Loading

ธอส.-เอสเอ็มอีแบงก์เปิดแผนลดเอ็นพีแอ

วันที่ : 21 สิงหาคม 2554
ธอส.-เอสเอ็มอีแบงก์เปิดแผนลดเอ็นพีแอล

นายวรวิทย์  ชัยลิมปมนตรี กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.)เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงแนวทางลดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอลว่า ปัจจุบันเอ็นพีแอลมีจำนวน48,652ล้านบาท คิดเป็น7.45% ในจำนวนมูลหนี้ดังกล่าวเป็นลูกหนี้รายย่อยไม่เกิน4แสนรายแต่บางส่วนเป็นหนี้เก่าตั้งแต่ปี2540ทำให้หลักประกันที่มีอยู่เสื่อมค่า จึงมีแนวคิดที่จะทยอยขายหนี้เอ็นพีแอลที่มีอายุเกิน3-5 ปีขึ้นไปออกจำนวน 8,000ล้านบาทในระยะเวลา 1-2 ปีข้างหน้าหากสามารถดำเนินการเสนอคณะกรรมการ(บอร์ด)ทันในครึ่งปีหลังนี้ก็น่าจะพิจารณาขายเป็นกลุ่มๆได้ประมาณ3,000ล้านบาทก่อนสิ้นปีนี้

ส่วนหนี้เอ็นพีแอลที่มีอายุไม่เกิน 1 ปีนั้นพยายามให้เจ้าหน้าที่ธนาคารหรือว่าจ้างบริษัทภายนอกติดตามทวงถามควบคู่กับการปรับโครงสร้าง รวมถึงการขยายเวลาหรือลดวงเงินผ่อนชำระต่ำๆในช่วง1-3ปี หลังจากนั้นจึงเพิ่มวงเงินผ่อนชำระในปีที่4-5ขณะเดียวกันกรณีลูกหนี้ที่ค้างชำระเกิน1ปีทางธนาคารจำเป็นต้องดำเนินการฟ้องคดีแต่เจรจาระหว่างดำเนินคดีได้ ทั้งนี้คาดว่าภายใน 1.5ปีเอ็นพีแอลจะลดเหลือประมาณ 5-6%

ด้านนายโสฬส สาครวิศว กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย(เอสเอ็มอีแบงก์)กล่าวว่า ธนาคารกำลังจัดทำแผนดำเนินงาน 3ปี เพื่อเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.)กระทรวงการคลัง ในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยอยู่ระหว่างประเมินการขยายตัวของสินเชื่อและการมุ่งควบคุมหรือลดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอล เป็นหลักเบื้องต้นคาดว่าภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนธนาคารพาณิชย์ในระบบอาจจะปล่อยสินเชื่อลดลงซึ่งธนาคารเฉพาะกิจของรัฐต้องรับภาระการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้นแทน  โดยธนาคารเตรียมสภาพคล่องรองรับการขยายตัวของสินเชื่อในปีหน้าประมาณ9,000 ล้านบาทหรืออัตราเติบโตอยู่ที่ 10%ของยอดรวมเงินฝากปัจจุบัน90,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม การควบคุมหนี้เอ็นพีแอล ไม่ให้ขยายตัวเกิน 2-3% ต่อปีอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี2552 ที่ผ่านมาเนื่องจากธพว.ได้จัดทำเรตติ้งของลูกค้าในการอนุมัติสินเชื่อหากลูกค้ามีเรตติ้งไม่อยู่ในระดับที่ธนาคารกำหนดทางธนาคารจะส่งทีมเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยพัฒนาให้ลูกค้าปรับปรุงธุรกิจจนได้เรตติ้งก่อน ขณะเดียวกันธนาคารพยายามเร่งการซื้อทรัพย์หรือยึดทรัพย์ให้ได้โดยเร็วเพื่อระบายออกโดยสิ้นปีนี้คาดว่าจะสามารถลดหนี้เอ็นพีแอลได้ตามเป้าหมายที่15% จากปัจจุบันอยู่ที่ 19%มูลหนี้ 17,000 ล้านบาทขณะที่ยอดสินเชื่อคงค้างปัจจุบันมีจำนวน96,000 ล้านบาทบวกเป้าสิ้นปีที่ตั้งไว้20,000 ล้านบาทหรือขยายตัว 10%

ก่อนหน้านี้นายธีรศักดิ์ สุวรรณยศ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือไอแบงก์ ระบุว่าธนาคารมีหนี้ด้อยคุณภาพประมาณ 4.79% หรือประมาณ 4,500 ล้านบาท จากพอร์ตสินเชื่อทั้งหมด 102,395 ล้านบาท โดยหนี้ด้อยคุณภาพจากสินเชื่อที่สนับสนุนโครงการภาครัฐ เช่น โครงการแก้ไขหนี้สินภาคประชาชนมีหนี้ด้อยคุณภาพเพียง14.50 ล้านบาทเท่านั้นโครงการรถสาธารณะ ซึ่งเป็นโครงการปล่อยสินเชื่อตามนโยบายรัฐบาลที่แยกบัญชีเพื่อชดเชยผลเสียหาย(PSA)ที่รัฐบาลรับผิดชอบโดยมีหนี้ด้อยคุณภาพไม่ถึง 1.5%โครงการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย มีหนี้ด้อยคุณภาพต่ำกว่า1%  โดยคาดว่าหนี้ด้อยคุณภาพ (NPL) ณสิ้นสุดธันวาคม 2554 จะอยู่ที่ประมาณ4.47% จึงเห็นว่าสถานะ NPLของธนาคารไม่น่ากังวลแต่อย่างใด สำหรับเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคารอยู่ที่11.81%ซึ่งสูงกว่าอัตราที่ทางการกำหนดที่ 8.5%โดยคาดว่าภายในไตรมาส 3 ธนาคารจะมีกำไรประมาณ 600 ล้านบาทจนถึงสิ้นปีน่าจะมีกำไรกว่า900 ล้านบาท สถานะปัจจุบันธนาคารมีสินทรัพย์รวม118,584 ล้านบาท

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ