Loading

ยูโอบีเข้มรับลูกค้าสินเชื่อรายย่อย หวั่นหนี้เสียบัตรเครดิตเพิ่ม-ลดวงเงินกู้บ้านเหลือ 80

วันที่ : 13 กรกฎาคม 2556
ยูโอบีเข้มรับลูกค้าสินเชื่อรายย่อย หวั่นหนี้เสียบัตรเครดิตเพิ่ม-ลดวงเงินกู้บ้านเหลือ 80%

แบงก์ยูโอบีเผยครึ่งปีหลังสินเชื่อรายย่อยชะลอ เหตุภาระหนี้ครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้น ลดใช้จ่าย หวั่นกำลังซื้อหด ดันหนี้เสียเพิ่ม ทำยอดอนุมัติบัตรเหลือ 40% ขณะที่แบงก์เริ่มเข้มปล่อยกู้ซื้อบ้าน ปิดจุดเสี่ยงบ้านราคาสูง หวั่นเกิดหนี้เสีย

         

นายยุทธชัย เตยะราชกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บุคคลธนกิจ ธนาคารยูโอบี เปิดเผยว่า ปีที่ผ่านมาคนไทยมีการก่อหนี้จำนวนมาก ซึ่งเพิ่มขึ้นจากภาระการผ่อนบ้านและรถ ทำให้มีการเพิ่มความระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอย ส่งผลให้ครึ่งปีแรกการอุปโภคบริโภคขยายตัว ลดน้อยลง และเริ่มเห็นสัญญาณสินเชื่อ รายย่อยทั้งบัตรเครดิตและสินเชื่อบ้านจะชะลอตัวในช่วงที่เหลือของปี รวมทั้งพบว่าเริ่มมีหนี้เสียของบัตรเครดิตเพิ่มขึ้น โดยตัวเลขหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) เพิ่มขึ้นเป็น 2.2% จากต้นปีที่อยู่ระดับ 2%

         

นายยุทธชัยกล่าวถึงหนี้เสียของธนาคาร ว่า ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ธนาคารเน้นกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ 25,000 บาทขึ้นไป ซึ่งมีสัดส่วน 70% ของพอร์ตลูกค้าทั้งหมด และมีสัดส่วนการชำระหนี้เต็มจำนวน 60% และอีก 40% เป็นการผ่อนชำระ ทำให้ตัวเลขหนี้เสียของธนาคารยังต่ำกว่าตลาดโดยรวม นอกจากนี้ ธนาคารมีนโยบายให้ลูกค้าต้องมาสมัครบัตรด้วยตนเอง ซึ่งจะช่วยคัดกรองลูกค้าไปในตัว

         

"การขยายตัวของหนี้เสียในระบบ คาดว่า จะกระทบต่อยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของธนาคารในช่วงครึ่งปีหลัง จะเติบโตลดลงจากครึ่งปีแรกที่ทำได้ 18% และคาดทั้งปีจะเติบโตเฉลี่ยเหลือ 13-14% จากปีก่อน"

        

สำหรับการขยายฐานลูกค้าใหม่ของธุรกิจบัตรเครดิตอาจต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 6 หมื่นใบ เนื่องจากตัวเลขหนี้เสียที่มากขึ้น ส่งผลให้ยอดอนุมัติของธนาคารปรับตัวลดลงเหลือ 40% จากเดิมที่มีสัดส่วน 45% ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ที่ไม่ผ่านการอนุมัติ เพราะมีภาระหนี้ที่สูงมากแล้ว

         

นายยุทธชัยกล่าวถึงด้านการปล่อยสินเชื่อบ้านว่า ธนาคารได้เพิ่มความระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น โดยเฉพาะการเข้มงวดเป็นพิเศษสำหรับกลุ่มลูกค้าที่ขอกู้ซื้อบ้านที่มีมูลค่าเกิน 10 ล้านบาทขึ้นไป โดยธนาคารได้ปรับลดระดับ LTV (สัดส่วนเงินกู้ต่อมูลค่าหลักประกัน) ลงจาก 90% ของราคาบ้านเหลือ 80% ทำให้ลูกค้าต้องวางดาวน์ประมาณ 20%

        

ส่วนลูกค้าทั่วไปที่กู้ซื้อบ้านหลังที่ 3 ขึ้นไป ธนาคารจะเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น โดยลด LTV ลง 10% จากเดิมที่มีระดับ LTV ประมาณ 80-90% เพื่อเป็นการป้องกันการซื้อเพื่อเก็งกำไร และภาระหนี้ที่สูงเกินตัว

        

ทั้งนี้ ปัจจุบันธนาคารมีพอร์ตสินเชื่อบ้านประมาณกว่า 7 หมื่นล้านบาท คาดว่าสิ้นปีนี้จะเติบโตประมาณ 14% จากปีก่อน หลังจากช่วงครึ่งปีแรกเติบโตกว่า 7% ซึ่งกลุ่มลูกค้าขอสินเชื่อบ้านเฉลี่ยประมาณ 3-5 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่ลูกค้าจะมีรายได้ประมาณ 25,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป

        

"แม้ในช่วงครึ่งปีหลัง ทิศทางสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อบ้านยังมีแนวโน้มชะลอตัวกว่าครึ่งปีแรก แต่คิดว่าธนาคารจะไม่ได้รับผลกระทบเหมือนปี 2009 เพราะสิ่งที่ทำให้กลุ่มลูกค้ารายย่อยมีปัญหาคือการว่างงาน แต่ปัจจุบันตัวเลขการว่างงานยังไม่เห็นสัญญาณที่เพิ่มขึ้น" นายยุทธชัยกล่าว

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

 

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ