Loading

โครงการเคหะร่วมทุ

วันที่ : 19 กันยายน 2554
โครงการเคหะร่วมทุน

เมื่อช่วงปลายเดือนที่แล้ว การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ได้เปิดตัวการจัดทำโครงการเคหะร่วมทุน ซึ่งเป็นโครงการที่การเคหะแห่งชาติจะเปิดโอกาสและเชิญชวนให้เอกชน นักลงทุน เข้าร่วมลงทุนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยบนที่ดินของการเคหะแห่งชาติที่ตนเองมีอยู่ ซึ่งนับว่ารูปแบบการลงทุนในลักษณะนี้การเคหะแห่งชาติไม่เคยทำมาก่อน เนื่องจากในอดีตที่ผ่านมารูปแบบการพัฒนาโครงการก็คือการเคหะแห่งชาติมีที่ดินแล้วจัดจ้างเอกชนเข้ามาก่อสร้างที่อยู่อาศัยภายใต้พันธกิจและเป้าหมายขององค์กรซึ่งการเคหะแห่งชาติมีหน้าที่ในการจัดหาที่อยู่อาศัยให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มคนยากจน หรือด้อยโอกาสทางเศรษฐกิจ

 

โครงการที่ผ่านมาและเป็นมรรคเป็นผลต่อรากหญ้าก็คือ โครงการบ้านเอื้ออาทร ถึงแม้ว่าจะมีหลายๆ โครงการไม่ประสบความสำเร็จ แต่ก็มีอีกหลายๆ โครงการเกิดการสร้างโอกาสให้แก่คนรากหญ้า รายได้น้อยได้มีที่อยู่อาศัยบางพื้นที่โครงการบ้านเอื้ออาทรเกิดการพัฒนาศักยภาพในพื้นที่ข้างเคียงกลายเป็นชุมชนใหม่ได้ไม่น้อยอย่างไรก็ดี ด้วยพันธกิจหลักของการเคหะแห่งชาติ คือการทำให้ผู้ด้อยโอกาสทางเศรษฐกิจมีที่อยู่อาศัย แต่ในโลกความเป็นจริง องค์กรจะต้องอยู่ได้และสามารถเลี้ยงตัวเองได้ ไม่เป็นภาระแก่รัฐบาล การทำให้เกิดการดุลระหว่างพันธกิจขององค์กรกับความอยู่รอดขององค์กรจึงเป็นเรื่องค่อนข้างยากที่จะเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน ดังนั้น การที่การเคหะแห่งชาติเปิดตัวโครงการเคหะร่วมทุนในครั้งนี้ ผู้เขียนคิดว่าเป็นการริเริ่มที่น่าสนใจสำหรับการพัฒนาองค์กรไปสู่เป้าหมายที่ได้ดุลในพันธกิจขององค์กร กล่าวคือ รูปแบบโครงการจากที่การเคหะแห่งชาติเป็นเจ้าของโครงการและบริหารงานโครงการเอง โดยเอกชนเป็นเพียงผู้รับเหมาเข้ามาสร้างโครงการจนแล้วเสร็จ รูปแบบการจัดการ รูปแบบการบริหารโครงการจะเป็นในลักษณะเดิมๆ ยิ่งในโครงการที่เน้นเชิงนโยบายการเคหะแห่งชาติอาจจำเป็นต้องเผชิญกับการขาดทุนและการบิดเบือนทางราคาโดยไม่มีโอกาสเรียนรู้การบริหารจัดการในรูปแบบเอกชน

 

ดังนั้น การที่ให้เอกชนมีส่วนเป็นเจ้าของโครงการร่วมกับการเคหะแห่งชาติโดยการเข้ามารับผิดชอบงานการก่อสร้าง การทำตลาด โดยการเคหะแห่งชาติเป็นเจ้าของที่ดิน แล้วประเมินมูลค่าสัดส่วนการลงทุนระหว่างกันเพื่อที่จะแบ่งผลประโยชน์ระหว่างกัน นอกจากจะช่วยให้เกิดการพัฒนาในรูปแบบที่หลากหลายเกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างเอกชนกับการเคหะแห่งชาติแล้ว ยังมีโอกาสที่จะกระจายความเสี่ยงไปยังเอกชนด้วย

 

หากจะมีคำถามว่า การให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนอาจทำให้ผู้บริโภคซื้อบ้านแพงกว่าปกติหรือไม่ เพราะเอกชนต้องคำนึงถึงผลกำไรสูงสุด ในมุมมองนี้ผู้เขียนคิดว่าการเคหะแห่งชาติจะต้องกำหนดเกณฑ์ในการคัดเลือกเอกชน โดยมีระบบคัดเลือกที่โปร่งใส และตั้งอยู่บนผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นแก่ประชาชนและองค์กรเป็นหลัก การพิจารณาผลประโยชน์บางลักษณะที่ไม่เป็นตัวเงิน เช่นการกระจายความเจริญไปยังท้องถิ่น การเชื่อมโยงกับโครงการเดิมที่อยู่ในพื้นที่ต่อเนื่องกัน รวมทั้งรูปแบบการบริการหลังการขายเมื่อโอนบ้านให้ลูกค้าแล้วก็จะถูกนำมาเป็นปัจจัยในการคัดเลือกเอกชนด้วย เป็นต้น

 

สำหรับในด้านเอกชนเอง ผู้เขียนเชื่อว่าการเคหะแห่งชาติน่าจะเป็นที่สนใจอยู่มาก เนื่องจากมีสิทธิพิเศษในการลดขั้นตอนในเรื่องการขออนุญาตจัดสรร และเป็นองค์กรภาครัฐที่ได้รับความเชื่อถือจากผู้บริโภค ไม่รวมถึงการมีพันธมิตรที่เป็นสถาบันการเงินภาครัฐที่พร้อมจะสนับสนุนโครงการ เหล่านี้ก็ถือเป็นจุดแข็งของการเคหะแห่งชาติไม่น้อย หากโครงการลักษณะนี้เกิดขึ้นได้จริงผู้เขียนเชื่อว่ารูปแบบการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยของการเคหะแห่งชาติในอนาคต จะเป็นการพัฒนาธุรกิจขององค์กรในอีกรูปแบบหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน

 

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ