Loading

มหาอุทกภัยกดดันบ้านมือสองยอดขายลด 30

วันที่ : 13 ธันวาคม 2554
มหาอุทกภัยกดดันบ้านมือสองยอดขายลด 30%

มหาอุทกภัยทำตลาดบ้านมือสองซบ ลูกค้าชะลอการตัดสินใจ-ยกเลิกสัญญาซื้อขาย ตลาดหด 30% คาดลากยาวถึงไตรมาส 1 ปี"55 วอนรัฐงัดมาตรการช่วยเหลือ

 

นายแพทย์สมศักดิ์ มุนีพีระกุล นายกสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยถึงสถานการณ์ตลาดบ้านมือสองว่า ก่อนที่จะมีเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ธุรกิจบ้านมือสองได้มีการขยายตัวทุกปี โดยยอดขายนั้นได้เติบโตประมาณ 10-15 % แต่หลังจากที่เกิดเหตุการณ์น้ำตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ธุรกิจบ้านมือสองชะลอการเติบโตอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากยอดขายบ้านได้หดตัวไปประมาณ 30 % ทั้งนี้เพราะสินค้าที่นำเสนอขายในตลาดส่วนใหญ่อยู่ในทำเลที่น้ำท่วม

 

รวมทั้งสถานการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลต่อจิตวิทยาของผู้บริโภค ทำให้กระทบต่ออารมณ์ของคนที่จะซื้อบ้านลดลง ลูกค้าบางรายยังไม่แน่ใจว่าน้ำท่วมจบจริง ๆ เพียงเท่านี้หรือยังทำให้เกิดชะลอการตัดสินใจในการซื้อ คาดว่าแนวโน้มของตลาดจะซบเซาต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาสแรกของปี 2555 เนื่องจากกำลังซื้อหดหายไปจากตลาดเพราะลูกค้าส่วนใหญ่ธุรกิจได้รับผลกระทบจากภัยดังกล่าวค่อนข้างสูง และคาดว่าสถานการณ์ตลาดน่าจะเริ่มดีขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 2 เพราะสินค้าน่าจะได้รับการฟื้นฟูได้เกือบทั้งหมด

 

ทั้งนี้ เชื่อว่าหากไม่มีสถานการณ์อื่นมากระทบตลาดบ้านมือสองน่าจะกลับมาดีเหมือนเดิมได้ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2555

 

"เหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมาได้กระทบต่อการทำงานของนายหน้ามาก เพราะว่าการตัดสินใจซื้อของลูกค้าได้ถูกเลื่อนไปหรือบางรายก็ยกเลิกการซื้อ-ขายเลย แม้ว่าอาจจะมีทรัพย์มือสองออกมาเสนอขายในตลาดมากขึ้นหลังน้ำท่วม แต่กระบวนการซื้อ-ขายจะเกิดการเจรจาต่อรองจนทำให้ปิดการขายจะยากขึ้น โดยเฉพาะในทำเลที่น้ำท่วมหรือใกล้น้ำท่วม ทั้งนี้เพราะฝ่ายผู้ซื้อจะต่อราคาต่ำมาก ส่วนคนขายก็ทำใจยากในการที่ขายในราคาต่ำ ยกเว้นคนขายที่อยากขายจริง ๆ และตัดสินใจตัดใจขายในราคาต่ำ"

 

นายกสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ในช่วงจากนี้ไปภาครัฐควรจะมีนโยบายช่วยธุรกิจบ้านมือสองอย่างเร่งด่วนที่สุด โดยสมาคมฯเห็นว่าน่าจะมีแนวทางในการช่วยเหลือในหลาย ๆ ด้าน เช่น การให้เงินกู้เพื่อซ่อมแซมบ้าน ดอกเบี้ยในอัตรา 0 % เป็นเวลา 3 ปี รวมทั้งลดค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระให้คนขายซึ่งจำเป็นต้องขายราคาต่ำอยู่แล้วจะได้ตัดสินใจง่ายขึ้น ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นให้เกิดการซื้อ-ขายได้เป็นอย่างดี

 

นอกจากนี้แล้วยังเห็นว่านโยบายที่ให้ผู้ซื้อบ้านหลังแรกไม่เกิน 5,000,000 บาท สามารถนำ 10 % ของราคาบ้านไปใช้ลดภาษีรายได้ประจำปีในเวลา 5 ปี ซึ่งเดิมให้เฉพาะบ้านใหม่เท่านั้น จึงขอเสนอให้ขยายมาตรการดังกล่าวรวมบ้านมือสองเข้าไปด้วย เนื่องจากช่วงนี้มีแนวโน้มว่าจะมีบ้านมือหนึ่งถูกบอกขายเป็นบ้านมือสองเพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีบ้านมือสองอยู่แล้วหลายแสนหน่วย

 

อีกเรื่องหนึ่งที่ทางสมาคมฯ เห็นว่าภาครัฐควรเข้ามาช่วยเหลือก็คือนโยบายที่ให้ผู้ซื้อบ้านหลังแรกราคาไม่เกิน 1,000,000 บาท กู้เงินโดยอัตราดอกเบี้ย 0 % เป็นเวลา 3 ปี หากรวมบ้านมือสองทั่วไปด้วยก็จะเป็นการกระตุ้นให้เกิดการซื้อ-ขายได้มากขึ้น

 

นายแพทย์สมศักดิ์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า หลังจากน้ำลดแล้วนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ต้องปรับตัวโดยจะต้องทำงานหนักขึ้น ที่สำคัญจะต้องให้ความสำคัญกับการทำการตลาดและหาลูกค้าที่คาดหวังให้มากขึ้น รวมทั้งหาทรัพย์เพื่อไว้นำเสนอให้ลูกค้าโดยเฉพาะในแหล่งที่น้ำไม่ท่วม และต้องให้เวลากับการพูดคุยกับลูกค้าบ่อยขึ้นเพื่อทราบการตัดสินใจล่าสุดจากปัญหาน้ำท่วม และควรเลือกหาทรัพย์ที่มีจุดเด่น เช่น ยกพื้นสูง มีรั้วบ้านช่วงล่างทึบ รวมทั้งหาทรัพย์ที่เป็นคอนโดมิเนียมตั้งแต่ชั้น 3 ขึ้นไปเพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ซื้อต่อไป

 

นอกจากนี้แล้วนายหน้าควรทำงานร่วมกันโดยการ CO-BROKE มากขึ้น เพื่อช่วยกันฟื้นฟูตลาดให้กับมาคึกคักอีกครั้ง และในช่วงที่ตลาดไม่ค่อยดีนักนายหน้าบางรายอาจเพิ่มธุรกิจรับซ่อมแซมบ้านหรือทำความสะอาดบ้าน เพื่อสร้างรายได้ในระหว่างที่รอตลาดฟื้นตัว

 

ที่มา: http://www.bangkokbiznews.com

 

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ