Loading

ธปท.ตั้งทีมเกาะวิกฤติยุโรปยันพร้อมใช้นโยบายการเงินดูแลศก

วันที่ : 31 พฤษภาคม 2555
ธปท.ตั้งทีมเกาะวิกฤติยุโรปยันพร้อมใช้นโยบายการเงินดูแลศก.

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคาร แห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.พร้อมใช้นโยบายการเงินดูแลเศรษฐกิจหากมีความจำเป็น เนื่องจากยังมีช่องว่างอยู่ นอกจากนี้ ธปท.จะติดตามปัญหาการเมืองในประเทศ เนื่องจากมีความกังวลว่าอาจจะมีความรุนแรงเกิดขึ้น รวมทั้งปัญหายุโรปที่ตอนนี้มีความเสี่ยงมากขึ้น ซึ่งอาจจะมี ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย

 

ส่วนกรณีที่สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ระบุว่า ธปท.บริหารนโยบายการเงินจนทำให้โครงสร้างตลาดเงินบิดเบือนและอัตราดอกเบี้ยแพงขึ้น ว่า สิ่งที่ เกิดขึ้นเป็นปรากฏการณ์กลไกตลาดตามธรรมดา เพราะต้นทุนเงินฝากปรับเพิ่มขึ้น จากการเก็บค่าธรรมเนียมเงินฝาก โดยต้นทุนเงินฝากเพิ่มขึ้น 0.07% ตั๋วแลกเงิน (บีอี) เพิ่มขึ้น 0.46% ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์เงินฝากประเภทอื่นๆ ต้นทุนเพิ่มขึ้นตาม นอกจากนี้ ยังเป็นผลมาจากการคาดการณ์ดอกเบี้ย 6 เดือนล่วงหน้า ว่าจะปรับขึ้น 0.25% และการขยายตัวของสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ ที่เติบโตในไตรมาส 1 ถึง 13% ตามการ ฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย

 

ขณะเดียวกันการที่รัฐบาลออกตั๋วสัญญาใช้เงิน (พีเอ็น) ออกมาระดมทุน จึงทำให้อัตราดอกเบี้ยในตลาดเงินสูงกว่าดอกเบี้ยนโยบาย โดย ธปท.ยืนยันว่า ทำหน้าที่ดูดซับสภาพคล่องส่วนเกินเท่านั้น

 

ด้านนายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคาร แห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ได้ตั้งคณะอนุกรรมการเสถียรภาพระบบ การเงิน (อสร.) ขึ้นมาเพื่อติดตามและวิเคราะห์ สถานการณ์ปัญหาหนี้สาธารณะของกลุ่มประเทศยุโรป รวมถึงสถานการณ์อื่นๆ ในต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับเสถียรภาพทาง เศรษฐกิจของประเทศไทย โดยคณะอนุกรรมการ ชุดนี้ ประกอบด้วย นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธปท. เป็นประธาน ส่วนคณะกรรมการ ประกอบด้วย รองผู้ว่าการ 3 ท่าน ได้แก่ นางสุชาดา กิระกุล รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธปท. นายเกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน นายสรสิทธิ์ สุนทรเกศ รองผู้ว่าการ ด้านบริหาร

 

นายไพบูลย์กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับกลุ่มประเทศยุโรปในขณะนี้ ธปท.ได้ประเมินสถานการณ์ไว้ 4 ด้าน คือ 1.สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วไปอย่างในปัจจุบัน คือ กรีซ ยังเป็นสมาชิกของกลุ่มยูโรโซน แต่อาจมีปัญหาที่ทำให้เกิดความผันผวนเป็นระยะ ขณะที่เศรษฐกิจยุโรปจะชะลอตัวลงเล็กน้อย โดยธปท.ประเมินว่าปีนี้มีโอกาสติดลบ 0.5%

 

ส่วนสถานการณ์ที่ 2 คือ กรีซ ออกจากการเป็นสมาชิกของกลุ่มยูโรโซน แต่กลุ่มประเทศยุโรปสามารถควบคุมสถานการณ์ ไม่ให้รุนแรงและบานปลายออกไปได้ เพียงแต่ อาจเป็นเรื่องยากที่จะควบคุมไม่ให้ปัญหาบานปลายออกไป เพราะถ้าจะทำคงต้องใช้มาตรการทางการเงินที่ค่อนข้างรุนแรง เช่น ให้ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) รับประกัน เงินฝากของธนาคารพาณิชย์ในยุโรปทั้งหมด รวมทั้งต้องกำหนดความรับผิดชอบทางการคลัง ร่วมกัน หรือแม้แต่การออกพันธบัตรของกลุ่มประเทศยุโรป หรือยูโรบอนด์ โดยมีประเทศยักษ์ใหญ่อย่างเยอรมนี และฝรั่งเศสเป็นผู้รับประกัน

 

สำหรับสถานการณ์ที่ 3 คือ กรีซ ออกจากกลุ่มยูโร และทำให้ปัญหาบานปลาย ออกไปจนกระทบต่อเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศ ยุโรปทั้งหมด ซึ่งกรณีนี้คงกระทบกับเศรษฐกิจโลก ด้วยแน่นอน และสถานการณ์สุดท้าย คือ กลุ่ม ยูโรโซนแตก ซึ่งกรณีนี้เป็นการประเมินสถานการณ์ บนแบบจำลองที่เลวร้ายที่สุด โอกาสเกิดคง น้อยมาก แต่ถ้าเกิดขึ้นจริงคงกระทบต่อ เศรษฐกิจโลก จนเกิดวิกฤติเศรษฐกิจครั้ง ร้ายแรงสุด และคงรุนแรงกว่าเมื่อครั้งวิกฤติ Great Depression เมื่อประมาณ 80 ปีที่แล้ว

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์แนวหน้า

 

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ