Loading

ธปท.เผยไตรมาส 3 ปีนี้ระบบแบงก์กำไรลดล

วันที่ : 15 พฤศจิกายน 2554
ธปท.เผยไตรมาส 3 ปีนี้ระบบแบงก์กำไรลดลง

ธปท.เผยระบบแบงก์ในไตรมาส 3 ปีนี้ กำไรสุทธิ 3.74 หมื่นล้านบาทลดลงเล็กน้อย เชื่อรับมือความเสี่ยงและความท้าทายจากปัญหาน้ำท่วมได้

 

น.ส.นวพร มหารักขกะ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน ธนาคารคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยที่ในไตรมาส 3ปีนี้ยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งลให้ระบบธนาคารพาณิชย์ค่อนข้างมีเสถียรภาพ สินเชื่อขยายตัวต่อเนื่อง ถึงสภาพคล่องจะตึงตัวขึ้นแต่สภาพคล่องในระบบยังเพียง สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล)ลดลง ส่งผลให้กำไรสุทธิอย่างต่อเนื่อง และฐานะเงินกองทุนอยู่ในระดับสูง

 

ทั้งนี้ ณ สิ้นไตรมาส 3 ปีนี้ สินเชื่อโดยรวมขยายตัว 17.3% จากระยะเดียวกันปีก่อน เพิ่มขึ้นจาก15.1% ในไตรมาสก่อนหน้า แบ่งเป็นสินเชื่อธุรกิจที่มีสัดส่วน 70.9% ของสินเชื่อรวม ขยายตัว 17.3 % จาก 14.9% ในไตรมาสก่อน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นทั้งสินเชื่อที่ให้แก่ธุรกิจขนาดใหญ่และธุรกิจเอสเอ็มอี ซึ่งขยายตัว17.3% และ 16.5% ตามลำดับ ซึ่งสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่อยู่ในภาคการพาณิชย์ สาธารณูปโภค ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง และอุตสาหกรรมการผลิต ส่วนสินเชื่ออุปโภคบริโภคที่มีสัดส่วน 29.1% ของสินเชื่อรวม ขยายตัว 17.4% จาก 15.7%

 

ขณะที่ การขยายตัวของเงินฝากรวมตั๋วแลกเงิน (B/E) ขยายตัวชะลอลงเล็กน้อย อยู่ที่ระดับ 13.6% จาก 14.1% ในไตรมาสก่อน เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของเงินฝากและ B/E ที่น้อยกว่าสินเชื่อ ส่งผลให้สภาพคล่องของระบบธนาคารพาณิชย์ตึงตัวขึ้น โดยสัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากรวม B/E เพิ่มขึ้นเป็น 89.7%

 

และผลจากการบริหารความเสี่ยงและการดูแลคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีต่อเนื่อง ส่งผลให้เอ็นพีแอลลดลงจากไตรมาส 2 ปีนี้ 1.62 หมื่นล้านบาท เหลือ 2.685 แสนล้านบาท ส่งผลให้สัดส่วนเอ็นพีแอลก่อนหักกันสำรอง( Gross NPL) ลดลงเหลือ 2.8 % จาก 3.0% ของสินเชื่อรวม และเอ็นพีแอลสุทธิหลักกันกันสำรอง( Net NPL) ลดงเหลือ 1.4% จาก 1.6% ของสินเชื่อรวม ขณะที่สินเชื่อจัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ (Delinquent Loan) มีสัดส่วนต่อสินเชื่อรวมอยู่ในระดับที่ทรงตัว 2.1% เท่ากับไตรมาส 2

 

“สรุป ระบบแบงก์มีกำไรสุทธิ 3.74 หมื่นล้านบาท ลดลง7.8 พันล้านบาท จากไตรมาสก่อน 4.5 หมื่นล้านบาท กำไรที่ลดลงส่วนใหญ่เป็นผลจากรายได้เงินปันผลที่ลดลงและธนาคารมีการกันสำรองหนี้เสียที่เพิ่มขึ้น เพื่อสร้างความแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม มองว่าปัญหาน้ำท่วมถือว่าเป็นความท้าทายของระบบแบงก์ แต่เชื่อว่าการเตรียมความพร้อมที่ดีจะทำให้ระบบแบงก์ได้รับผลกระทบไม่มากหนัก แม้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจะทำให้สินเชื่อที่ให้กับภาคการผลิตในนิคมอุตสาหกรรม 7 แห่ง ในวงเงินประมาณ 1.21 แสนล้านบาท และสินเชื่ออื่นๆจากภาคการท่องเที่ยวและการค้า จะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมบ้าง และทำให้สินเชื่อไตรมาส4ชะลอไปบ้าง แต่คิดว่าฐานะที่แข็งแกร่งของแบงก์จะรับความเสี่ยงจากความท้าทายน้ำท่วมได้” น.ส.นวพรกล่าว

 

ที่มา: http://www.posttoday.com

 

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ