Loading

ห่วงกระตุ้นศก.บิดเบือนกลไกตลาด เอกชนรับสภาพจีดีพีโต4%ไม่มีปัญหา-แนะช่วยคนรายได้น้อ

วันที่ : 19 กรกฎาคม 2556
ห่วงกระตุ้นศก.บิดเบือนกลไกตลาด เอกชนรับสภาพจีดีพีโต4%ไม่มีปัญหา-แนะช่วยคนรายได้น้อย

เอกชนชี้เศรษฐกิจโต 4% ไม่เป็นไร มองรัฐไม่ควรกระตุ้นให้ตลาดบิดเบือน ควรเน้นช่วยคนรายได้น้อย ด้านแบงก์ไทยพาณิชย์รับสินเชื่อบ้านเสี่ยงเกิดหนี้เสีย เบรกรัฐมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต้องไม่เพิ่มหนี้ครัวเรือน ขณะที่มูดี้ส์ เข้าเก็บข้อมูลแบงก์พาณิชย์ไทย ธปท.มั่นใจฐานะ แข็งแกร่ง ไม่มีปัญหาน่าห่วง

 

นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานกิตติมศักดิ์ สภาหอการค้าไทยแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่าจะชะลอตัวลงเล็กน้อย เนื่องจากประชาชนลดการใช้จ่ายลง และภาคการส่งออกก็ชะลอตัวเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัว โดยมองว่าเศรษฐกิจไทยเติบโตเฉลี่ย 4% หรือต่ำกว่าเล็กน้อยก็เพียงพอแล้ว ดังนั้น รัฐบาลจึงยังไม่จำเป็นต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใดๆ เพราะจะทำให้เกิดการบิดเบือนกลไกเศรษฐกิจของประเทศประกอบกับในช่วงที่ผ่านมาหนี้ครัวเรือนมีอัตราสูงขึ้น รัฐบาลจึงไม่ควรเพิ่มหนี้ให้แก่ประชาชนอีก แต่ควรให้เวลาประชาชนในการชำระหนี้เดิมที่มีอยู่มากกว่า

 

ส่วนแนวทางการดูแลค่าครองชีพของรัฐบาลนั้น เบื้องต้นควรปล่อยให้ราคาสินค้าเป็นไปตามกลไกตลาด แต่ควรช่วยประชาชนเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยให้รายได้เพียงพอกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นโดยไม่ใช่การให้เปล่าขณะที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี รัฐบาลจำเป็นต้องให้การสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างคล่องตัวมากขึ้นท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงในช่วงครึ่งปีหลัง

 

นายประมนต์กล่าวถึงโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมวงเงิน 2 ล้านล้านบาท ว่า เม็ดเงินดังกล่าวจะยังไม่มีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงระยะเวลาอันสั้น แต่ละส่งผลดีต่อศักยภาพในการแข่งขันเศรษฐกิจไทยในอนาคต สิ่งที่รัฐบาลควรทำคือ เน้นดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้จะเหมาะสมกวาการเร่งโครงการลงทุนนี้

 

ด้านนางกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า หากรัฐบาลจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจก็ไม่ควรจะเป็นมาตรการที่จะทำให้หนี้ครัวเรือนเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากสินเชื่อบุคคล และสินเชื่อที่อยู่อาศัยยอมรับว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดหนี้เสีย โดยธนาคารไทยพาณิชย์ได้ควบคุมการปล่อยสินเชื่อดังกล่าวมาตลอด 2-3ปีหลังมานี้ เพราะในภาวะที่เศรษฐกิจเติบโตช้าลง ซึ่งสินเชื่อดังกล่าวจะได้รับผลกระทบเป็นอันดับแรก ดังนั้นในส่วนของธนาคารเองจึงไม่ห่วงผลกระทบจากการเติบโตของหนี้ครัวเรือนมากนัก สำหรับในปีนี้ยังตั้งเป้าการปล่อยสินเชื่อใหม่ที่ 9-12 % เช่นเดิม โดยในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ สถาบันการเงินทั้งระบบปล่อยสินเชื่อไปแล้วนคิดเป็นการขยายตัว 12%

 

ขณะที่นางฤชุกร สิริโยธิน ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า เมื่อ2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐ ได้เดินทางมาพบ ธปท. เพื่อสอบถามและขอข้อมูลของธนาคารพาณิชย์ในไทยซึ่งเข้าใจว่ามูดี้ส์เตรียมจะออกรายงานเกี่ยวกับฐานะของสถาบันการเงินไทยในเร็วๆนี้ โดยคำถามส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องทั่วไป และมูดี้ส์ไม่ได้แสดงความเป็นห่วงในเรื่องใดเป็นพิเศษ

 

"ธนาคารพาณิชย์ไทยยังมีระดับเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง และมีการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญในระดับที่สูงมาก ซึ่ง ธปท.ก็ไม่ได้มีความเป็นห่วงในเรื่องพวกนี้แต่อย่างใด รวมทั้งที่ผ่านมา ธนาคารพาณิชย์ก็มีการทำแบบทดสอบภาวะวิกฤติอยู่เป็นระยะ ดังนั้น ในภาพรวม ธปท. จึงไม่ได้มีความเป็นห่วง" นางฤชุกรกล่าว

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ