Loading

คลังหดบ้าน0% ราคาไม่เกินล้าน รถคันแรกยึดมติเดิม

วันที่ : 29 กันยายน 2554
คลังหดบ้าน0% ราคาไม่เกินล้าน รถคันแรกยึดมติเดิม!

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมช.คลัง เปิดเผยว่า ได้มอบหมายธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) หามาตรการเสริมให้แก่ผู้มีรายได้น้อยที่ต่ำกว่าเกณฑ์ต้องเสียภาษี ในราคาบ้านไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยจะให้สิทธิประโยชน์ด้านดอกเบี้ยแต่ต้องหารือในรายละเอียดให้ชัดเจนว่าจะใช้เวลากี่ปี จะกำหนดที่บ้านใหม่หรือบ้านมือสองรวมถึงเงินที่ต้องชดเชยให้แก่ ธอส.ด้วย

"จากการประมาณการเบื้องต้น หากจะใช้อัตราดอกเบี้ย 0% เป็นเวลา 2-3 ปีนั้นรัฐบาลต้องชดเชยเงินให้ ธอส.ปีละ 400 ล้านบาท โดยจะนำข้อสรุปกลับมาเสนอในที่ประชุม ครม.สัปดาห์หน้าด้วย"

สำหรับการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับผู้ซื้อบ้านหลังแรกที่ประชุม ครม.เมื่อวันที่27 กันยายนได้ปรับเปลี่ยนวิธีจากการให้สิทธิลดหย่อนทางภาษีมาเป็นการยกเว้นภาษีโดยตรงเพื่อให้ได้รับประโยชน์ทางภาษีได้โดยตรงเต็มที่ไม่เกิน 5 แสนบาท ตามความตั้งใจของรัฐบาลอยู่แล้ว เพียงแต่ที่ผ่านมาอาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อนในนโยบายที่ให้กับกรมสรรพากร จึงไปเพิ่มในการให้สิทธิหักลดหย่อนภาษี ซึ่งประโยชน์อาจจะไม่ตกกับผู้ซื้อโดยตรง

"ในหลักปฏิบัติคือ เมื่อยื่นแบบภาษี หักลดหย่อนอื่นๆ ทางภาษีในปีนั้นๆ แล้ว เหลือเป็นเงินที่จะต้องจ่ายภาษีเท่าใด ก็นำเอา 10% ของมูลค่าบ้าน หาร 5 ปีเท่าๆ กันมาเป็นจำนวนหักจากภาษีที่ต้องจ่ายโดยตรงได้เลย จากเดิมที่จะต้องเพิ่มสิทธิลดหย่อนที่ได้จากการซื้อบ้านหลังแรกดังกล่าวไปหักเป็นค่าใช้จ่าย ก่อนจะคำนวณการเสียภาษีเงินได้ในอัตราก้าวหน้า ขึ้นกับรายได้ของแต่ละคน ซึ่งจากข้อมูลของกรมสรรพากรพบว่าผู้ที่หักสิทธิลดหย่อนภาษีหมดแล้ว และต้องเสียภาษีแต่ละปี 1 แสนบาทนั้นจะต้องมีรายได้ขั้นต่ำ 8 หมื่นบาทต่อเดือน" นายบุญทรงกล่าว

นอกจากนี้เพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์เต็มที่จากมาตรการรัฐบาล ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถยื่นใช้สิทธิได้ในปีภาษีถัดไปนับจากที่มีการโอนกรรมสิทธิ์ตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน 2554-31 ธันวาคม 2555 และเมื่อยื่นไปแล้วจะต้องยื่นต่อเนื่องไป 5 ปีติดกัน หรือสามารถเลือกยื่นได้อีกใน 4 ปีถัดไปหรือไม่เกินปี 2559 หลังจากนั้นก็ใช้สิทธิต่อเนื่องได้ติดกันไป 5 ปี เพื่อให้โอกาสผู้มีรายได้น้อยที่มีรายได้ยังไม่เข้าเกณฑ์การเสียภาษี มีเวลาที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ดังกล่าวด้วย

นายบุญทรงยังกล่าวถึงมาตรการคืนเงินให้แก่ผู้ซื้อรถยนต์คันแรกได้หารือร่วมกับนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลังและนายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมสรรพสามิตมีความเห็นสอดคล้องกันว่าไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องปรับเปลี่ยนแก้ไขเกณฑ์เดิมที่ผ่านที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ไปแล้ว ดังนั้นจึงจะไม่มีการนำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือในที่ประชุม ครม.อีก  เพื่อให้ผู้ประกอบการจะได้เดินหน้าต่อไป

"เรื่องรถยนต์คันแรกถือว่าจบแล้ว ไม่จำเป็นต้องนำเข้าพิจารณาใน ครม.ทั้งการขยายขนาดเครื่องยนต์เป็น 1600 ซีซี หรือให้สิทธิกับผู้ประกอบการนำเข้ารถยนต์ขนาดเล็ก เพราะเห็นว่า มาตรการดังกล่าวเป็นมาตรการในประเทศเป็นการให้ประโยชน์กับประชาชนโดยตรง ไม่ได้ให้แก่ผู้ประกอบการ ซึ่งผู้ประกอบการนำเข้าก็น่าจะเข้าใจ และเริ่มต้นเราเองก็ต้องการเน้นไปที่รถยนต์ประหยัดพลังงานประเภทอีโคคาร์อยู่แล้ว เพียงแต่มีผู้ผลิตในประเทศเพียง 2 รายเท่านั้น อาจจะถูกมองไปว่าเอื้อประโยชน์จึงเพิ่มในส่วนของขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 1500 ซีซีเข้าไปด้วย" นายบุญทรงกล่าว

แหล่งข่าวจาก ธอส. กล่าวว่า ธอส.พร้อมที่จะดำเนินโครงการฯ ได้ภายใน 1 สัปดาห์หรือไม่เกิน 10 วัน โดยเงื่อนไขสำคัญที่เสนอไปจะกำหนดที่วงเงินของโครงการเป็นหลัก เช่น หากกำหนดวงเงินโครงการ 10,000 ล้านบาท ในอัตราดอกเบี้ย 4% ที่ต้องชดเชยให้แก่ ธอส.หรือเป็นวงเงิน 400 ล้านบาทต่อปี หรือ หากกำหนดวงเงินรวม 20,000 ล้านบาท วงเงินที่ต้องชดเชยก็จะเพิ่มเป็น 800 ล้านบาทต่อปี ก็ขึ้นกับว่า รัฐบาลจะให้คงดอกเบี้ย 0% เป็นเวลากี่ปี

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน

 

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ