Loading

แบงก์ชิงเค้ก บ้านมือสอง คอนโดฯเก่ายอดโต 3 เท่

วันที่ : 10 กุมภาพันธ์ 2556
แบงก์ชิงเค้ก บ้านมือสอง คอนโดฯเก่ายอดโต 3 เท่า

 

ERA-ตลาดบ้านมือสองคึกคัก รับอานิสงส์บ้านใหม่ต้นทุนพุ่งจากราคาวัสดุและค่าแรงที่เพิ่มสูงขึ้นSCBสบช่องตั้งทีมรุกปล่อยสินเชื่อ พร้อมเพิ่มวงเงินตกแต่งซ่อมแซมบ้าน ERA บิ๊กนายหน้าอสังหาฯ เร่งจัดทัพ วางเครือข่ายขยายสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ จับมือ SCB,UOB, สหการประมูล และบริษัทรับสร้างบ้านให้วงเงินสินเชื่อพิเศษกับลูกค้าที่ซื้อที่ดินเปล่าและรับสร้างบ้านกับพันธมิตร เผยคอนโดฯ มือสองขายกระฉูด โตกว่า 3 เท่าตัว

 

นางสาวพิกุล ศรีมหันต์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่  สายสินเชื่อที่อยู่อาศัยธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)กล่าวว่า ทิศทางการขอสินเชื่อบ้านมือสองมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น  เนื่องจากปัจจุบันบ้านโครงการใหม่ขยับขึ้นราคาจากการปรับขึ้นของต้นทุน นอกจากนี้บ้านมือสองยังมีทำเลที่ดีกว่า รู้เห็นสภาพสังคมความเป็นอยู่ ขณะที่โครงการใหม่ในราคาเดียวกันต้องขยับออกซื้อทำเลนอกเมือง

 

"ที่ผ่านมาสัดส่วนการให้สินเชื่อบ้านมือสองของธนาคารไทยพาณิชย์ยังมีน้อย อยู่ที่ประมาณ 5%ของสินเชื่อที่อยู่อาศัยทั้งหมด 1.2 แสนล้านของเรา แต่ปัจจุบันเริ่มมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจากเหตุผลดังกล่าวเราจึงจับมือกับทางอีอาร์เอและจัดตั้งทีมขึ้นมาบริการลูกค้าสินเชื่อบ้านมือสองโดยเฉพาะ พร้อมให้วงเงิน สินเชื่อเพิ่มเพื่อการตกแต่งซ่อมแซมบ้านอีกด้วย"

 

นายวรเดช  ศิวเตชานนท์ ประธานบริหาร  บริษัท อีอาร์เอ แฟรนไชส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันภาวะการซื้อขายบ้านมือสองได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ไม่ว่าเป็นการซื้อเพื่ออยู่อาศัยหรือเพื่อการลงทุน จากกระแสความต้องการดังกล่าวบริษัทจึงเพิ่มศักยภาพทางการตลาดและคุณภาพในการให้บริการ พร้อมจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจประกอบด้วย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารยูโอบี บริษัท สหการประมูล จำกัด (มหาชน) และบริษัทรับสร้างบ้าน จัดเงินสินเชื่อพิเศษให้แก่ลูกค้าที่จะซื้อที่ดินเปล่า และปลูกสร้างบ้านกับพันธมิตรรับสร้างบ้านของอีอาร์เอ  พร้อมกันนี้บริษัทได้วางเครือข่ายขยายสาขาในโอกาสครบรอบ20 ปี โดยได้จัดโปรแกรมพิเศษขึ้นมาในรูปแบบแฟรนไชส์บริษัทอีก 20 ราย เพื่อให้การบริการลูกค้าครอบคลุมทั่วประเทศ

 

ส่วนสาเหตุที่ตลาดบ้านมือสองได้รับความนิยม  เนื่องจากมีราคาที่ถูกกว่าบ้านใหม่ที่กำลังเจอต้นทุนที่สูงขึ้น  ทั้งจากราคาที่ดินราคาค่าวัสดุก่อสร้าง และการปรับขึ้นของค่าแรง โดยเฉพาะในส่วนของคอนโดมิเนียมมีสัดส่วนการขายที่เพิ่มสูงขึ้นจาก6%เป็น20% หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าตัว ทั้งนี้ เนื่องจากโครงการต่างๆ เริ่มก่อสร้างแล้วเสร็จ ส่วนบ้านเดี่ยว และทาวน์เฮาส์มีสัดส่วนใกล้เคียงกันคือประมาณ 30 กว่าเปอร์เซ็นต์ ขณะที่อาคารพาณิชย์ไม่ค่อยมีความเคลื่อนไหวด้านการซื้อขายและเป็นที่นิยมมากนัก  เพราะมีปัญหาที่จอดรถ

 

"ยอดขายในปีนี้เราตั้งเป้าไว้ประมาณ2,000 หน่วย โดยมีสัดส่วนบ้านที่ต้องการขายในพื้นที่กทม. 49% ปริมณฑล (นนทบุรีปทุมธานี) 30% และพื้นที่ในต่างจังหวัด 21%ซึ่งในส่วนของต่างจังหวัดมีแนวโน้มความต้องการเพิ่มสูงขึ้นจากการขยายตัวของเศรษฐกิจออกไปยังภูมิภาคต่างๆ"

 

ด้านนายอิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า บ้านมือสองถือเป็นอีกทางเลือกของผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัยในเมือง เนื่องจากปัจจุบันบ้านโครงการใหม่มีราคาที่สูงขึ้นจากราคาที่ดิน การปรับขึ้นของค่าแรงและวัสดุก่อสร้าง ฉะนั้นถ้าต้องการซื้อบ้านใหม่ในระดับเดียวกันกับบ้านมือสองต้องขยับออกนอกเมือง

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามธุรกิจ ฉบับวันที่ 9 - 12 ก.พ. 2556

 

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ