Loading

คลังไม่เลิกบ้านหลังแร

วันที่ : 11 พฤศจิกายน 2554
คลังไม่เลิกบ้านหลังแรก

คลังไม่เลิกบ้านหลังแรก

 

พันโครงการจัดสรรจมน้ำ

 

“บุญทรง” ปัดข้อเสนอยกเลิกโครงการบ้านหลังแรก นำเงินไปฟื้นฟูประเทศแทน ระบุไม่เกี่ยวกับงบปี 2555 แต่ช่วยด้านลดหย่อนภาษี ด้านศูนย์ข้อมูลอสังหาฯเผยตัวเลขความเสียหายโครงการจัดสรรกรุงเทพฯ-ปริมณฑลพุ่ง 1.4-1.5 แสนหน่วย

 

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวชี้แจงในประเด็นข้อเรียกร้องให้ยุตินโยบายรถคันแรก และบ้านหลังแรก เพื่อนำไปเงินไปใช้ฟื้นฟูน้ำท่วมระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2555 ว่า นโยบายดังกล่าวรัฐบาลยังไม่ได้บรรจุรายละเอียดค่าใช้จ่ายเม็ดเงินงบประมาณสำหรับดำเนินโยบายไว้ในร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายร่ายประจำปีงบประมาณ 2555 แต่จะไปดำเนินนโยบายดังกล่าวในปีงบประมาณ 2556 ซึ่งตรงนั้นถึงจะมีรายละเอียดของการใช้จ่ายงบประมาณ ดังนั้น การที่เรียกร้องให้ยกเลิกโครงการดังกล่าวตามที่ฝ่ายค้านเสนอจึงไม่ตรงกับความเป็นจริง

 

นอกจากนี้ นโยบายดังกล่าวเป็นช่วยเหลือประชาชนให้ได้มีรถยนต์เพื่อใช้ในการประกอบอาชีพและดำรงชีวิตและนโยบายนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าจะใช้เงินทันทีเพราะผู้ซื้อรถยนต์ต้องจ่ายเงินซื้อรถเต็มราคาก่อนถึงจะสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ในปีต่อไป รวมไปถึงการมีนโยบายบ้านหลังแรกเพื่อให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง ซึ่งไม่ได้ช่วยในลักษณะเป็นเม็ดเงินให้กับประชาชน แต่เป็นลักษณะของการให้สิทธิ์กับประชาชนในการลดหย่อนภาษีแทน

 

ด้านศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ จัดทำรายงานสรุปวิเคราะห์สถานการณ์อสังหาริมทรัพย์ประจำสัปดาห์ โดยศูนย์ข้อมูลฯปรับเพิ่มประมาณการหน่วยที่อยู่อาศัยในโครงการจัดสรรทั่วทั้งกรุงเทพฯ-ปริมณฑล และจังหวัดพระนครศรีอยุธยาซึ่งได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมเพิ่มขึ้น เป็นประมาณ 140,000-150,000 หน่วย จากจำนวนโครงการบ้านจัดสรรมากกว่า 1,000 โครงการ เป็นการประมาณจากโครงการบ้านจัดสรรทั้งหมดที่มีมาตั้งแต่อดีต แต่ยังไม่รวมหน่วยบ้านที่ประชาชนสร้างเองหรืออยู่นอกโครงการจัดสรร

 

นอกจากนี้ได้ประมาณการจำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั้งที่อยู่อาศัยสร้างขายใหม่และที่อยู่อาศัยมือสองในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล สำหรับปี 2554 ทั้งปี ว่าอาจปรับลดลงอีกเหลือประมาณ 135,000-140,000 หน่วย หรือเท่ากับลดลงอย่างน้อยร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับปี 2553 ที่มีประมาณ 178,000 หน่วย

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์ข่าวหุ้น

 

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ