Loading

การเคหะผุดคอนโดรถไฟฟ้า 3 สาย น้ำเงิน-แดง-ม่วง 1.5 หมื่นหน่วย ตร.ม.ละ2-8 หมื่

วันที่ : 28 กรกฎาคม 2554
การเคหะผุดคอนโดรถไฟฟ้า 3 สาย น้ำเงิน-แดง-ม่วง 1.5 หมื่นหน่วย ตร.ม.ละ2-8 หมื่น

นายวิฑูรย์ เจียสกุล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ระหว่างรอรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศ ทาง กคช.ได้เตรียมความพร้อมรองรับ หากมีนโยบายให้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชนทุกระดับก็สามารถดำเนินการได้ทันที โดยโครงการใหม่ที่จะพัฒนาขึ้นในอนาคต จะโฟกัสไปพื้นที่ในเมืองมากขึ้น เพื่อรองรับการย้ายถิ่นฐานและแหล่งงานในเมืองที่คาดว่าจะมีเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ส่วนรูปแบบของการพัฒนา กคช.จะนำโมเดลของประเทศสิงคโปร์และฮ่องกงมาปรับใช้เรามีที่ดินพร้อมที่จะหยิบมาพัฒนาอยู่แล้วหลายแปลง หากรัฐบาลมีนโยบายจะให้พัฒนาโครงการแบบใด ก็ต้องมาตกลงในรายละเอียดให้ชัดเจนว่ารัฐบาลจะอุดหนุนในส่วนใดบ้าง เพื่อให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยได้เข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น

ทั้งนี้ที่ผ่านมา กคช.ได้จ้างบริษัทเอกชนศึกษาการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลในทำเลแนวรถไฟฟ้า 3 สาย ได้แก่ 1.สายสีน้ำเงิน (หัวลำโพง-บางแค และบางซื่อท่าพระ) 2. สายสีแดง (ส่วนต่อเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ) และ 3.สายสีม่วง(บางซื่อ-บางใหญ่)โดยพบว่ามีที่ดินมีศักยภาพพัฒนาได้ทันที 4 แปลง และได้ออกแบบผังโครงการเบื้องต้นในแต่ละแปลงไว้เรียบร้อยแล้วเป็นรูปแบบคอนโดมิเนียมจำนวนรวมกว่า 15,413 ยูนิต แต่ละโครงการ แนวคิดคือ พื้นที่ขายทั้งหมดจะกันไว้ประมาณ 10% มาพัฒนาโครงการรูปแบบเช่าซื้อเพื่อขายให้กับผู้มีรายได้น้อย ในราคาขายเบื้องต้น420,000 บาท/ยูนิต เป็นคอนเซ็ปต์เดียวกับคอนโดเอื้ออาทร ที่เหลืออีก 90% จะกำหนดราคาขายให้เป็นไปตามกลไกแข่งขันของตลาด แยกไปตามทำเล

รายละเอียด (ดูตารางประกอบ) ได้แก่

1.แนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน มี 2 แปลงคือ แปลงที่ 10 ห่างจากสถานีบางแค  200 เมตร ใกล้ห้างเทสโก้ โลตัสบางแค เนื้อที่ 22.02 ไร่ สภาพที่ดินเป็นเกษตรกรรม มีบ้านเรือนบางส่วน ทางเข้า-ออก ติดถนนส่วนบุคคล และแปลงที่ 11 อยู่เยื้องกัน ปัจจุบันเป็นที่ดินว่างเปล่า และปรับหน้าดินเรียบร้อยทั้ง 2 แปลงตั้งอยู่ในเขตข้อจำกัดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามผังเมืองพื้นที่สีส้ม(ที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง) กำหนดค่า FAR ไว้ 7 ต่อ 1 ทำให้ที่ดินดังกล่าวปลูกสร้างอาคารได้ 657,440 ตร.ม. และได้กำหนดค่า OSR ไว้ร้อยละ 4.5 ต้องมีพื้นที่ว่าง 4,226 ตร.ม.การพัฒนาในลักษณะคอนโดฯจะคุ้มค่ามากที่สุด เน้นจับกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลาง 30,000-50,000บาท/ครัวเรือนและกลุ่มลูกค้าระดับบน มีรายได้ 50,000 บาท/ครัวเรือน

2.แนวรถไฟฟ้าสายสีแดง ห่างจากสถานีบ้านทับช้าง 1 ก.ม. เนื้อที่ 39.09 ไร่ เป็นที่ดินว่างเปล่าและมีการทำเกษตรกรรมบางส่วน ทางเข้า-ออกติดถนนวงแหวนตะวันออก ผังเมืองรวมกำหนดให้เป็นพื้นที่สีเหลือง (ที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย) กำหนด FAR ไว้ที่ 2.5 ต่อ 1 ปลูกสร้างอาคารได 156,360 ตร.ม.และกำหนดค่า OSR ไว้ร้อยละ 12.5 ทำให้ต้องมีพื้นที่ว่าง 7,818 ตร.ม.

ลักษณะโครงการที่เหมาะสม เป็นคอนโดฯจับกลุ่มผู้มีรายได้ระดับกลาง 30,000-50,000 บาท/ครัวเรือนและกลุ่มระดับบนมีรายได้/ครัวเรือนเกิน 50,000 บาทขึ้นไปและ

3.แนวรถไฟฟ้าสายสีม่วงติดสถานีคลองบางไผ่ เนื้อที่ 51.04ไร่ปัจจุบันเป็นพื้นที่นา มีสิ่งปลูกสร้างบางส่วน ทางเข้า-ออกติดถนนเลียบคลองบางไผ่ ที่ดินตามผังเมืองจังหวัดนนทบุรีเป็นพื้นที่สีเหลือง (ที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย) ปัจจุบันราคาที่ดินสูงมาก เหมาะพัฒนาเป็นคอนโดฯ จับกลุ่มระดับล่าง มีรายได้เฉลี่ย 30,000 บาท/ครัวเรือน และกลุ่มระดับกลางมีรายได้ต่อเดือน 30,000-50,000 บาท/ครัวเรือน ซึ่งรูปแบบการลงทุนมี 3แนวทาง 1.กคช.ลงทุนเอง100% 2.กคช.ร่วมทุนกับเอกชน3.กคช.ลงทุนแบบ Turnkey อีกทั้งกคช.มีแผนจะพัฒนาหอพักใกล้สถานศึกษาพื้นที่กทม.และปริมณฑลเช่น ม.เกษตรศาสตร์,ม.ธรรมศาสตร์และมหาวิทยาลัยราชภัฏ ให้นักศึกษาเช่าในราคาถูก เพื่อเป็นแหล่งสร้างรายได้เข้าองค์กรอีกช่องทางหนึ่ง โดยจะนำรูปแบบเสนอรัฐบาลใหม่ได้พิจารณาในเร็ว ๆ นี้

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ