Loading

รัฐเทหมดหน้าตักกระตุ้นศก.ล้างท่อลงทุนภาครัฐ-ดึงงบปี'57อัดฉีดQ

วันที่ : 13 กรกฎาคม 2556
รัฐเทหมดหน้าตักกระตุ้นศก.ล้างท่อลงทุนภาครัฐ-ดึงงบปี'57อัดฉีดQ4

คลังงัดสารพัดแผนกระตุ้น ศก.  ล้างท่องบฯ ลงทุน จี้หน่วยงานรัฐ-รัฐวิสาหกิจเร่งจัดซื้อจัดจ้าง ตั้งเป้าเบิกจ่าย 94% จากงบฯ ปี 56 วงเงิน 2.4 ล้านล้าน ภายในไตรมาส 4 พร้อมอัดฉีดงบฯ ปี 57 อีก 2.52 ล้านล้าน สางปัญหาส่งออกรายเซ็กเตอร์ นำร่องกลุ่มไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ บูมท่องเที่ยว-ลงทุน ไฟเขียวนำค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวภายในประเทศหักลดหย่อนภาษี

         

ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานว่า ในการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Work Shop) เพื่อติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือเมื่อวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา นอกจากที่ประชุมจะพิจารณาถึงสถานการณ์ราคาสินค้าโดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่า หากเทียบราคาปัจจุบันกับช่วงเดือน ก.ย. 2554 พบว่าสินค้าหลายชนิดราคาพุ่งสูงขึ้นถึง 20-30% ซึ่งนายกฯกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปสำรวจรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการผลิตและการตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำแล้ว ยังได้หารือถึงการเตรียม การรับมือเศรษฐกิจที่จะชะลอตัวลงช่วงครึ่งปีหลัง โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำมาตรการบังคับใช้โดยเร็ว

         

ล้างท่องบฯลงทุนกระตุ้นท่องเที่ยว

         

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า กระทรวงการคลังเตรียมเสนอมาตรการประคองเศรษฐกิจช่วงครึ่งปีหลัง ประกอบด้วยมาตรการล้างท่องบฯลงทุนภาครัฐและขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว รวมถึงมาตรการที่จะดำเนินการในรายเซ็กเตอร์ อาทิ เซ็กเตอร์ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ จะสนับสนุนการผลิตและการบริโภคสินค้าประหยัดพลังงานมากขึ้น

         

นอกจากนี้มีมาตรการสนับสนุนการค้าขายตามแนวชายแดน ให้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย, ธปท.  ปล่อยกู้สำหรับการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน "CLMV" คือ กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม มาตรการสนับสนุนการส่งออกบริการ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูงเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย อาทิ จัดงานแสดงและจำหน่ายจิวเวลรี่ เพื่อผลักดันให้ไทยเป็น "ฮับจิวเวลรี่" ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติให้ยกเว้นอากรนำเข้าเครื่องประดับและอัญมณี เพื่อนำเข้ามาจัดแสดงและจำหน่ายไปแล้ว

         

ขณะเดียวกันจะผลักดันให้ไทยเป็นแหล่ง "ช็อปปิ้งพาราไดส์" จำหน่ายสินค้าแบรนด์เนมราคาแพงเหมือนหลายประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น เป็นต้น เพื่อดึงลูกค้าต่างชาติที่มีกำลังซื้อมาท่องเที่ยว โดยจะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หาข้อสรุปเป็นมาตรการที่ชัดเจนต่อไป

         

ขณะนี้รัฐบาลห่วงภาคการส่งออกจะขยายตัวต่ำ เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังฟื้นตัวช้า จึงมีแผนออกหลายมาตรการสนับสนุนให้เศรษฐกิจภาพรวมปีนี้ขยายตัวไม่ต่ำไปกว่า 4.5% อาทิ มาตรการสนับสนุนการค้าชายแดน เช่น อนุญาตผ่อนคลายกฎการถือครองเงินบาทเข้าออกประเทศจาก 5 แสนบาท เป็น 2 ล้านบาท ลดค่าธรรมเนียมการโอนเงินสกุลเงินบาทจากต่างประเทศ เป็นต้น

         

ด้านการเร่งรัดเบิกจ่าย นอกจากเร่ง ปีงบฯ 2556 ให้ได้ตามเป้าแล้ว ต้องเตรียม เร่งรัดเบิกจ่ายงบฯปี 2557 วงเงิน 2.25 ล้านล้านบาท ตั้งแต่ต้นปีด้วย รวมถึงงบฯท้องถิ่น และกองทุนนอกงบประมาณ เช่น กองทุนหมู่บ้าน เป็นต้น ส่วนด้านการท่องเที่ยว มีข้อเสนอใช้มาตรการภาษี ให้ผู้ที่เดินทางท่องเที่ยวในประเทศนำค่าใช้จ่ายมาหักภาษีได้ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท ตั้งเป้าเบิกงบฯลงทุน 94%

         

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ รองปลัดกระทรวงการคลัง หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน เปิดเผยว่า มาตรการเร่งรัดเบิกจ่ายจะดูแลให้ทุกหน่วยงานเบิกจ่ายให้ได้ตามเป้า โดยกรมบัญชีกลางได้กำหนดให้ทุกหน่วยงานจัดซื้อจัดจ้าง และทำสัญญาผูกพันให้เสร็จสิ้นภายในเดือน ก.ค.นี้

         

คาดว่าช่วงไตรมาส 4 ปีนี้จะมีเม็ดเงินภาครัฐลงสู่ระบบเศรษฐกิจจำนวนมาก ในส่วนงบฯประจำปีงบประมาณ 2556 ตั้งเป้า เบิกจ่ายงบฯลงทุนให้ได้ 80% และเบิกจ่ายภาพรวมให้ได้ 94% ขณะที่งบลงทุนรัฐวิสาหกิจ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) และ สศช. จะดูแลการเบิกจ่ายรัฐวิสาหกิจที่มีเม็ดเงินลงทุนสูง อาทิ โครงการรถไฟฟ้าสีม่วง สีน้ำเงิน และสีเขียว ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ลงทุนของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นต้น ส่วนเงินกู้โครงการบริหารจัดการน้ำ ที่ผ่านมาเบิกจ่ายไปแล้วราว 1 หมื่นล้านบาท ไตรมาสสุดท้ายจะเบิกจ่ายในส่วนของโครงการที่ไม่ต้องจัดทำประชาพิจารณ์

        

 "คงไม่ใช่การล้างท่อ แต่จะดูแลให้หน่วยงานเบิกจ่ายให้เป็นไปตามกฎหมายงบประมาณ กฎหมายเงินกู้ และงบฯลงทุนรัฐวิสาหกิจ ที่ได้รับอนุมัติไว้ ติดตรงไหนก็แก้ตรงนั้น ติดระเบียบ หรือการจัดซื้อ จัดจ้าง ก็เข้าไปแก้ไข" ขู่ตัดงบฯโครงการเบิกจ่ายช้า

         

ขณะที่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวว่า มาตรการที่จะทำคงไม่ใช่การกระตุ้นระยะสั้น แต่เป็นการปรับสมดุล ดูแลเศรษฐกิจให้ขยายตัวได้ต่อเนื่อง ราบเรียบ เป็นแนวทางดูแลลดความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ ดูแลผู้มี รายได้น้อยให้มีรายได้มากขึ้น ดูแลค่าครองชีพประชาชน ให้ความสำคัญกับภาคบริการและการท่องเที่ยว ส่วนไหนในระบบเศรษฐกิจที่ควรดำเนินการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความสมดุล ก็ต้องทำ จะพึ่งพาการส่งออก มากคงไม่ได้แล้ว เช่น ภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตร ภาคบริการ เป็นต้น

         

อาทิ มาตรการภาษีสนับสนุนให้มีการลงทุนปรับปรุงโรงแรมให้น่าเข้าพักมากขึ้น โดยรัฐอาจให้หักค่าเสื่อมราคาได้เร็วขึ้น หากดำเนินการในช่วงเวลาที่กำหนด การส่งเสริมให้บริษัทในประเทศไทยสนับสนุนให้พนักงานท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น ให้ อปท.หันมาดูงานภายในประเทศมากขึ้น จูงใจนักท่องเที่ยวต่างชาติ ด้วยการให้วีซ่าเดินทางเข้ามาเที่ยวไทยได้นานขึ้น ให้สิทธิพิเศษบางประการแก่นักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อ ฯลฯ

        

"ตอนนี้การผลิตสินค้าให้คนอื่น (ส่งออก) ให้ดีเท่าเดิม โตบ้างเล็กน้อย ก็ถือว่าสำเร็จระดับหนึ่ง แต่ถ้าอยากทำให้เศรษฐกิจโตได้ เรื่องกำลังซื้อในประเทศ การส่งออกบริการ ต้องทำมากขึ้น จากที่ได้มีการหารือกับผู้ประกอบการท่องเที่ยว จะเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มาเมืองไทยแบบเป็นครอบครัวได้มากขึ้น ทั้งมางานประชุม และที่มาเพื่อความบันเทิง"

        

ส่วนที่หลายหน่วยงานคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้อาจโตไม่ถึง 5% นั้น ตนเชื่อตามหน่วยงานที่พยากรณ์ ไม่ว่าจะเป็น สศช. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือแม้แต่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

         

คมนาคม-ท่องเที่ยวเบิกจ่ายช้า

          

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ณ ต้นเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา แม้ยอดเบิกจ่ายงบฯปี 2556 วงเงินรวม 2.4 ล้านล้านบาท จะมียอดเบิกจ่ายรวม 1.69 ล้านบาท หรือ 70.81% ซึ่งอยู่ในระดับที่น่าพอใจ แต่ลงลึกในรายละเอียดพบว่าหลายหน่วยงานเบิกจ่ายงบฯต่ำกว่าเป้า อาทิ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้รับจัดสรรงบฯทั้งปี 1.19 หมื่นล้านบาท เบิกจ่ายได้ 4.39 พันล้านบาท หรือ 36.88% คมนาคม งบฯรวม 9.59 หมื่นล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว 3.6 หมื่นล้านบาท หรือ 37.91% อุตสาหกรรม งบฯ 6.34 พันล้านบาท เบิกจ่าย 3.55 พันล้านบาท หรือ 56.12% วัฒนธรรม 5.95 พันล้านบาท เบิกจ่าย 3.43 พันล้านบาท หรือ 57.64% งบฯจังหวัด 1.80 หมื่นล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว 6.71 พันล้านบาท หรือ 37.11% ฯลฯ

         

จำแนกตามหมวดรายจ่ายพบว่าการเบิกจ่ายงบฯเงินอุดหนุนวงเงินที่ได้รับจัดสรรรวม 6.53 แสนล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว 5.47 แสนล้านบาท หรือ 83.69% งบฯดำเนินการ 2.28 แสนล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว 1.43 แสนล้านบาท หรือ 62.80% งบฯบุคลากร 5.77 แสนล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว 4.26 แสนล้านบาท หรือ 73.84% รายจ่ายอื่น 6.52 แสนล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว 5.04 แสนล้านบาท หรือ 77.32% งบฯลงทุนรวม 2.88 แสนล้านบาท เบิกจ่าย 77.96 หมื่นล้านบาท หรือ 27.06%

         

คมนาคมเบิกใช้แค่ 9.5 หมื่นล้าน

         

นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ผลการเบิกจ่ายงบประมาณและงบฯลงทุนประจำปี 2556 ภาพรวมของกระทรวงถึง 5 ก.ค.ที่ผ่านมายังล่าช้าจากแผนงาน 25.12% มีการเบิกจ่ายไป 37.91% หรือ 95,948 ล้านบาท จากที่ได้รับจัดสรรทั้งหมด 131,504.126 ล้านบาท

        

 "เบิกจ่ายล่าช้าเพราะงานของคมนาคมจะเป็นการจัดซื้อจัดจ้างและก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ ต้องเบิกงวดเงินตามผลงาน เป็นปกติทุกปีในช่วงครึ่งปีแรก แต่จะดีขึ้นช่วงใกล้สิ้นปีงบประมาณ ปีนี้คาดว่าการเบิกจ่ายจะไม่ถึง 100% จะอยู่ที่กว่า 80% ที่เหลือจะกันเหลื่อมปีต่อไป"

        

เร่งจัดซื้อเกาะติดผลทุกเดือน

         

ขณะนี้ได้มอบนโยบายให้แต่ละหน่วยงานเร่งการเบิกจ่ายโดยเร็ว โดยเฉพาะกรมทางหลวง (ทล.) กรมทางหลวงชนบท (ทช.) กรมเจ้าท่า (จท.) การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ที่เบิกจ่ายต่ำกว่าเป้าหมาย โดยให้เร่งประมูลงานและเซ็นสัญญาก่อสร้างก่อนสิ้นปีงบประมาณ ภายในเดือนสิงหาคมนี้ รวมถึงแก้ปัญหาแต่ละโครงการ ซึ่งจะติดตามงานและการเบิกจ่ายทุกเดือน

        

นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล ผู้ว่าการ รฟม. เปิดเผยว่า รฟม.มีงบประมาณประจำปี 2556 กว่า 8,000 ล้านบาท มาชำระหนี้เงินกู้และรายจ่ายประจำ ล่าสุดเบิกจ่ายแล้ว กว่า 7,700 ล้านบาท ส่วนงบฯลงทุนอยู่ที่กว่า 3-4 หมื่นล้านบาท เป็นงบฯก่อสร้างรถไฟฟ้า 3 สาย คือ สายสีม่วง (บางซื่อบางใหญ่) สายสีน้ำเงิน (บางซื่อ-ท่าพระและหัวลำโพง-บางแค) และสายสีเขียว (แบริ่ง-สมุทรปราการ)

         

รฟม.เผยเวนคืนฉุดเบิกจ่ายดีเลย์

        

ปัจจุบันการเบิกจ่ายยังล่าช้าจากแผนอยู่ 30% เบิกจ่ายไปกว่า 60-70% เนื่องจากการก่อสร้างล่าช้า ติดเรื่องการเวนคืนที่ดิน เข้าพื้นที่ก่อสร้างไม่ได้ เนื่องจากต้องขออนุมัติการใช้พื้นที่จากกรุงเทพมหานคร (กทม.) ล่าสุด นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว. คมนาคม หารือร่วมกับ กทม.แล้ว ให้ส่งมอบพื้นที่โดยเร็ว ทำให้การเบิกจ่ายได้มากขึ้น

         

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มว่า ด้านกรมทางหลวงชนบท ปัจจุบันการเบิกจ่ายงบฯลงทุนยังล่าช้าอยู่ 32% จากวงเงิน 33,825 ล้านบาท เบิกจ่าย 10,985 ล้านบาท หรือ 32.48% อยู่ระหว่างเร่งเซ็นสัญญาก่อสร้าง ส่วนการรถไฟฯ งบฯลงทุนเฉลี่ยปีละ 5 หมื่นล้านบาท เบิกจ่าย 50% ติดเรื่องการประมูลจัดซื้อจัดจ้าง อยู่ระหว่างเร่งเปิดประมูล

         

6 มาตรการดูแลราคาสินค้า

         

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการ สศช.เปิดเผยว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจของไทยมีแนวโน้มอ่อนแรงลงตั้งแต่เดือน พ.ค.ที่ผ่านมา โดยมีข้อจำกัดจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ล่าช้า แรงส่งจากมาตรการรถยนต์คันแรกมีแนวโน้มลดลงเร็วกว่าการคาดการณ์ และการเบิกจ่ายตามแผนการลงทุนภาครัฐที่ล่าช้า

         

ตัวเลขเงินเฟ้อ ณ ปัจจุบันอยู่ที่ 2.67% ชะลอตัวลงกว่าปีก่อนที่เฉลี่ยอยู่ที่ 3% อย่างไรก็ตาม กรณีเงินเฟ้อลดลงไม่ได้หมายความว่าราคาสินค้าจะไม่เพิ่มขึ้น เพราะราคาสินค้าหลายประเภทปรับตัวสูงขึ้นมาตั้งแต่ปีก่อน และเมื่อเทียบตัวเลขกับเดือน ก.ย. 2554 ตั้งแต่รัฐบาลเข้ามาบริหารงาน พบว่าราคาผักสดเพิ่มขึ้น 25.8% ผลไม้สดเพิ่มขึ้น 16.3% อาหารสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น 5.4% ราคาพลังงานเพิ่มขึ้น 14.7% ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 19.9% น้ำประปาเพิ่มขึ้น 12%

         

นายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในที่ประชุม Work Shop นายกฯ มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหามาตรการแก้ปัญหาตั้งแต่เรื่องต้นทุนจนถึงราคาสินค้าที่ปลายทางรวม 6 มาตรการ อาทิ ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดูองค์ประกอบเรื่องอาหารสัตว์ ปุ๋ย และการจัดโซนนิ่งภาคการเกษตร กระทรวง พาณิชย์และกระทรวงการคลังลงไปดู รายละเอียดโครงสร้างการจัดจำหน่ายการบริหารจัดการโลจิสติกส์ ควบคุมดูแลเพื่อลดอำนาจการผูกขาด และส่งเสริมการแข่งขันทางการค้า และมอบหมายให้กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทยและ สศช.เร่งติดตามสถานการณ์การลงทุนและการบริโภคที่มีแนวโน้มลดลง เพื่อหาแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปีต่อไป

         

"นายกฯเป็นห่วงว่าเศรษฐกิจโลกจะมีปัญหาช่วงครึ่งปีหลัง ทั้งการปรับลดการเติบโตทางเศรษฐกิจของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) การถอนมาตรการ QE เร็วกว่ากำหนดของสหรัฐอเมริกา จึงได้สั่ง 3 หน่วยงานลงไปติดตามสถานการณ์การลงทุนและบริโภคที่ลดลง เพื่อหาทางกระตุ้นตัวเลขเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง"

         

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า สศช.ได้รายงานภาวะตัวเลขเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่สองที่คาดว่าจะขยายตัวต่ำกว่าไตรมาสแรก โดยเฉพาะเดือน พ.ค.พบว่าการเบิกจ่ายงบประมาณยังคงติดลบ 7.4% แบ่งเป็นงบประจำติดลบ 4.2% และงบลงทุนที่ติดลบถึง 23.6% ขณะที่ไตรมาสแรกที่ผ่านมาการเบิกจ่ายงบประมาณในภาพรวมติดลบไปแล้ว 30%

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

 

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ