Loading

รื้อกม.เอสโครว์บังคับอสังหาเข้าระบบเร่งรณรงค์ข้อดีย้ำจุดยืนผู้บริโภคซื้อบ้านต้องได้บ้า

วันที่ : 18 สิงหาคม 2554
รื้อกม.เอสโครว์บังคับอสังหาเข้าระบบเร่งรณรงค์ข้อดีย้ำจุดยืนผู้บริโภคซื้อบ้านต้องได้บ้าน

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักนโยบายระบบการคุ้มครองผลประโยชน์ทางการเงิน (สคป.)สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยว่าสคป.ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการกำกับการประกอบกิจการดูแลผลประโยชน์ ภายใต้ พ.ร.บ.การดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา พ.ศ. 2551 หรือเอสโครว์แอกเคานต์ (Escrow Account) เตรียมเสนอคณะกรรมการฯเพื่อทบทวนกฎหมายฉบับนี้ใหม่ โดยข้อเสนอของ สคป.คือ ต้องการให้เป็นกฎหมายภาคบังคับสำหรับผู้เกี่ยวข้องในวงการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งประกอบด้วยฝั่งผู้ซื้อ (ผู้บริโภค) และผู้ขาย(ผู้ประกอบการ)

 

เหตุผลเพราะกฎหมายฉบับนี้ถึงแม้ประกาศใช้ตั้งแต่ 21 พ.ค. 2551 เป็นเวลากว่า 3 ปีแล้ว แต่แทบจะไม่มีผู้ใช้ประโยชน์เลยทั้งฝั่งผู้ซื้อและผู้ขาย อาจเป็นเพราะกฎหมายฉบับนี้เป็นภาคสมัครใจ ทำให้เอกชนยังไม่ตื่นตัวเท่าที่ควร

 

นอกจากนี้ สคป.ยังมีข้อเสนอทบทวนกฎหมายเพื่อเปิดให้รับจดทะเบียนผู้ที่จะมาทำหน้าที่เป็น"คนกลาง" หรือ Escrow Agent จากปัจจุบันที่กฎหมายเปิดช่องให้เฉพาะสถาบันการเงิน ในอนาคตจะเปิดโอกาสให้มีคนกลางเพิ่มมากขึ้น เงื่อนไขเป็นนิติบุคคลที่สนใจจะเข้ามาสู่ธุรกิจการเป็นคนกลาง โดยกฎหมายกำหนดเพดานการคิดค่าตอบแทนไม่เกินร้อยละ0.3% ของเงินในบัญชีหรือเงินวางดาวน์

 

"กรณีซื้อบ้าน 1 ล้านบาท เงินดาวน์1 แสนบาท เท่ากับมีภาระจ่ายให้คนกลางเพียง 300 บาทเท่านั้น เทียบกับหลักประกันว่าซื้อบ้านได้บ้านแน่นอนคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม แต่ผู้บริโภคไม่ค่อยรู้เรื่องนี้จะต้องสื่อสารตรงถึงผู้บริโภคให้รับรู้ถึงสิทธิที่กฎหมายนี้ออกมาคุ้มครองให้"

 

ทั้งนี้ ปัจจุบันคนกลางที่เป็นสถาบันการเงินยื่นขอจดทะเบียนมีจำนวน 9 ราย ประกอบด้วย ธนาคารกรุงเทพกสิกรไทย ไทยพาณิชย์ เอชเอสบีซี เอบีเอ็นแอมโร ซูมิโตโม ซิตี้แบงก์ กรุงศรีอยุธยา และสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดขณะเดียวกัน สคป.เตรียมจัดกิจกรรมใหญ่เพื่อโปรโมตเอสโครว์ให้เป็นที่รับรู้ในวงกว้าง กำหนดพิธีเปิดตัวรอบใหม่ 15 กันยายนนี้ โดยเป็นโครงการนำร่องที่เป็นความร่วมมือระหว่างสถาบันการเงินที่เป็นคนกลางและผู้ประกอบการบริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ของนายอิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรคนปัจจุบัน

 

"กฎหมายฉบับนี้มีเจตนารมณ์เพื่อดูแลคู่สัญญา 2 ฝั่งคือ ฝั่งคนซื้อเมื่อวางเงินดาวน์แล้วรับประกันว่าจะได้บ้านหรือที่อยู่อาศัยแน่นอน ขณะเดียวกันฝั่งคนขายหรือโครงการจัดสรรก็จะได้รับการดูแล เมื่อสร้างเสร็จผู้ซื้อจะต้องรับโอนเพื่อให้เป็นไปตามสัญญาที่ตกลงกันไว้โดยมีคนกลางทำหน้าที่ดูแลเงินดาวน์นำมาฝากธนาคารไว้ เมื่อบ้านสร้างเสร็จพร้อมโอน คนกลางจะทำหน้าที่ส่งมอบเงินดาวน์พร้อมดอกเบี้ยให้กับผู้ขาย และจะทำหน้าที่ส่งมอบเอกสารกรรมสิทธิ์บ้านหรือคอนโดฯให้กับฝั่งผู้ซื้อ"

 

นายอิสระ บุญยัง กรรมการผู้จัดการบริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด  เปิดเผยว่า บริษัทมีความพร้อมและตอบรับเข้าร่วมโครงการนำร่องกับทาง สคป.เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากเล็งเห็นว่าเป็นประโยชน์ทางตรงกับผู้บริโภค ขณะเดียวกัน สำหรับผู้ประกอบการอสังหาฯรายกลาง-รายเล็กที่เข้าร่วมโครงการมองว่า เท่ากับเป็นการยกระดับความน่าเชื่อถือขององค์กรโดยปริยาย จึงเป็นผลดีกับทั้งสองฝ่ายทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย

 

"ปัจจุบันบริษัทอสังหาฯรายกลางรายเล็กจะเสียเปรียบรายใหญ่เรื่องต้นทุนการเงิน ในขณะที่ภาวะการแข่งขันสูง ทำให้จำเป็นจะต้องพัฒนาโครงการในรูปแบบสร้างบ้านก่อนขายอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อปรับตัวเข้าสู่ระบบกฎหมายเอสโครว์ ถ้าเกิดปัญหาผู้ซื้อบ้านก็จะได้เงินดาวน์คืนแน่นอน"

 

นายอธิป พีชานนท์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)และหนึ่งในคณะกรรมการกำกับการประกอบกิจการดูแลผลประโยชน์ เปิดเผยว่า ศุภาลัยพร้อมสนับสนุนและเข้าร่วมกฎหมายเอสโครว์ ที่ผ่านมาบริษัทอยากทำอยู่แล้ว แต่ทางสถาบันการเงินที่เป็นคนกลางแจ้งว่า ยังไม่มีความพร้อมเรื่องสัญญามาตรฐานระหว่างผู้ซื้อผู้ขายภายใต้กฎหมายฉบับนี้ ดังนั้นโครงการนำร่องถ้าหากทาง สคป.ติดต่อมาศุภาลัยก็พร้อมจะเข้าร่วมทันที

 

สำหรับประเด็นที่จะทำให้เอสโครว์เป็นกฎหมายภาคบังคับนั้น นายอธิปกล่าวว่า ภาคอสังหาริมทรัพย์เป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ มีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายกลาง-รายเล็ก ถ้ารัฐจะบังคับใช้จำเป็นจะต้องพิจารณาผลกระทบให้รอบคอบ

"เปรียบเทียบเหมือนธุรกิจประกันชีวิต ไม่มีใครเขาบังคับกันหรอก จะเป็นภาคสมัครใจล้วน ๆ ขณะที่เอสโครว์จะครอบคลุมถึงธุรกิจอื่น เพราะดูแลธุรกิจที่มีการซื้อและผ่อนจ่ายเป็นงวด ๆ เช่นจิวเวลรี่" นายอธิปกล่าว

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

 

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ