Loading

กู้บ้าน 0% นาน 2-3 ปี มาแน่คลังสั่งธอส.ตั้งวงเงิน1หมื่นล้านจัดสินเชื่อดอกต่ำช่วยรากหญ้

วันที่ : 24 กันยายน 2554
กู้บ้าน 0% นาน 2-3 ปี มาแน่คลังสั่งธอส.ตั้งวงเงิน1หมื่นล้านจัดสินเชื่อดอกต่ำช่วยรากหญ้า

นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รมช.คลัง เปิดเผยว่า จากการหารือกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)ได้ข้อสรุปเบื้องต้นเกี่ยวกับโครงการบ้านหลังแรกของ ธอส.ว่า จะมีการออกสินเชื่อบ้านดอกเบี้ย 0% กำหนดวงเงินเบื้องต้น 1 หมื่นล้านบาท แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปว่า จะเป็นระยะเวลา2 ปี หรือ 3 ปี เพื่อซื้อบ้านใหม่บ้านเก่า บ้านมือสอง รวมถึงซื้อทรัพย์สินที่รอการขายจากสถาบันการเงิน (NPA) ในราคา 1-2 ล้านบาท โดยให้เน้นช่วยเหลือกลุ่มคนที่มีรายได้น้อย

 

ทั้งนี้คาดว่าหากได้ข้อสรุปจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาในวันที่ 27ก.ย.นี้ "มาตรการสินเชื่อบ้าน 0% ที่จะออกมานั้น จะมาเสริมมาตรการภาษีบ้านหลังแรกที่ครม. เห็นชอบไปเมื่อวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา แต่มาตรการสินเชื่อจะเน้นที่การดูแลกลุ่มคนที่มีรายได้น้อยให้ได้มีโอกาสในการซื้อบ้านในราคาไม่เกิน 1-2 ล้านบาท ส่วนรัฐบาลจะชดเชยให้ ธอส. หรือไม่ต้องรอดูแผนที่จะเสนอก่อน" นายวิรุฬ กล่าว

 

นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า จะเร่งประชุมเพื่อหาข้อสรุปมาตรการสินเชื่อ 0% ให้เสร็จภายในสัปดาห์นี้ เพื่อเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาในวันที่ 26 ก.ย. ก่อนเสนอเข้า ครม.ในวันที่ 27 ก.ย.นี้ "โจทย์ที่ได้มอบหมายจากรมช.คลัง คือ การช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ต้องการซื้อบ้านราคาไม่เกิน 1-2 ล้านบาท ซึ่งน่าจะง่ายในการกำหนดรายละเอียด" นายวรวิทย์ กล่าว

 

ทั้งนี้ หากพิจารณาจากต้นทุนการปล่อยสินเชื่อในปัจจุบันที่ 4% เท่ากับว่า ธอส. จะมีภาระดอกเบี้ยประมาณ 400 ล้านบาทต่อปี ส่วนแนวทางการปล่อยกู้ยังไม่สรุปว่าจะปล่อยกู้ให้เฉพาะบ้านมือหนึ่งหรือมือสอง แต่คาดว่าบ้านที่เป็นทรัพย์สินรอการขายของธนาคารที่มีอยู่ประมาณ 5,000 ล้านบาทน่าจะเข้าข่ายได้เข้าโครงการนี้เพราะส่วนใหญ่เป็นบ้านที่มีราคา 1-2 ล้านบาท ส่วนของสถาบันการเงินอื่นอาจไม่ได้พิจารณาเข้าร่วมโครงการนี้

 

นายวรวิทย์ กล่าวอีกว่าขณะนี้ธนาคารได้ปิดรับยื่นเอกสารในโครงการสินเชื่อ 0%นาน 2 ปี แล้ว โดยล่าสุดมียอดอนุมัติสินเชื่อ 1.6-1.7 หมื่นล้านบาท จากยอดปล่อยกู้ทั้งโครงการ 2.5 หมื่นล้านบาท ยังเหลือวงเงินที่รอการพิจารณาสินเชื่ออีก 8,000 ล้านบาท คาดว่าน่า จะมีผู้ที่ไม่ผ่านการพิจารณาสินเชื่อ 10-15% ซึ่งจะมีรายชื่อสำรอง 3,000 ล้านบาทมารองรับ

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

 

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ