Loading

กคช.พับแผนขยายบ้านเอื้ออาทร ผนึก รฟม.ผุดคอนโดเกาะรถไฟฟ้

วันที่ : 20 สิงหาคม 2555
กคช.พับแผนขยายบ้านเอื้ออาทร ผนึก รฟม.ผุดคอนโดเกาะรถไฟฟ้า

เจาะตลาดระดับกลาง ราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท ประเดิมโครงการแรก สายสีชมพู

 

การเคหะฯ พับแผนขยายบ้านเอื้ออาทร เกรงงบประมาณไม่พอ หลังรัฐใช้กว่า 3.5 แสนล้าน ลงทุนระบบป้องกันน้ำท่วม หันจับมือ รฟม.ตั้งบริษัทร่วมทุน ผุดคอนโดมิเนียม เกาะแนวรถไฟฟ้า เจาะตลาดกลาง ราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท ประเดิมโครงการแรกที่ร่มเกล้า ดักต้นทางสายสีชมพู  พร้อมเดินนโยบายเพื่อสิ่งแวดล้อม ร่วมเอกชน-ฮอร์สชูพอยท์ผุดอีโควิลเลจ หมู่บ้านประหยัดพลังงาน ผลิตไฟฟ้าใช้เอง

 

หลังจากที่การเคหะแห่งชาติ (กคช.) มีแผนการเตรียมฟื้นแผนขยายการลงทุนบ้านเอื้ออาทร โดยจะเสนอขออนุมัติรัฐบาล "ยิ่งลักษณ์" ให้ขยายแผนลงทุนให้มีจำนวนใกล้เคียงกับเป้าหมายเดิมที่กำหนดไว้ตั้งแต่สมัยเริ่มต้นโครงการ เนื่องจากถูกสั่งระงับแผนโครงการไปเมื่อรัฐบาลชุดที่แล้ว

 

แต่ล่าสุด กคช.ตัดสินใจที่จะระงับ แผนดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่าเป็นเพราะว่าขณะนี้รัฐบาล มีภารกิจสำคัญที่จะต้อง ใช้งบประมาณจำนวนมากถึง 3.5 แสน ล้านบาท ไปกับการวางระบบก่อสร้างต่างๆ เพื่อป้องกันและแก้ปัญหาน้ำท่วม ทำให้คาดว่าจะไม่มีงบประมาณมากพอที่จะนำมาใช้กับโครงการบ้านเอื้ออาทรในส่วนที่จะฟื้นสร้างใหม่

 

นายวิฑูรย์ เจียสกุล ผู้ว่าการ กคช. กล่าวว่า ทั้งนี้ กคช. จะปรับแผนการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้ปานกลาง โดยการหันมาเน้นการพัฒนาคอนโดมิเนียมในพื้นที่ใกล้กับเส้นทางรถไฟฟ้าแทน โดยได้ร่วมมือกับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย  หรือ รฟม. ตั้งบริษัทร่วมทุนขึ้นมาเพื่อร่วมกันพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย สำหรับตลาดระดับกลางลงมา

 

โดยเน้นโครงการประเภทคอนโดมิเนียมเป็นหลัก เป็นโครงการที่มีราคาจำหน่ายไม่เกิน 2 ล้านบาท เพื่อตอบสนองกำลังซื้อของตลาดผู้มีรายได้ระดับกลางลงมา ทั้งนี้ เชื่อว่าโครงการความร่วมมือดังกล่าว จะเป็นตัวสร้างรายได้ให้ทั้งกับ กคช.และ รฟม.ในระยะยาว

 

โดยในขณะนี้ ได้มีแผนพัฒนาโครงการแรกตามแนวคิดดังกล่าวขึ้นเป็นโครงการนำร่อง ตั้งอยู่ที่บริเวณถนนร่มเกล้า ซึ่งอยู่ในบริเวณใกล้กับเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีชมพู เส้นทางร่มเกล้า-แจ้งวัฒนะ

 

"โครงการคอนโดมิเนียมเกาะแนวรถไฟฟ้า ที่ร่วมกับ รฟม.ดังกล่าว เป็นหนึ่งในแผนงานของ กคช.เนื่องจากว่าโดยภาพรวมแล้ว กคช.มีแผนพัฒนาที่อยู่อาศัย สำหรับผู้มีรายได้ระดับปานกลาง ในราคาขายไม่เกินยูนิตละ 3 ล้านบาท ซึ่งมีทั้งหมด 89 โครงการ จำนวนรวมทั้งสิ้นกว่า 50,731 ยูนิต ซึ่งที่อยู่อาศัยในกลุ่มนี้จะไม่เกี่ยวกับโครงการบ้านเอื้ออาทร"

 

นอกจากนี้ กคช. ยังได้ศึกษาการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม หรืออีโค วิลเลจ โดยการออกแบบให้เป็นหมู่บ้านที่ลดการใช้พลังงาน และบางส่วนสามารถผลิตพลังงานได้เอง เพื่อใช้ภายในหมู่บ้านได้ด้วย โดยเป็นความร่วมมือ กับบริษัทเอกชน  โดยกคช.มองว่าการพัฒนาประสบความสำเร็จด้วยดี ในอนาคตจะผลักดันให้ทุกโครงการของ กคช.พัฒนาเป็นกรีนเรสิเดนซ์ หรือบ้านที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเพื่อตอบสนองความต้องการตลาดในอนาคต

 

ทั้งนี้ กรีน เรสิเดนซ์ แห่งแรกของ กคช. จะพัฒนาขึ้นที่พัทยา เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง กคช.และบริษัทเอกชน 2 แห่ง คือ บริษัท ฮอร์สชูพอยท์ จำกัด และ บริษัท เซเลนเนียม (ประเทศไทย) จำกัด ที่ได้ลงนามในสัญญากันเมื่อต้นปี 2555 เพื่อพัฒนาโครงการอีโค วิลเลจ ซึ่งจะเป็นหมู่บ้าน ที่มีระบบจัดเก็บพลังงาน และผลิตพลังงานไฟฟ้าใช้เองจากพลังแสงอาทิตย์ โดยออกแบบบ้านให้ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ และมีระบบ การผลิตไบโอแก๊ส เพื่อใช้เป็นพลังงาน สำหรับใช้ในครัวเรือน ซึ่งโครงการดังกล่าว กำหนดให้มีราคาขายต่อยูนิตที่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท

 

"หากการพัฒนาร่วมกับฮอร์สชูพอยท์ ประสบความสำเร็จ จะทำให้ผู้มีรายได้ระดับกลาง มีทางเลือกที่จะมีที่อยู่อาศัยแบบบ้านที่มีระบบผลิตพลังงานหมุนเวียน เป็นอีโค วิลเลจ ได้ในราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท" นายวิฑูรย์กล่าว

 

ผู้ว่าการ กคช. กล่าวถึง ผลการดำเนินการของ กคช.ว่า สามารถทำรายได้เพิ่มขึ้น และแก้ปัญหาหนี้สินก้อนใหญ่ที่มีอยู่กว่า 7.33 หมื่นล้าน เมื่อ 5 ปีก่อน ให้ลดลงเหลือ 4.53 หมื่นล้านบาท เมื่อสิ้นเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยในจำนวนนี้เป็นหนี้จากโครงการบ้านเอื้ออาทรที่เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2552 จำนวน 30,000 ล้านบาท  และในสิ้นปีนี้ กคช.ตั้งเป้าจะมีกำไรสุทธิ 800 ล้านบาท โดย 9 เดือนแรกที่ผ่านมา (ต.ค. 2554-มิ.ย. 2555) มีกำไรสุทธิแล้ว 542 ล้านบาท

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ