Loading

คาด 30พ.ย.ดอกเบี้ยลด 0.50% แบงก์ชาติประคองเศรษฐกิจฟื้

วันที่ : 27 พฤศจิกายน 2554
คาด 30พ.ย.ดอกเบี้ยลด 0.50% แบงก์ชาติประคองเศรษฐกิจฟื้น

นักเศรษฐศาสตร์มั่นใจ 30 พ.ย. กนง.ลดดอกเบี้ยหนุน ศก.ฟื้นหลังวิกฤตน้ำท่วม คาดปรับลง 0.25-0.50% เป็นแรงส่งการบริโภค-ลงทุน มองข้ามยาวปีหน้าคงดอกเบี้ย 3% ตลอดปี ด้าน ธปท. รับลูกลดดอกเบี้ยประคองเศรษฐกิจไตรมาส 4 ทรุด

 

นางสาวอุสรา วิไลพิชญ์ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 30 พ.ย.นี้ น่าจะเห็นการพิจารณาอัตราดอกเบี้ยนโยบายปรับลดลงถึง 0.50% มาอยู่ที่ 3.00% จากปัจจุบัน 3.50%

 

"น้ำท่วมกระทบเศรษฐกิจมากกว่าที่คาด สภาพัฒน์และ ธปท. เห็นตรงกันว่า ไตรมาส 4 นี้เศรษฐกิจจะหดตัวรุนแรงมาก แต่จะฟื้นตัวเร็วในครึ่งปีแรก ดังนั้นการลดดอกเบี้ย 0.50% เป็นการลดเฉพาะกิจที่ดึงความเชื่อมั่น"

 

แต่นางสาวอุสรากล่าวว่า การลดดอกเบี้ยจะไม่ต่อเนื่อง โดย กนง.คงยืนดอกเบี้ยไว้ที่ 3.00% ไปจนสิ้นปี 2555 ซึ่งเศรษฐกิจจะเติบโตไดอีก โดย ธปท. และสภาพัฒน์คาดสูงกว่า 4% เว้นแต่วิกฤตยุโรปจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจไทย ทาง กนง.คงให้ความสำคัญต่อการเติบโตมากกว่าเงินเฟ้อและอาจลดดอกเบี้ยลงต่ำกว่า 3.00% ได้

 

นอกจากนี้ ยังมีธนาคารกสิกรไทยและธนาคารทิสโก้ ที่มีความเห็นในทิศทางเดียวกันว่า กนง.จะลดดอกเบี้ยลงครั้งเดียว 0.50% และคงไว้ที่ 3%

 

ขณะที่ธนาคารไทยพาณิชย์และบริษัทหลักทรัพย์ภัทร ได้คาดการณ์ว่า กนง.จะลดดอกเบี้ย 0.25% ในรอบนี้ และมีการลดอีกครั้งในต้นปีหน้า หลังจากนั้นจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 3%

 

นายพรเทพ ชูพันธ์ ผู้จัดการวิเคราะห์เศรษฐกิจ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า แม้เงินเฟ้อจากข้อจำกัดด้านอุปทานในช่วงน้ำท่วมจะไม่เป็นปัจจัยที่ กนง.นำมาพิจารณาดอกเบี้ยในรอบนี้ แต่เงินเฟ้อยังทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่องจากมาตรการประชานิยม ขณะที่ความต้องการใช้เงินยังมีมากในช่วงการฟื้นฟู แต่ไม่น่าจะมีผลต่อสภาพคล่องตึงตัว เพราะ ธปท.สามารถปล่อยสภาพคล่องที่ดูดซับไปกว่า 4 ล้านล้านบาทเข้าสู่ระบบได้

 

ด้านนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. ครั้งล่าสุด นายประสารยังกล่าวถึงความจำเป็นต้องชั่งน้ำหนักระหว่างผลกระทบต่อเศรษฐกิจในระยะสั้น กับการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งจากการลงทุนเพื่อฟื้นฟูหลังน้ำลด และจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล

 

โดยนโยบายการเงินก็เผชิญกับความท้าทาย เพราะแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจะยังอยู่ในระดับสูง เพราะแม้การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกจะทำให้แนวโน้มราคาพลังงานลดลง แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าที่อาจเพิ่มขึ้นจากมาตรการกระตุ้นต่าง ๆ ของภาครัฐ

 

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ได้ส่งสัญญาณนโยบายดอกเบี้ยผ่อนคลาย เนื่องจากการคาดการณ์เงินเฟ้อของผู้ประกอบการเริ่มทรงตัว ประกอบ กนง.ต้องดูแลระดับความเชื่อมั่นไม่ให้ลดลง การนำดอกเบี้ยนโยบายขึ้นมาอยู่ที่ 3.50% เท่ากับระดับเงินเฟ้อประมาณในปีหน้า ซึ่งเท่ากับเป็นการเพิ่มพื้นที่ในการที่ กนง.จะพิจารณาลดดอกเบี้ยได้

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจฉบับวันที่ 24 - 27 พ.ย. 2554

 

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ