Loading

ธปท.หวั่นรบ.ใหม่ก่อหนี้ซ่อนเร้น เตือนอัดฉีดผ่านแบงก์รัฐมากเกิน ส่งซิกทยอยขยับดบ.ปีนี้อีก 3 ขยั

วันที่ : 28 กรกฎาคม 2554
ธปท.หวั่นรบ.ใหม่ก่อหนี้ซ่อนเร้น เตือนอัดฉีดผ่านแบงก์รัฐมากเกิน ส่งซิกทยอยขยับดบ.ปีนี้อีก 3 ขยัก

นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาล ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปาฐกถาพิเศษเรื่อง "มองเศรษฐกิจไทยหลังการเลือกตั้ง" ว่าในการแถลงตัวเลขเศรษฐกิจประจำเดือนมิถุนายนของ ธปท.ในวันที่ 29 กรกฎาคม พบว่าในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ยังมีแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจทุกด้าน ทั้งอุปสงค์ในประเทศและต่างประเทศ ขณะที่อัตราการว่างงานลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ จะส่งผลให้การบริโภคในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ยังไปได้ต่อ และคาดว่าส่งออกทั้งปีจะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 20%

นายไพบูลย์กล่าวว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง เกิดขึ้นพร้อมความเสี่ยงด้านเสถียรภาพ และแรงกดดันเงินเฟ้อด้านราคาที่เพิ่มขึ้น จากนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ ทำให้ในช่วง 1-2ไตรมาสข้างหน้า เงินเฟ้อพื้นฐานในบางเดือนอาจสูงกว่าเป้า แม้ว่ารัฐบาลจะขยายมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพ ซึ่งเป็นความเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป ส่งผลให้ทิศทางนโยบายการเงินคงต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อไม่ให้เกิดภาวะฟองสบู่ในตลาดหุ้นและภาคอสังหาริมทรัพย์ ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) อีก 3 ครั้งในปีนี้

ในการแถลงตัวเลขเศรษฐกิจในวันที่ 29 กรกฎาคมนี้ คงเห็นการปรับคาดการณ์เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น นโยบายด้านการเงิน การคลัง และอัตราแลกเปลี่ยน จึงควรลดการกระตุ้นเศรษฐกิจ พยายามจัดการให้แรงกระตุ้นเศรษฐกิจสอดคล้องกับศักยภาพเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า หากรัฐบาลชุดใหม่กระตุ้นเศรษฐกิจมากเกินไป อาจจะทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจร้อนแรง  นายไพบูลย์กล่าว

นายไพบูลย์กล่าวว่า มาตรการที่น่าเป็นห่วงและต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือ นโยบายผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ที่คิดเป็นวงเงินสูงถึง 4 แสนล้านบาท คิดเป็น 20% ของงบประมาณภาครัฐ ส่วนนี้จะเป็นภาระหนี้ซ่อนเร้น ไม่ได้อยู่ในหนี้สาธารณะ แต่จะเป็นภาระต่อภาษีและประชาชนในระยะข้างหน้า นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า กระทรวงยืนยันเป้าหมายเงินเฟ้อปีนี้เป็นไปตามคาดการณ์ คือขยายตัวที่ 3.2-3.7% โดยจับตา 2 ปัจจัยเสี่ยงที่จะมีผลต่อเงินเฟ้อ คือราคาน้ำมันและอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งแนวโน้มเงินเฟ้อครึ่งปีหลังของปีนี้ คาดว่าจะชะลอตัวจากครึ่งปีแรก โดยไตรมาส 3 จะลดต่ำกว่าประมาณการที่คาดไว้ 3.6% ส่วนเงินเฟ้อเดือนกรกฎาคมนี้คาดว่าจะขยายตัว 3.5% เพราะราคาสินค้าเริ่มปรับตัวใกล้เคียงกับราคาแนะนำที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดไว้ รวมถึงการใช้มาตรการต่างๆ เข้าไปดูแลเรื่องราคาสินค้า

ส่วนกรณีที่มีความตื่นตระหนกของหน่วยงานราชการและนักวิชาการต่อการขยายตัวของเงินเฟ้อสูงเกินเป้าหมายนั้น นายยรรยงกล่าวว่าเป็นสิ่งที่น่าห่วงมาก เพราะจะส่งผลต่อจิตวิทยาของคนในประเทศและสร้างความปั่นป่วนให้กับระบบเศรษฐกิจ เหมือนกระแสตื่นตระหนกสินค้าน้ำตาลทราย น้ำมันปาล์ม จนทำให้เกิดการขาดแคลน จากการกักตุนจริง ทั้งที่ปริมาณสินค้ามีเพียงพอต่อการบริโภค

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ