Loading

ธปท.ยันเกาะติดหนี้นอกสั้นพุ่งชี้คู่ค้าให้กู้นำเข้า-ไม่ซ้ำรอยฟองสบู

วันที่ : 4 มิถุนายน 2555
ธปท.ยันเกาะติดหนี้นอกสั้นพุ่งชี้คู่ค้าให้กู้นำเข้า-ไม่ซ้ำรอยฟองสบู่

นางสาวอัจจิรา ธนะเอนกเจริญ เศรษฐกรอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า หนี้ต่างประเทศของไทยที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2545 อยู่ที่ 20% และเร่งตัวขึ้นในปี 2553 โดยเฉพาะสัดส่วนหนี้ต่างประเทศระยะสั้นต่อหนี้ต่างประเทศปี 2553 เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 50.4% และลดลงในปี 2554 อยู่ที่ 45.9% ถือเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับช่วงปี 2538 ที่มีสัดส่วน 52% ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาเสถียรภาพด้านต่างประเทศ จนนำไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ในที่สุด ทั้งนี้ สัดส่วนหนี้ต่างประเทศระยะสั้นที่สูงขึ้นปกติแล้วอาจจะสร้างความวิตกต่อนักลงทุนที่กังวลว่า หากความเชื่อมั่นของเจ้าหนี้สั่นคลอน จนย้ายไปลงทุนที่อื่นโดยไม่ต่ออายุหนี้ และอาจส่งผลให้เงินทุนไหลออกอย่างฉับพลัน ซึ่งมีนัยสำคัญต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ทำให้ขาดสภาพคล่องในการชำระหนี้ หากมีปัญหาอายุหนี้ต่างกัน และมูลค่าหนี้ในรูปเงินสกุลในประเทศที่เพิ่มขึ้นจากเงินที่อ่อนค่าลง แต่มั่นใจว่าภาพรวมในขณะนี้จะไม่สร้างปัญหาอย่างแน่นอน

 

"ยืนยันว่าหนี้ต่างประเทศระยะสั้นของไทยในปัจจุบันจะไม่สร้างปัญหาให้เกิดเงินทุนไหลออกอย่างฉับพลัน แต่ก็ควรติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งเรื่องวัตถุประสงค์การกู้ ลักษณะธุรกรรม และการติดตามธุรกรรมที่มีความเสี่ยงสูงจากสกุลเงินที่ต่างกันมาก จนอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ในช่วงที่เศรษฐกิจขยายตัวดี มักมีเงินทุนไหลเข้าในลักษณะที่เอื้อต่อการก่อหนี้ต่างประเทศระยะสั้น จึงควรจำกัดปริมาณการก่อหนี้ต่างประเทศระยะสั้นให้เหมาะสม และเป็นไปตามเกณฑ์สากลที่กำหนดไว้ รวมถึงควรนำเงินกู้เหล่านี้ไปใช้ในกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจในระยะยาวด้วย"

 

นางณัฐิกานต์ วรสง่าศิลป์ นักวิจัยอาวุโส ฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจ สายนโยบายการเงิน ธปท.กล่าวว่า หนี้ต่างประเทศระยะสั้นของไทยที่เพิ่มสูงขึ้นอยู่ในระดับใกล้เคียงกับในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ ปี 2540 แต่ก็ยังไม่น่ากังวล เพราะส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อการค้าที่คู่ค้าให้กับผู้นำเข้า ซึ่งเพิ่มขึ้นตามมูลค่านำเข้าที่สูงขึ้น และยังไม่มีความเสี่ยงด้านปัญหาสกุลเงินและอายุหนี้ต่างกัน เหมือนในอดีตที่ส่วนหนึ่งนำมาลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ อีกทั้งเสถียรภาพต่างประเทศของไทยยังสูงกว่าเกณฑ์สากลที่กำหนดไว้มาก จึงสามารถมั่นใจได้ว่า หากเกิดการไหลออกของเงินทุนระยะสั้นอย่างฉับพลัน ไทยจะมีศักยภาพการชำระหนี้ และมีสภาพคล่องเพียงพอ โดยไม่กระทบต่อการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน

 

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ