Loading

บ้านหลังแรกฉลุยครม.ไฟเขียวลดภาษี5แสนดีเดย์ 22 ก.ย.นี

วันที่ : 21 กันยายน 2554
บ้านหลังแรกฉลุยครม.ไฟเขียวลดภาษี5แสนดีเดย์ 22 ก.ย.นี้

ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 14.00 น. วันที่ 20 ก.ย. นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมช.คลัง แถลงภายหลังการประชุม ครม.ว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง หรือโครงการบ้านหลังแรก ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยให้นำค่าใช้จ่ายในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคารพร้อมที่ดิน หรือห้องชุดในอาคารชุดเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย มาหักลดหย่อนภาษีตามจำนวนที่จ่ายจริง ในอัตราไม่เกิน 10% ของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ แต่ไม่เกิน 500,000 บาท โดยให้ทยอยหักภาษีในจำนวนเท่า ๆ กันเป็นเวลา 5 ปี

 

ผู้ใช้สิทธิต้องจดทะเบียนโอนกรรม สิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ให้แล้วเสร็จตั้งแต่วันที่ 22 ก.ย. 54 จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 55 ที่สำคัญต้องเป็นบ้านหลังแรกเท่านั้นและผู้ใช้สิทธิต้องมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในบ้านหลังแรกที่ซื้อเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 5 ปีนับตั้งแต่วันที่จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์และบ้านหลังแรกนั้นต้องไม่เคยผ่านการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์มาก่อนไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน โดยมาตรการนี้ครอบคลุมเฉพาะบ้านหลังแรกไม่รวมถึงบ้านที่สร้างเองหรือบ้านมือสองแต่อย่างใด เนื่องจากควบคุมได้ยาก

 

ทั้งนี้ยืนยันว่าการออกมาตรการบ้านหลังแรกครั้งนี้ถือเป็นการทำตามสัญญาที่พรรคเพื่อไทยได้หาเสียงไว้กับประชาชน และยืนยันว่าทุกคนได้รับประโยชน์เท่ากันหมดเพราะสามารถนำค่าใช้จ่ายมาหักภาษีได้ในอัตราที่เท่ากันคือ 10% ดังนั้นไม่ว่าผู้ซื้อบ้านจะมีรายได้เท่าใดหากซื้อบ้านหลังละไม่เกิน 5 ล้านบาทก็ได้รับสิทธิเท่ากัน

 

ส่วนกรณีที่มีหลายคนตั้งคำถามว่าผู้มีรายได้น้อยจริง ๆ กลับไม่ได้รับสิทธิจากการลดหย่อนภาษีนั้นขอยืนยันว่าทุกคนจะได้รับสิทธิเท่ากันหมดถ้าอยู่ในระบบภาษี โดยคนที่ยังมีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษีนั้น

 

สามารถขอใช้สิทธิในการลดหย่อนภาษีในปีถัดไปได้ซึ่งไม่จำเป็นต้องนำค่าใช้จ่ายมาหักลดหย่อนค่าใช้จ่ายเพื่อคำนวณภาษีในปี 55 แต่อย่างใด เพราะโครงการนี้ได้กำหนดให้ทยอยหักภาษีได้ในเวลา 5 ปี ส่วนมาตรการบ้าน 0% เป็นเวลา 5 ปี นั้นถือเป็นมาตรการทางด้านการตลาดของสถาบันการเงินที่จะไปดำเนินการกันเอง แต่มาตรการบ้าน 0% 2 ปี ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ยังเดินหน้าต่อไป

 

                นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า ผู้เสียภาษีที่มีเงินเดือนตั้งแต่ 20,000 บาทจะได้รับสิทธิในโครงการบ้านหลังแรก โดยผู้ที่มีเงินเดือนต่ำกว่าจะเป็นผู้ที่ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ตามระบบอยู่แล้ว และหากผู้เสียภาษีสามารถหารายได้เพิ่มเพื่อใช้สิทธิบ้านหลังแรกก็สามารถทำได้และนำมาหักลดหย่อนภาษีในปีถัดไปได้เพราะโครงการนี้ได้กำหนดให้ทยอยหักภาษีในสัดส่วนเท่า ๆ กันเป็นเวลา 5 ปี ที่สำคัญยังเปิดโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อยและยังไม่เคยมีบ้านหรือที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองให้ได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง และทำให้เศรษฐกิจเดินหน้าได้

 

อย่างต่อเนื่องเพราะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทำให้เกิดธุรกิจต่อเนื่องจำนวนมาก ที่สำคัญยังทำให้เกิดการสร้างงานอีกจำนวนมากเพื่อรองรับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกในปี 55 แม้ว่ารัฐบาลต้องสูญเสียรายได้ประมาณ 1,700 ล้านบาทก็ตาม

น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม.ว่า ที่ประชุม เห็นชอบในหลักการการรับเงินเพิ่มค่าครองชีพของข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และลูกจ้างชั่วคราว ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปที่มีอัตราเงินเดือนหรืออัตราค่าจ้างไม่ถึง 15,000 บาทต่อเดือน ให้ได้รับเงินเดือนและเงินเพิ่มค่าครองชีพเป็นไม่เกิน 15,000 บาทต่อเดือน ส่วนผู้ที่มีเงินเดือนต่ำกว่า 9,000 บาทต่อเดือน หรือไม่ถึง 300 บาทต่อวัน จะได้รับเงินเพิ่มค่าครองชีพเป็นไม่เกิน 9,000 บาทต่อเดือน โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 55 นี้ การปรับเพิ่มเงินครั้งนี้จะใช้งบประมาณทั้งสิ้น 18,396 ล้านบาท แบ่งเป็นการปรับขึ้นตามนโยบายรัฐบาลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 55-30 ก.ย. 55 จำนวน 18,396 ล้านบาท และปรับขึ้นตามมติ ครม.เดิมตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 54-31 ธ.ค. 54 จำนวน 468 ล้านบาท

 

รายงานข่าวจากที่ประชุม ครม.แจ้งว่า การขึ้นเงินเดือนให้กับข้าราชการที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี เป็นเดือนละ 15,000 บาทนั้น ที่ประชุม ครม.เพียงแค่อนุมัติในหลักการ เพราะยังติดปัญหากรณีของผู้ที่จบการศึกษาระดับ ปวช. และ ปวส. กับผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาโทหรือปริญญาเอก

 

                ทางด้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลัง ครม.มีมติเห็นชอบโครงการคืนภาษีให้ผู้ซื้อบ้านครั้งแรก ว่า นโยบายดังกล่าวจะครอบคลุมไปถึงราคาบ้าน 3- 5 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ที่มีบ้านหลังแรกจะเป็นบ้านที่มีราคาไม่แพงมากนัก โดยรัฐบาลต้องการส่งเสริมและเน้นให้กับผู้ที่ไม่เคยมีบ้านมาก่อน ขณะเดียวกันรัฐบาลอยากใช้นโยบายดังกล่าวส่งเสริมให้ทุกคนที่จะเข้าร่วมโครงการนั้นเสียภาษี

 

นายกิตติ พัฒนพงศ์พิบูล ประธานสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวไม่มีผลกระตุ้นให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์คึกคักจากปีก่อนแต่อย่างใด เพราะเป็นการให้ส่วนลดทางภาษีเท่านั้น ที่มีลูกค้าบางกลุ่มเท่านั้นที่ได้รับประโยชน์จากมาตรการนี้ โดยเฉพาะลูกค้าระดับบน ส่วนลูกค้าระดับกลางและล่างจะไม่ได้รับประโยชน์แต่อย่างใด

 

ด้านนายสมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์  ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่าจะเร่งดำเนินนโยบายปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำให้ได้วันละ 300 บาทให้แล้วเสร็จภายในเดือน ต.ค.นี้ โดยจะให้บังคับใช้ภายในวันที่ 1 ม.ค. 55 ซึ่งระยะเวลาที่เหลือ 2 เดือนในช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค. ปีนี้ จะให้ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายนี้เข้ามาชี้แจง และวางมาตรการช่วยเหลือ รวมถึงการคัดกรองหาผู้ประกอบการที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างแท้จริงและสกัดผู้ประกอบการที่แอบอ้างว่ามาขอรับความช่วยเหลือทั้งที่ไม่ได้รับความเดือดร้อน.

 

เงื่อนไขผู้ได้รับสิทธิโครงการบ้านหลังแรก

1.มีเงินเดือนตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไป

2.มีราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท

3.จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้แล้วเสร็จตั้งแต่วันที่ 22 ก.ย. 54-31 ธ.ค. 55

4.ไม่เคยเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ใดมาก่อน

5.ต้องเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 5 ปี

6.ไม่นับรวมที่อยู่อาศัยที่สร้างเองหรือบ้านมือสอง

7.ให้นำค่าใช้จ่ายที่ซื้ออสังหาริมทรัพย์หักลดหย่อนภาษีได้ 10% แต่ไม่เกิน 5 แสนบาท

8. ให้นำค่าใช้จ่ายมาทยอยหักลดหย่อนในสัดส่วนเท่ากันเป็นเวลา 5 ปี

 

ที่มา :หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

 

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ