Loading

เคหะฯปลุกเชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้นกำลังซื้อลูกค้า

วันที่ : 12 มกราคม 2555
เคหะฯปลุกเชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้นกำลังซื้อลูกค้า

การเคหะฯรับยอดขายโครงการบ้านเอื้ออาทรไตรมาสแรกปีงบประมาณ 55 รูด 60% จาก 8,000 หน่วยในปี 54 เหลือ 3,500 หน่วยในปีนี้ เผยสาเหตุใหญ่มาจากปัญหาอุทกภัย ประกาศเริ่มเดินหน้าทำตลาดใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ พร้อมปลุกความเชื่อมั่นผู้บริโภค

 

นายสมชัย เชาว์พฤฒิพงศ์ รองผู้ว่าการ การเคหะแห่งชาติ(กคช.) เปิดเผยถึงยอดการขายโครงการบ้านเอื้ออาทร โครงการเคหะชุมชน และโครงการ by NHA ในไตรมาสที่ 1 ของปีงบประมาณ 2555 (เดือนตุลาคม -ธันวาคม 2554) ที่ผ่านมาว่า การเคหะฯขายโครงการบ้านเอื้ออาทร ได้รวมจำนวน 3,500 หน่วยเศษ และสามารถยื่นโพสต์ไฟแนนซ์ได้ในช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน 2554 เป็นจำนวน 2,900 หน่วย ขณะที่ช่วงเวลาเดียวกันของปีงบประมาณ 2554 สามารถขายได้กว่า 8,000 หน่วย คิดเป็นอัตราการที่ต่ำกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปี 2554 ถึง 60% ส่วนยอดขายโครงการเคหะชุมชนขายได้ 160 หน่วย เป็นยอดขายที่ต่ำกว่าปี 2554 ในช่วงเวลาเดียวกันถึง 24% ส่วนโครงการ by NHA ยอดขายคงเดิม สำหรับยอดขายของไตรมาส 1 ปี 2555

 

ตัวเลขยอดขายที่ลดลงดังกล่าว มีสาเหตุมาจากผลกระทบจากสภาวะน้ำท่วมที่หนักมาก ทำให้ยอดขายต่ำกว่าที่ประมาณการไว้ถึง 50 - 60% จากเป้าหมายที่การเคหะฯได้ตั้งไว้ เพราะในช่วงเวลาดังกล่าว เป็นช่วงของการเข้าให้ความช่วยเหลือดูแลความเป็นอยู่ลูกบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และพร้อมเปิดให้เป็นศูนย์พักพิงช่วยเหลือประชนชนทั่วไปด้วย

 

สำหรับปัญหาเรื่องยอดขายที่ต่ำกว่าประมาณการของไตรมาสที่ 1 ที่ผ่านมานั้น เป็นเรื่องที่ค่อนข้างหนักใจ เพราะในบางโครงการที่มีน้ำท่วมถึงตัวอาคารก็มีปัญหา การเคหะฯ ต้องเข้าไปช่วยฟื้นฟู ในเรื่องต่างๆ อาทิ การทาสี การซ่อมแซม การปรับปรุงในส่วนอื่นๆ ให้ใหม่ทั้งหมด เมื่อทำการฟื้นฟูเรียบร้อยแล้วจึงจะนำมาขายได้อีกครั้ง หากซ่อมแซมแล้ว โครงการไหน พร้อมก็จะให้ทีมฝ่ายขายเข้าไปรณรงค์การขายใหม่ทันที ตอนนี้ฝ่ายขายจะต้องคุมเข้มเรื่องการขายมากขึ้นกว่าเดิม ขณะนี้การเคหะฯ ได้ส่งทีมงานเข้าไปสำรวจว่าโครงการ แต่ละแห่งได้รับผลกระทบมากน้อยแค่ไหน รวมทั้งส่งทีมเข้าไปจัดกิจกรรมในพื้นที่ด้วย เพื่อสร้างขวัญและให้กำลังใจกับลูกบ้านได้เกิดความมั่นใจ ที่ให้การเคหะฯ ดูแล ในส่วนการตลาดและการขายคาดว่าประมาณเดือนกุมภาพันธ์ศกนี้ จะเริ่มทำการตลาดได้ และจะเริ่มขายได้จริงในเดือนมีนาคม 2555

 

นางภาวินี ธีรสวัสดิ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการเคหะแห่งชาติ (กคช.) เปิดเผยก่อนหน้าว่า ส่วนแผนด้านสินเชื่อของการเคหะฯ สถาบันการเงินมีแค่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารออมสิน และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย การเคหะฯก็จะแก้ปัญหาโดยการทำเช่าซื้อให้มากขึ้น พร้อมการยื่นขอสินเชื่อไปด้วยในตัว เพราะการเคหะฯเอง ต้องมีขั้นตอนในการตรวจสอบคุณสมบัติของลูกค้าด้วย แต่การเข้มงวดอาจจะไม่เข้มเหมือนสถาบันการเงิน อย่างเช่น ทางสถาบันการเงินจะดูว่าลูกค้าจะต้องมีเงินเหลือไม่น้อยกว่า 7,000 บาท แต่การเคหะฯจะดูในเรื่องของรายได้อื่นๆ และดูในเรื่องของความเป็นไปได้ แล้วสัมภาษณ์ลูกค้าและผ่อนปรนมากกว่าสถาบันการเงิน แต่ว่าเราก็จะมีวิธีการตรวจสอบหนี้สินอย่างละเอียด ตอนนี้ก็ดำเนินการอยู่ ก็มีหลักเกณฑ์เรื่องเช่าซื้อออกมาโดยอัตราดอกเบี้ยจะสูงกว่าธนาคาร ของการเคหะฯ จะอยู่ที่ 7-7.5% เราเองก็จะปรับเป็นขั้นและบวกค่าดำเนินการไปนิดหน่อยสำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อกับการเคหะฯโดยตรง

 

ส่วนโครงการเคหะชุมชน ในปีงบประมาณใหม่นี้ การเคหะฯจะทำการซ่อมและนำมาขายใหม่อีกครั้ง แต่จะมีการปรับราคาขายเพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อย เพื่อไม่ให้การเคหะฯต้องทิ้งอาคารไว้ และลดขาดทุน โดยการซ่อมโครงการและขายนั้นได้ดำเนินการมาตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมาแล้ว ก็จะทยอยซ่อมไปเรื่อยๆ เนื่องจากที่ผ่านมาได้ขายโครงการเคหะชุมชนที่ยึดคืนมาจากลูกค้าแบบให้ลูกค้าตามสภาพ คือขายแบบมีส่วนลดพิเศษซื้อแล้วไปซ่อมเอง แต่ปรากฏว่าไม่ได้รับผลตอบรับจากลูกค้าเท่าที่ควร จึงปรับวิธีการใหม่ในปี 2555 โดยโครงการเคหะชุมชนขณะนี้มีจำนวนที่เหลือสำหรับขายทั้งสิ้น 4,000 หน่วย จากทั่วประเทศ ซึ่งจะมีมากในย่านร่มเกล้า เป็นคอนโดมิเนียม โดยหลังจากการซ่อมเสร็จจะมีการรณรงค์ขายอีกที

 

ด้านโครงการ by NHA ขณะนี้ สำนักงานขายโครงการที่บางปู ก่อสร้างเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างการตกแต่ง และที่กรีนเพลส ปากเกร็ด กับที่ร่มเกล้า คงใช้เวลาอีก 1 เดือนในการก่อสร้างและตกแต่งเสร็จ อย่างไรก็ตามสำหรับโครงการby NHA โดยภาพรวมมียอดขายแล้ว 30% จาก 15 โครงการที่ได้เปิดตัวขายในปีที่ผ่านมา ซึ่งความคืบหน้าล่าสุดอยู่ระหว่างการเข้าคณะรัฐมนตรี(ครม.) หากมีการอนุมัติแล้ว การเคหะฯ ก็จะดำเนินการต่อ คือการก่อสร้างโครงการตามออร์เดอร์ที่มีความต้องการของลูกค้าก่อน และในระหว่างการก่อสร้างก็จะให้ลูกค้าผ่อนดาวน์ จะไม่สร้างให้เสร็จทั้งหมดก่อนแล้วนำมาขายเหมือนอย่างโครงการบ้านเอื้ออาทร เพื่อไม่ให้มีจำนวนที่เหลือแต่ยังขายไม่ได้ ซึ่งการสร้างความออร์เดอร์ลูกค้า จะเป็นผลดีกับการเคหะฯ มาก เพราะหากเกิดปัญหาอะไรขึ้นก็จะได้รับผลกระทบน้อยมาก หรืออาจจะไม่เสียหายเลย

         

ที่มา: หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ วันที่ 12-14 มกราคม พ.ศ. 2555

 

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ