Loading

ชงครม.ปรับแพ็คเกจวันนี้ บ้านหลังแรก-รถคันแร

วันที่ : 27 กันยายน 2554
ชงครม.ปรับแพ็คเกจวันนี้ บ้านหลังแรก-รถคันแรก

น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยในระหว่างการแถลงความคืบหน้า การดำเนินนโยบายของรัฐบาลครบ 1 เดือน พร้อมกับนางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่า รัฐบาลจะมีการออกมาตรการเพิ่มเติม เพื่อเสริมจากโครงการบ้านหลังแรก ที่ผ่านการอนุมัติของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไป เมื่อวันที่ 20 ก.ย. โดยจะมีการเสนอที่ประชุม ครม.วันที่ 27 ก.ย.นี้ ให้ปรับปรุงการลดค่าธรรมเนียมในการจดจำนอง และค่าโอนเพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด

ขณะเดียวกันได้ ให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กำหนดมาตรการวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ย 0% ระยะเวลา 2-3 ปี สำหรับบ้านราคา 1-2 ล้านบาท โดยจะครอบคลุมบ้านมือสอง สินทรัพย์รอการขาย (เอ็นพีเอ) ของสถาบันการเงิน และบ้านหลังแรก โดยจัดสรรสินเชื่อไว้ราว 10,000 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลจะชดเชยดอกเบี้ยให้ปีละ 400 ล้านบาท

การแถลงข่าวครั้งนี้ สำนักโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เชิญนายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร และนายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมสรรพสามิต มาร่วมตอบข้อซักถามจากสื่อมวลชนด้วย

สรรพากรเสนอ ครม.ชี้ขาดภาษี

นายสาธิต กล่าวว่า ในที่ประชุม ครม.วันที่ 27 ก.ย.นี้ จะมีการเสนอมาตรการเสริมโครงการบ้านหลังแรก เนื่องจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ดูให้มีการช่วยเหลือประชาชนให้ครบทุกระดับ มีจุดใดจะทำให้ครบวงจรได้มากกว่าและควรมีอะไรเพิ่มเติม ซึ่งการให้นำค่าใช้จ่าย 10% ของการซื้อบ้านไปหักภาษีได้โดยตรงแทนการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ก็เป็นข้อเสนอหนึ่งที่ให้ ครม.พิจารณา

นอกจากนี้ กรมสรรพากรจะนำเสนอและอธิบายภาพรวมให้เห็นว่า มีมาตรการเดิมที่ได้ประโยชน์แต่ประชาชนไม่ค่อยทราบ เช่น การขายบ้านหลังเก่า ไปซื้อบ้านหลังใหม่ภายใน 1 ปี ได้รับยกเว้นภาษี หรือการนำดอกเบี้ยจากการจ่ายสินเชื่อบ้านมาหักลดหย่อนภาษี เป็นสิ่งที่ประชาชนทุกคนได้รับสิทธิประโยชน์นี้อยู่แล้ว ซึ่งสามารถตอบโจทย์ช่วยผู้มีรายได้น้อย เพียงแต่ในขั้นตอนการดำเนินงานต้องดูทั้งระบบ ไม่สามารถดูจุดใดจุดหนึ่งได้

ส่วนกรณีที่มีข่าวว่า กรมสรรพากรจะเสนอปรับภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 7% เป็น 10% ยืนยันว่าไม่มี และไม่ได้เป็นข้อมูลที่ออกมาจากกรมสรรพากร ซึ่งปีนี้และปีหน้า ยังไม่มีแผนในการเพิ่มภาษีนี้

ชงรถคันแรกเปิดกว้าง "รุ่น-แหล่งที่มา"

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า จะเสนอที่ประชุม ครม.วันที่ 27 ก.ย.นี้พิจารณารายละเอียดเพิ่มเติมของโครงการรถคันแรก โดยหลักการยังคงเหมือนเดิมและโครงการได้มีผลเริ่มขึ้นมาแล้วตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. 2554 โดยรายละเอียดที่เพิ่มขึ้น มี 2-3 ประเด็น เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้มากขึ้น ประเด็นที่กำลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้ ก็จะมีทั้งเรื่องรถยนต์นำเข้า รุ่น และขนาด รวมถึงการผ่อนไฟแนนซ์ และเรื่องเงินบางส่วน

ส่วนจะมีความเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะไม่กำหนดขนาดของเครื่องยนต์ และจำกัดเฉพาะราคาคันละไม่เกิน 1 ล้านบาท นายพงษ์ภาณุ กล่าวว่าไม่ควรจำกัดทางเลือก ทั้งเรื่องรุ่น แหล่งที่มา หรือขนาด แต่ยังบอกรายละเอียดไม่ได้ ต้องรอ ครม.ตัดสินใจก่อน อย่างไรก็ตาม วงเงินที่ใช้ดำเนินการมาตรการนี้ ยังอยู่ที่ 30,000 ล้านบาท

นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลมีผลงานหลายเรื่องที่ผ่านการพิจารณาของ ครม.ไปแล้ว แต่เหตุที่ต้องเสนอให้ ครม.ทบทวนในหลายๆ เรื่อง เนื่องจากรัฐมนตรีเจ้าของเรื่อง มีงานเร่งด่วนบางอย่าง อาจมีการปรับเปลี่ยนแก้ไขกันบ้างก็ต้องมาพูดจากันให้ละเอียดถี่ถ้วน

กำหนดเพดานไม่เกิน 1 ล้าน

แหล่งข่าวข่าวจากกรมสรรพสามิต กล่าวว่า ขณะนี้ กรมได้เสนอแนวทางการพิจารณาปรับเงื่อนไข การให้สิทธิคืนเงินจากการซื้อรถยนต์คันแรก ให้นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมช.คลังแล้ว โดยได้เสนอข้อมูลและแนวทางเพิ่มเติมตามที่เอกชนเรียกร้องมา เพื่อความเท่าเทียมกัน รวมทั้งเป็นการเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนผู้ซื้อรถยนต์คันแรกมากขึ้น โดยคาดว่าจะเสนอเข้าสู่การพิจารณาคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพิ่มเติมได้วันนี้ (27 ก.ย.) เพื่อให้ทุกอย่างมีความชัดเจนก่อนงานเปิดตัวมาตรการวันที่ 4-8 ต.ค.นี้

"ขยายขนาดเครื่องยนต์" เพิ่มทางเลือกคนซื้อ

สำหรับแนวทางที่กรมสรรพสามิตเสนอเพิ่มเติม มีทั้งประเด็นการขยายขนาดเครื่องยนต์ จาก 1500 ซีซี เป็นจำกัดไม่เกิน 1600 ซีซี ตามที่ค่ายรถยนต์บางแห่งเรียกร้องมา หรือเสนอให้เปิดกว้างรถยนต์ทุกรุ่นไม่จำกัดขนาดเครื่องยนต์ไปเลย แต่อาจจำกัดวงเงินไว้ที่ 1 ล้านบาท และเปิดกว้างให้สิทธิรถยนต์นำเข้าด้วย เพราะมีบางยี่ห้อที่ไม่ได้รับสิทธิเรียกร้องมาก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ ครม.ว่าจะเลือกแนวทางใด แต่ยืนยันว่า การ

ปรับเงื่อนไขดังกล่าวไม่ทำให้รัฐมีภาระการจ่ายคืนเงินภาษีในปี 2556 มากกว่าที่กำหนดไว้เดิม 3 หมื่นล้านบาท

"การเสนอให้ขยายขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 1600 ซีซี หรือไม่จำกัดเครื่องยนต์ไปเลย และขยายให้ครอบคลุมรถยนต์นำเข้าด้วยนั้น เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนผู้ซื้อรถยนต์มากว่ากลัวเรื่องประเด็นถูกฟ้องร้องเรื่องความไม่เท่าเทียมกัน และเพื่อให้ปัญหาหรือข้อเรียกร้องต่างๆ หมดไป รวมทั้งจะเสนอการปรับปรุงเงื่อนไขให้ลิสซิ่งสามารถขายได้ก่อน 5 ปีได้กรณีมีเหตุสุดวิสัย เช่น ถูกยึดเนื่องจากติดค้างค่างวด และการเรียกคืนเงินภาษี เป็นต้น เพื่อให้เกิดความชัดเจนในทางปฏิบัติระหว่างกรมสรรพสามิตและบริษัทเอกชน"

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ