Loading

แบงก์ชาติฟุ้ง ศก.ไทยแกร่ง-สินเชื่อไม่กระทบ มั่นใจเดินหน้าต่อไปได้

วันที่ : 15 ตุลาคม 2554
แบงก์ชาติฟุ้ง ศก.ไทยแกร่ง-สินเชื่อไม่กระทบ มั่นใจเดินหน้าต่อไปได้

ธปท.ระบุปัญหาน้ำท่วมอาจมีผลให้การผลิตในภาคธุรกิจสะดุดไปบ้าง แต่เชื่อความสามารถแข่งขันด้านตลาดยังดีอยู่ ประกอบกับพื้นฐานเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่ง มั่นใจเศรษฐกิจไทยยังเดินหน้าต่อไปได้ ด้านสินเชื่อของธนาคารก็ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เหตุมีการติดตามและดูแลลูกหนี้อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานให้แบงก์ทำธุรกรรม Swap หวังไม่ให้การค้า การลงทุนสะดุด

 

นายเกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวว่า ธปท.เชื่อว่าขณะนี้พื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังคงแข็งแกร่งและสามารถเดินหน้าไปได้อยู่ แม้ขณะนี้ประเทศไทยต้องเผชิญภัยธรรมชาติจากปัญหาน้ำท่วมเข้ามาแทรกบ้าง ซึ่งก็ไม่ได้แสดงว่าไทยขาดวินัยหรือขายสินค้าไม่ได้ แต่ปัญหาหนี้อาจส่งผลให้ภาคธุรกิจสะดุดเรื่องการผลิตไปบ้าง อย่างไรก็ตาม มองว่าความสามารถในการแข่งขันตลาดของภาคธุรกิจไทยและธนาคารพาณิชย์น่าจะทำได้ดีอยู่

 

ทั้งนี้ ในปัจจุบัน ธปท.ได้ทำการสำรวจธนาคารพาณิชย์ในระบบ พบว่า ขณะนี้อัตราการขยายตัวสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ไม่ได้มีปัญหาและมองว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่จะส่งกระทบให้สินเชื่อชะลอลง เพราะหากมองปัญหาน้ำท่วมเกิดขึ้นเฉพาะจุด ถือเป็นปัจจัยชั่วคราวเท่านั้น นอกจากนี้ ธนาคารพาณิชย์เองก็มีการติดตามและช่วยเหลือลูกหนี้ที่ประสบปัญหาอย่างใกล้ชิด

 

ซึ่งเป็นไปตามแนวทางเดียวกับที่ธปท.พยายามขอความร่วมมือธนาคารพาณิชย์ในการผ่อนคลายทางการเงินในเรื่องต่างๆ เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ของธนาคารที่มีปัญหา ฉะนั้น ธปท.เชื่อว่าสินเชื่อโดยรวมยังคงขยายตัวต่อไปได้

 

**มั่นใจระบบการเงินเดินได้ตามปกติ**

 

ด้านนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธปท. กล่าวว่า ธปท.ได้หารือร่วมกับผู้แทนธนาคารพาณิชย์ไทย สาขาธนาคารต่างชาติ และสถาบันการเงินเฉพาะกิจอย่างใกล้ชิดและเป็นระยะๆ เพื่อประเมินสถานการณ์และให้ธุรกรรมทางการเงินด้านต่างๆ เดินหน้าไปตามปกติ โดยขณะนี้ธปท.พยายามให้ศูนย์จัดการเงินสดจัดส่งเงินสดให้สถาบันการเงิน เพื่อให้ปริมาณเงินสดเพียงพอกับความต้องการ ซึ่งขณะนี้สามารถรองรับได้ถึง 3 เดือนข้างหน้า

 

ขณะที่ธุรกรรมด้านตลาดการเงิน ธปท.ได้ประสานไปยังสถาบันการเงินให้มีการซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า(Swap) เพื่อรองรับธุรกรรมการค้าและการลงทุนให้ดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนธุรกรรมการชำระเงินไม่ว่าจะเป็นระบบหักบัญชีเช็ค ระบบ BATHNET และระบบการโอนเงินต่างๆ ให้สามารถบริการได้ตามปกติ อีกทั้งธปท.ได้ขอความร่วมมือจากสถาบันการเงินเพิ่มเติมโดยขอให้สถาบันการเงินให้ความสำคัญในการร่วมฟื้นฟูกิจการของลูกค้าทั้งกิจการและลูกค้ารายบุคคลหลังน้ำลดด้วย หลังจากที่ผ่านมาได้ขอให้สถาบันการเงินช่วยลูกหนี้ทั้งการพักชำระหนี้และดอกเบี้ย รวมถึงการให้วงเงินเพิ่ม เพื่อฟื้นฟูหลังน้ำลดแล้ว

 

ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์

 

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ