Loading

ธปท.ย้ำดบ.ขาขึ้น-กสิกรคาดแตะ 4% คนผ่อนบ้านอ่วมธอส.ขยับดอกเงินกู้อีก 0.25

วันที่ : 3 สิงหาคม 2554
ธปท.ย้ำดบ.ขาขึ้น-กสิกรคาดแตะ 4% คนผ่อนบ้านอ่วมธอส.ขยับดอกเงินกู้อีก 0.25%

นางอัจนา ไวความดี รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงินธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า การขยายเพดานหนี้สาธารณะของสหรัฐคงไม่สามารถทำต่อไปได้เรื่อยๆ เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นของสหรัฐเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง คือการลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาล และเพิ่มรายได้ แต่ขณะนี้ยังไม่มีนโยบายปรับลดอัตราข้าราชการลง ซึ่งหากเศรษฐกิจสหรัฐเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นในอนาคตอีก คงมีโอกาสน้อยที่จะใช้นโยบายขาดดุลงบประมาณ เพราะมีข้อจำกัดให้ทำได้ไม่มากหรือกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ได้มากแล้ว

ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายกังวลว่าการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นเพื่อดูแลเงินเฟ้อ ทำให้มีเงินทุนไหลเข้ามาหากำไรจากส่วนต่างดอกเบี้ยนั้น ธปท. ยืนยันว่าการทำนโยบายการเงินจะต้องมองไปข้างหน้า หากไม่ปรับดอกเบี้ยขึ้น จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการเงินในอนาคตอาจสูงกว่าที่เป็นอยู่ ไม่สามารถคุมเงินเฟ้อได้แน่นอนว่าดอกเบี้ยต้องปรับตัวขึ้นสูง หากนักลงทุนต้องการเก็งกำไรในช่วงดอกเบี้ยที่สูง น่าจะมองไปที่ประเทศอินโดนีเซียมากกว่า เพราะดอกเบี้ยสูงถึง 6%ต้องยอมรับว่าเงินทุนไหลเข้าขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ใช่แค่ดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว นางอัจนากล่าว

ด้านนายกฤษฎา ล่ำซำ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ช่วงที่เหลือของปีนี้ดอกเบี้ยนโยบายน่าจะปรับขึ้นต่อเนื่องจากปัจจุบัน 3.25%และมีโอกาสขึ้นไปอยู่ที่ 4%นายปรีดี ดาวฉาย รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า กระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายเข้ามาในไทย เป็นผลจากค่าเงินเหรียญสหรัฐที่มีแนวโน้มอ่อนค่าลงต่อเนื่องเป็นหลัก จากภาวะเศรษฐกิจสหรัฐที่มองว่ายังมีความเปราะบาง ไม่สามารถฟื้นตัวได้ชัดเจน แม้จะขยายเพดานหนี้สาธารณะแล้ว แต่ยังต้องรอความชัดเจนจากที่ประชุมวุฒิสภาอีกครั้ง

นายสมเกียรติ ศิริชาติไชย รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้คาดว่าจะขยายตัวได้ 4% แต่ธนาคารยังให้ความสำคัญและเฝ้าระวังคอยติดตามปัญหาหนี้สาธารณะในสหรัฐ และยุโรปอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการดำเนินธุรกิจของธนาคารที่มีกลไกระมัดระวัง และยืนยันว่าธนาคารไม่ได้ลงทุนในตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงสูงแน่นอน

ส่วนนายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)กล่าวว่า จากการที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย อีก 0.25% มาอยู่ที่ 3.25% ต่อปี ส่งผลให้สถาบันการเงินในประเทศส่วนใหญ่ ประกาศปรับขึ้นดอกเบี้ยทั้งเงินฝากและเงินกู้ ธนาคารจึงได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากประจำและตั๋วสัญญาใช้เงินทุกประเภทอีก 0.15-0.40%ต่อปี ส่วนเงินฝากประจำสินเคหะ ปรับขึ้นเป็น 2.75%ต่อปี เงินฝากกระแสรายวันปรับเพิ่มเป็น 0.50% ต่อปี ด้านดอกเบี้ยเงินกู้ สำหรับลูกค้ารายย่อยทั่วไป(เอ็มอาร์อาร์) และดอกเบี้ยเงินกู้ประเภทแฟลตให้เช่า (เอ็มแอลอาร์) ปรับเพิ่มอีก 0.25% จากเดิม 6.875% เป็น 7.125% ต่อปี มีผลตั้แต่วันที่ 2 ส.ค.54

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ข่าวสด

 

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ