Loading

ธปท.ชี้สินเชื่อไตรมาส2สดใ

วันที่ : 10 พฤษภาคม 2556
ธปท.ชี้สินเชื่อไตรมาส2สดใส

ธปท.คาดสินเชื่อไตรมาส 2 โตต่อเนื่อง แรงส่งจากเศรษฐกิจดี-โครงการลงทุนรัฐ-ขอสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ยอมรับสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์โต 33.7% ระบุโตหลายไตรมาสติดต่อกัน ถือว่าสูงกว่าระดับปกติเท่าตัว และแง่ปริมาณเพิ่มขึ้นมากที่สุดในระบบถึง 1.7 พันล้านบาท ชี้ใช้เวลา 1 ปีรอดูหนี้เสีย ขณะเดียวกันจับตาสถานการณ์ขอกู้ซื้อคอนโดฯอย่างใกล้ชิด

 

นายอานุภาพ คูวินิชกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ในช่วงไตรมาส2 ของปีนี้ สินเชื่อโดยรวมน่าจะโตต่อเนื่องโดยปัจจัยสนับสนุน คือ ขณะนี้ภาพรวมเศรษฐกิจค่อนข้างดี โครงการลงทุนภาครัฐรวมถึงสินเชื่ออุปโภคบริโภคที่มองว่ายังคงเติบโตได้ดี โดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ซึ่งทยอยส่งมอบตามโครงการรถยนต์คันแรกไปแล้ว 2.3 แสนคันและในช่วงที่เหลือคาดว่าจะมีอีก 3 แสนคัน ทำให้สินเชื่อโดยรวมเพิ่มขึ้น

 

"สินเชื่อรถยนต์โตต่อเนื่องหลายไตรมาสติดต่อกันล่าสุดอยู่ที่ 33.7% ถ้าโตในระดับปกติจะไม่เกิน 20% แต่นี่เป็นการโตเท่าตัวจากภาวะปกติ เป็นผลจากโครงการรถยนต์คันแรกของรัฐ ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นสินเชื่อก็โตตาม อย่างไรก็ตาม สินเชื่อรถยนต์แง่ของปริมาณหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) เพิ่มขึ้นมากที่สุดในระบบ โดยเพิ่มขึ้น1.7 พันล้านบาท ในไตรมาสแรกของปีนี้ ขณะที่ยอดคงค้างสินเชื่อรถยนต์ปล่อยไป 8.7 แสนล้านบาท ดังนั้น เมื่อเทียบสัดส่วนเอ็นพีแอลต่อสินเชื่อก็ไม่มากนัก แม้ตอนนี้สินเชื่อรถยนต์ยังไม่เห็นสัญญาณผิดปกติ แต่ปกติหนี้เสียเกิดขึ้นในช่วงปีแรก จึงต้องรอดู"

 

ทั้งนี้ ในช่วงไตรมาสแรก สินเชื่อรวมขยายตัว 13.2% หรือประมาณ 9.8 ล้านล้านบาท โดยส่วนใหญ่เกิดสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และสินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะอาคารชุดสูงต่อเนื่องอยู่ที่ 24.9% เป็นผลจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป อย่างไรก็ตามยอมรับว่าปัญหาฟองสบู่ดูได้ยาก แต่เท่าที่ดูขณะนี้ แม้การซื้อขายอาคารชุดจะร้อนแรงแต่ในแง่ของการขยายตัวไม่มาก และ ธปท.ก็ไม่นิ่งนอนใจติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งกำชับให้สถาบันการเงินรัดกุมกระบวนการและมาตรฐานการให้สินเชื่อเป็นอย่างดี

 

นอกจากนี้ ปัจจุบันเริ่มเห็นบริษัทขนาดใหญ่ขอสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ลดลงและหันมาออกหุ้นกู้มากขึ้น ซึ่งล่าสุดยอดออกหุ้นกู้ 1.1 ล้านล้านบาท เนื่องจากการระดมทุนผ่านหุ้นกู้มีอัตราดอกเบี้ยถูกกว่าและระยะเวลากู้ยาวกว่า จึงคาดว่าธุรกิจขนาดใหญ่จะแนวโน้มระดมผ่านตลาดทุนและตลาดตราสารหนี้มากขึ้นและทดแทนปล่อยสินเชื่อภาคธุรกิจ

 

อย่างไรก็ดี ในไตรมาสแรก ระบบธนาคารพาณิชย์มีกำไรสุทธิ 5.23 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.5% จากไตรมาสก่อน และมีอัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง(บีไอเอสเรโช) 15.8% ลดลงเล็กน้อยจากการใช้เกณฑ์บาเซิล 3 นับตั้งแต่ต้นปี 56 จึงมีการปรับลดการนับตราสารหนี้ด้อยสิทธิเป็นเงินกองทุนตามหลักเกณฑ์ใหม่ ขณะที่เงินกองทุนขั้นที่1 อยู่ที่ 12.3% จากการนับส่วนเกินจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าเงินลงทุนเผื่อขายและส่วนเกินทุนจากการตีราคาที่ดินและอาคาร

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์ASTVผู้จัดการรายวัน

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ