ซึ่งขณะนี้มีงบลงทุนที่ค้างอยู่ประมาณ 2.5 แสนล้านบาท หรือ 2% ของจีดีพี ที่จะสามารถประคองเศรษฐกิจไม่ให้ชะลอตัวลงจากผลกระทบของการบริโภคที่ชะลอลง และการส่งออกที่ลดลง หลังจากเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าขยายตัวต่ำ กว่าที่คาดการณ์ โดยเฉพาะคู่ค้าสำคัญอย่างประเทศจีน

 

ทั้งนี้ งบลงทุนดังกล่าวจะมาจาก 3 ส่วนคือ งบลงทุนในงบประมาณประจำปี 2556, งบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ และเงินกู้เพื่อการบริหารจัดการน้ำ ในส่วนของงบลงทุนปี 2556 มีทั้งสิ้น 4 แสนล้านบาท ตั้งเป้าการเบิกจ่ายไว้ 80% หรือประมาณ 3 แสนกว่าล้านบาท แต่สิ้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา พบว่าเบิกจ่ายไปเพียง 2 แสนล้านบาท จึงต้องเร่งให้มีการเบิกจ่ายภายในเดือนกันยายนนี้ โดยส่วนราชการที่ยังมีปัญหาในการเบิกจ่าย ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) คณะกรรมการส่งเสริมการกระจายอำนาจที่เป็นงบอุดหนุน องค์กรปกครองท้องถิ่น (อปท.) องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) กรมทางหลวง และทางหลวงชนบท

 

"หน่วยงานเหล่านี้จะมีงบก่อสร้างจำนวนมาก แต่ติดปัญหาเรื่องการเบิกจ่าย เป็นผลมาจากการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งกำหนดให้ใช้วิธีประมูลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรืออี-ออคชั่น จึงต้องมาดูว่าจะแก้ไปปัญหาต่างๆ อย่างไร โดยดูแลเรื่องความโปร่งใสได้" นายพงษ์ภาณุกล่าว

 

สำหรับเงินกู้เพื่อการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทนั้น กระทรวงการคลังได้กู้และใช้ไปเบื้องต้นแล้ว 2.5 หมื่นล้านบาท และได้ทำสัญญาเงินกู้อีก 3.25 แสนล้านบาท หลังศาลปกครองมีคำส่งให้จัดทำประชาพิจารณ์จากประชาชนในพื้นที่ พร้อมทั้งจัดทำผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และผลกระทบด้ายสุขภาพ (เอชไอเอ) จึงจะสามารถเบิกเงินกู้ได้ แต่ไม่ใช่ทั้งหมดของโครงการ

 

 ที่มา: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ