Loading

กคช.แก้ปมลูกค้ากู้ไม่ผ่าน ปรับหลักเกณฑ์ เช่าซื้

วันที่ : 27 กันยายน 2554
กคช.แก้ปมลูกค้ากู้ไม่ผ่าน ปรับหลักเกณฑ์ เช่าซื้อ

นางพรรณสุภา ยุทธภัณฑ์บริภาร ผู้ช่วยผู้ว่าการ การเคหะแห่งชาติ (กคช.) เปิดเผยถึงแผนการตลาดในการขายโครงการที่อยู่อาศัยในปีงบประมาณ 2555 (ต.ค.54-ก.ย.55) ว่า ตอนนี้แผนการตลาดได้เตรียมไว้เรียบร้อยหมดแล้ว แต่ต้องรอนโยบายจากรัฐมนตรีที่กำกับดูแลการเคหะแห่งชาติ ซึ่งจะเข้ามามอบนโยบายอีกครั้งในสัปดาห์นี้ และหลังจากนั้นเราก็จะดำเนินการตามแผนที่ได้จัดเตรียมไว้ทันที อย่างไรก็ตาม แผนการตลาดเดิมที่การเคหะฯ ต้องดำเนินการคือ การเร่งรัดขายโครงการบ้านเอื้ออาทรที่เหลือจำนวน40,000 หน่วยให้หมด และเร่งโครงการบ้านเอื้ออาทรที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 14,000-15,000 หน่วยให้เสร็จ โดยจะให้ทยอยเสร็จตั้งแต่ปี 2555 และต้องเสร็จทั้งหมดในปี 2556 แต่อย่างไรก็ตาม จะต้องเร่งการขายให้หมดก่อนเพื่อให้ลูกค้าได้ยื่นขอสินเชื่อต่อสถาบันการเงิน

"ปัจจุบัน กคช.มีสถาบันการเงินแค่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารออมสิน และธนาคารอิสลามจำนวนไม่มาก ดังนั้น กคช. จะแก้ปัญหาโดยการทำเช่าซื้อให้มากขึ้น พร้อมการยื่นขอสินเชื่อไปด้วยในตัว เพราะ กคช.ต้องมีขั้นตอนในการตรวจสอบคุณสมบัติของลูกค้าด้วย แต่ความเข้มงวดอาจจะไม่เข้มเหมือนสถาบันการเงิน

อย่างเช่นทางสถาบันการเงินจะดูว่าลูกค้าจะต้องมีเงินเหลือไม่น้อยกว่า 7,000 บาทแต่การเคหะฯ จะดูในเรื่องของรายได้อื่นๆ และดูในเรื่องของความเป็นไปได้ ซึ่งหลักเกณฑ์เรื่องเช่าซื้อนั้นอัตราดอกเบี้ยจะสูงกว่าธนาคารโดย กคช.จะอยู่ที่ 7-7.5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่ง กคช.จะมีการปรับเป็นขั้นและบวกค่าดำเนินการเข้าไปสำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อกับการเคหะฯ เองโดยตรง"

สำหรับโครงการเคหะชุมชนในปีงบประมาณใหม่นี้ กคช.จะทำการซ่อมและนำมาขายใหม่อีกครั้ง แต่จะมีการปรับราคาขายเพิ่มขึ้นเพื่อไม่ให้ กคช.ต้องทิ้งอาคารไว้ และลดขาดทุน โดยการซ่อมโครงการและขายนั้นได้ดำเนินการมาตั้งแต่เดือน ส.ค.ที่ผ่านมาแล้วเนื่องจากที่ผ่านมาได้ขายโครงการเคหะชุมชนที่ยึดคืนมาจากลูกค้าแบบให้ลูกค้าตามสภาพคือ ขายแบบมีส่วนลดพิเศษซื้อแล้วไปซ่อมเองแต่ปรากฏว่าไม่ได้รับผลตอบรับจากลูกค้าเท่าที่ควร โดยโครงการเคหะชุมชนขณะนี้มีจำนวนที่เหลือสำหรับขายทั่วประเทศ 4,000 หน่วย ซึ่งจะมีมากในย่านร่มเกล้าเป็นคอนโดฯโดยหลังจากการซ่อมเสร็จจะมีการรณรงค์ขายอีกที

ส่วนโครงการ by NHA ขณะนี้ โดยภาพรวมมียอดขายแล้ว 30 เปอร์เซ็นต์จาก15 โครงการที่ได้เปิดตัวขายในปีที่ผ่านมา ซึ่งความคืบหน้าล่าสุดรอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.)หากอนุมัติแล้วจะดำเนินการต่อ โดยจะเป็นการสร้างตามความต้องการซื้อของลูกค้าและระหว่างการก่อสร้างจะให้ลูกค้าผ่อนดาวน์การก่อสร้างโครงการตามคำสั่งซื้อของลูกค้าก่อน ต่างกับโครงการบ้านเอื้ออาทรที่จะก่อสร้างแล้วเสร็จ ทำให้หน่วยขายเหลือจำนวนมาก

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน

 

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ