Loading

ลงทุน-บริโภคหนุนศก.ปี 55 โต4.8% อสังหาฯกระอักโครงการใหม่ส่อเลื่อนก่อสร้า

วันที่ : 5 ธันวาคม 2554
ลงทุน-บริโภคหนุนศก.ปี 55 โต4.8% อสังหาฯกระอักโครงการใหม่ส่อเลื่อนก่อสร้าง

นายทรงธรรม ปิ่นโต ผู้อำนวยการ สำนักเศรษฐกิจมหภาค สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า สาเหตุที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปีหน้ามีโอกาสเติบโตถึง 4.8% เพิ่มขึ้นจากประมาณการครั้งก่อน ซึ่งอยู่ที่ 4.1% นั้นส่วนหนึ่งเป็นผลจากฐานของเศรษฐกิจไทยปีนี้ค่อนข้างต่ำ ประกอบกับในปีหน้าจะมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้น โดยเฉพาะการซ่อมแซมฟื้นฟูบ้านเรือน และโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆหลังน้ำลด ทำให้การลงทุนและการบริโภคจะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักในปีหน้า

นอกจากนี้ นโยบายต่างๆของภาครัฐ ก็เอื้อต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ รวมทั้งยังมีมาตรการช่วยเหลือเยียวยาฟื้นฟูหลังน้ำลด ทำให้เกิดการลงทุนและการเบิกจ่ายภายใต้การจัดทำกรอบงบประมาณใหม่ประจำปี 2555 ที่เพิ่มขาดดุลงบประมาณอีก 5 หมื่นล้านบาทเป็น 4 แสนล้านบาท

"ปีหน้าเศรษฐกิจโลกคงชะลอลงและมีความเสี่ยงที่สูงขึ้น เศรษฐกิจยุโรปเองก็คงแย่ลง แต่โดยภาพรวมแล้วเชื่อว่าน่าจะยังไปได้ ซึ่ง กนง.เองก็คาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจไว้สูงถึง 4.8% เพราะมองว่าบ้านเรือนและโรงงานอุตสาหกรรมพังเสียหายจำนวนมาก ปีหน้าคงต้องบูรณะซ่อมแซมและลงทุนกันเพิ่ม ทำให้ทั้งการลงทุนและการบริโภคมีเพิ่มขึ้น" นายทรงธรรม กล่าวและว่า แต่มองว่าเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ในภูมิภาคเอเชียน่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกเป็นหลัก แม้จะมีความเสี่ยงที่อาจได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกเช่นกัน

ด้านนายเมธี สุภาพงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธปท. กล่าวว่า แนวโน้มการอุปโภคบริโภคภาคเอกชนในระยะต่อไป จะมีแรงสนับสนุนจากกำลังซื้อของประชาชน ทั้งจากภาครัฐ และสถาบันการเงินที่มีมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัย และการกระตุ้นการใช้จ่าย รวมทั้งความต้องการที่สะสมจากช่วงก่อนหน้า ส่วนสินค้าคงทนในกลุ่มรถยนต์ และนโยบายกระตุ้นการใช้จ่ายจากภาครัฐ เช่น โครงการรถยนต์คันแรก และการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ จะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้การบริโภคเอกชนฟื้นตัว และกลับเข้าสู่ภาวะปกติต่อไป

ขณะที่รายงานเศรษฐกิจและการเงินของ ธปท.ระบุว่า แม้เครื่องชี้ภาคอสังหาริมทรัพย์ในเดือนกันยายนยังอยู่ในเกณฑ์ดี แต่คาดว่าสถานการณ์อุทกภัยที่ส่งผลกระทบรุนแรง และขยายเป็นวงกว้างจะทำให้ภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ชะลอลงในระยะต่อไป ซึ่งสอดคล้องกับการสำรวจความคิดเห็นของผู้ประกอบการในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่คาดว่าผลของอุทกภัยจะทำให้จำนวนการโอนกรรมสิทธิ์ และที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนโดยเฉพาะบ้านแนวราบลดลงมากตั้งแต่เดือนตุลาคม 2554 นอกจากนี้โครงการที่อยู่อาศัยเปิดใหม่มีแนวโน้มเลื่อนการก่อสร้างออกไปเช่นกัน

ที่มา : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

 

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ