Loading

ชี้ถึงเวลาประเทศไทยมีกฎหมายควบคุมธุรกิจอสังหาฯมือสอ

วันที่ : 13 กุมภาพันธ์ 2556
ชี้ถึงเวลาประเทศไทยมีกฎหมายควบคุมธุรกิจอสังหาฯมือสอง

สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย เดินเครื่องเร่งผลักดัน พ.ร.บ.นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ตั้งคณะทำงานเตรียมยื่นหนังสือต่อกระทรวงการคลัง เผยหากไม่มีกฏหมายนายหน้าอสังหาฯ และไม่มีไลเซนส์ควบคุมการทำงานจะเสียเปรียบหลังเปิด AEC ย้ำเป็นการช่วยภาครัฐต้านปัญหาการฟอกเงินผ่านการซื้ออสังหาฯ

 

นายแพทย์สมศักดิ์ มุนีพีระกุล นายกสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาสมาคมฯ มีนโยบายที่ชัดเจนในการผลักดันพ.ร.บ.นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ และเมื่อไม่นานมานี้ที่ประชุมของสมาคมฯ มีมติเห็นชอบในการเร่งผลักดันให้รัฐบาลเห็นความสำคัญของการพิจารณาให้ประเทศไทยมีพ.ร.บ.นายหน้าอสังหาริมทรัพย์เข้ามาควบคุมการทำงานนายหน้าทั้งระบบ เนื่องจากถึงเวลาแล้วที่ธุรกิจดังกล่าวจะต้องมีกฎหมายเข้ามาควบคุม เพราะที่ผ่านมาจำนวนนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว คาดว่าทั้งระบบน่าจะมีหลายแสนคนในจำนวนนี้มีทั้งผู้ที่ตั้งใจทำงานและผู้ที่สร้างปัญหาให้เกิดขึ้นกับผู้บริโภค ที่สำคัญเมือปี 2554 ได้มีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฉบับใหม่ที่บังคับให้ธุรกิจ 9 ประเภทที่อาจมีส่วนทำให้เกิดปัญหาการฟอกเงินและต้องถูกตรวจสอบจากภาครัฐอย่างเข้มงวด และธุรกิจนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ เป็น 1 ใน 9 ประเภทที่ต้องเกี่ยวข้องกับธุรกรรม การซื้อ-ขายบ้านมือสองที่ต้องใช้เงินสดตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้น ซึ่งกฎหมายได้บังคับให้นายหน้าต้องทำหน้าที่รายงานการทำธุรกรรมดังกล่าวต่อสำนักงานป้องกันและปราบปราบการฟอกเงิน หากมีการวางมัดจำหรือซื้อด้วยเงินสดตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งทางสมาคมก็ได้แจ้งให้กับสมาชิกสมาคมฯ ไปแล้ว เพื่อเป็นแนวทางหนึ่งในการช่วยรัฐบาลสกัดกั้นการฟอกเงินจากการค้ายาเสพติด แต่นายหน้าที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของสมาคมมีจำนวนมาก ซึ่งอาจไม่เข้าใจเกี่ยวกับรายละเอียดของการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และหากประเทศไทยมี พ.ร.บ.นายหน้าอสังหาริมทรัพย์น่าจะช่วยให้การป้องกันปัญหาการฟอกเงินมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

นอกจากนี้แล้วการที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC) หากประเทศไทยไม่มีกฎหมายควบคุมการทำงานของนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ เชื่อว่าในอนาคตจะส่งผลกระทบต่างๆ ตามมามากมาย หลังจากปี 2558 เป็นต้นไป การทำธุรกิจบ้านมือสองในประเทศจะมีชาวต่างชาติเข้ามาแข่งขันกับคนไทยมากขึ้น และจะทำให้ธุรกิจของคนไทยเสียเปรียบ เนื่องจากไม่สามารถเดินทางไปทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มือสองในต่างประเทศได้ เนื่องจากไม่มีไลเซนส์และไม่มีกฎหมายรองรับในขณะที่ประเทศอื่นๆ อย่างเช่นมาเลเซียและสิงคโปร์มีกฏหมายควบคุมการทำงานของนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งมีการออกใบอนุญาตที่ถูกต้องตามกฏหมาย

 

ทั้งนี้ทางสมาคมฯ ได้แต่งตั้งคณะทำงานในเรื่องนี้ โดยเฉพาะ และคาดว่าในเร็วๆ นี้จะดำเนินการยื่นหนังสือต่อกระทรวงการคลัง เพื่อชี้แจงให้เห็นถึงความสำคัญของการมีกฏหมายดังกล่าว ซึ่งจะส่งผลดีทั้งต่อภาพลักษณ์ของประเทศหลังจากก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน รวมทั้งยังเป็นกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจบ้านมือสองที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้เป็นอย่างดี

                                                                                                                           

ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ