Loading

แบงก์ชาติสกัดฟองสบู่อสังหาฯเริ่ม 1 ม.ค.55 มาตรการLTV ที่ 95% สินเชื่อบ้านแนวรา

วันที่ : 24 กรกฎาคม 2554
แบงก์ชาติสกัดฟองสบู่อสังหาฯเริ่ม 1 ม.ค.55 มาตรการLTV ที่ 95% สินเชื่อบ้านแนวราบ

นางสาลินี วังตาลผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายตรวจสอบ 1 ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าหลังจากที่ ธปท. ได้มีการออกมาตรการกำหนดอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (Loan to Value: LTV ratio) เพื่อจะใช้กับการให้สินเชื่อหรือให้เงินกู้ยืมเพื่อการจัดหาที่อยู่อาศัยที่มีราคาซื้อขายต่ำกว่า 10ล้านบาทลงมาโดยสำหรับสินเชื่อที่อยู่อาศัยแนวสูง หรือคอนโดมิเนียมกำหนด LTV ที่ 90% ซึ่งมีผลใช้เฉพาะสัญญาจะซื้อจะขายที่ทำตั้งแต่ 1 มกราคม 2554 ที่ผ่านมา ปรากฏว่าอัตราการเจริญเติบโตของการปล่อยสินเชื่อในส่วนดังกล่าวยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่มีการชะลอตัวลงไปบ้างเมื่อเทียบกับช่วงที่ยังไม่มีการออกมาตรการดังกล่าวมาบังคับใช้

อย่างไรก็ตามในส่วนของสินเชื่อที่อยู่อาศัยแนวราบเช่น บ้านเดี่ยว บ้านแฝดทาวน์เฮาส์ กำหนด LTV ที่ 95% มีผลใช้เฉพาะสัญญาจะซื้อจะขายที่ทำตั้งแต่ 1มกราคม 2555 ยกเว้นข้าราชการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจสำหรับผลกระทบจากการใช้มาตรการ LTV ที่ 90% นั้น สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ภาพรวมเท่าที่รับทราบข้อมูลในขณะนี้พบว่าสินเชื่อยังคงเติบโตอยู่ แต่มีอัตราการเติบโตที่ชะลอลงบ้างเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาที่ยังไม่มีมาตรการ LTVออกมาควบคุมการปล่อยสินเชื่อในภาคของอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว

ทั้งนี้  สาเหตุที่อัตราการเจริญเติบโตของสินเชื่อมีการชะลอตัวลงนั้นมาจากหลายปัจจัยประกอบกันไม่ว่าจะเป็นกรณีของมาตรการการลดหย่อนภาษีในการโอนที่ดินของภาครัฐซึ่งหมดอายุลงรวมถึงการรอความชัดเจนของรัฐบาลชุดใหม่ซึ่งมีนโยบายในการลดอัตราดอกเบี้ย 0% ให้กับผู้ที่ซื้อบ้านหลังแรก เป็นต้นโดยปัจจัยดังกล่าวเหล่านี้มีส่วนทำให้อัตราการเจริญเติบโตของสินเชื่อชะลอตัวลงซึ่งคงจะไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าอัตราการชะลอตัวที่ลดลงมาจากปัจจัยใดหรือมีผลมาจากมาตรการ LTV ที่ ธปท.ออกมาควบคุมเพียงอย่างเดียวคงจะไม่ได้ หากจะให้ระบุว่าสินเชื่อที่ชะลอตัวลงเป็นผลมาจากการเพิ่มเงินกองทุน LTV ที่สูงขึ้นคงจะยังไม่สามารถระบุแบบนั้นได้อย่างชัดเจนนักแต่โดยสรุปแล้วก็คือสินเชื่อที่ผ่านมามีการชะลอตัวลงกว่าที่ผ่านมานางสาลินี กล่าวและว่าอย่างไรก็ตามหากจะให้ระบุว่าสาเหตุของสินเชื่อที่ชะลอตัวลงมาจากการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ประเภทใดเป็นสำคัญนั้นก็คงยังไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนเช่นเดียวกันว่าเกิดจากในส่วนของคอนโดฯบ้านเดี่ยว  หรือว่าทาวน์เฮาส์ถึงแม้ว่าคอนโดฯจะถูกควบคุมด้วยมาตรการ LTV ดังกล่าวไปตั้งแต่ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องเรียนว่าที่สินเชื่อมีการชะลอตัวลงนั้นไม่ได้หมายความว่าไม่มีอัตราการเติบโตเพียงแต่การเติบโตอาจจะช้าลงไปบ้างเท่านั้น

นางสาลินี กล่าวต่ออีกว่า  ธปท.เองได้มีการติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอดรวมถึงได้มีการประเมินผลของมาตรการเป็นระยะอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันโดยเท่าที่รับทราบข้อมูลและการประเมินผลของมาตรการพบว่าสินเชื่อเองก็ไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างใด ซึ่งหากสินเชื่อไม่มีการเจริญเติบโตเลยธปท. เองก็คงจะต้องกลับมาคิดไตร่ตรองอย่างมากเนื่องจากหากประเทศไม่มีการเติบโตเลยคงไม่ใช่เรื่องที่จะสู้ดีนักสักเท่าไหร่ แต่หากอัตราการเติบโตมีมากจนเกินไปธปท.เองก็เกรงว่าจะนำไปสู่ปัญหาการเกิดฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์ได้ หากมาตรการ LTV ที่ออกไปมีผลทำให้ประเทศไม่มีการเติบโตเลย ธปท.เองก็คงจะหนักใจอย่างมากแต่หากอัตราการเติบโตมีมากจนเกินไป ธปท. เองก็กลัวว่าจะเกิดปัญหาฟองสบู่ขึ้นได้

สำหรับประเด็นเรื่องของการปรับระดับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นนั้นเกิดจากเมื่อตอนช่วงเวลาที่เศรษฐกิจชะลอตัวลง ธปท.ได้มีการยับยั้งไว้เล็กน้อยโดยไม่ได้ปล่อยให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลซึ่งเมื่อเวลาที่เศรษฐกิจเริ่มกลับมาเป็นปกติ  ธปท. ก็มีการปรับให้เป็นไปตามน้ำหนักของความเสี่ยงตามมาตรฐานสากลซึ่งมาตรการ LTV ที่ออกมาควบคุมถือว่าเป็นน้ำหนักความเสี่ยงตามมาตรฐานสากลโดยอาจจะเป็นมาตรการที่จะบังคับใช้ในระยะยาวซึ่งหากมาตรฐานสากลไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนธปท.เองก็คงจะไม่มีการปรับเปลี่ยนใดๆโดยจะเปรียบเสมือนกับน้ำหนักตามเกณฑ์ของธนาคารสำหรับธนาคารกลางและสถาบันการเงินระหว่างประเทศ (BIS) ซึ่งจะระบุว่าสินเชื่อใดมีน้ำหนักความเสี่ยงอยู่ที่เท่าใด

ตอนที่เราเริ่มบังคับใช้นั้นพอดีว่าเป็นช่วงปี 2551-2552 ซึ่งเศรษฐกิจชะลอตัวธปท.เลยมองว่าหากไปบังคับใช้ในช่วงนั้นในน้ำหนักที่เท่ากับมาตรฐานสากล  อาจจะหนักเกินไปสำหรับเศรษฐกิจจึงได้มีการผ่อนไว้เล็กน้อยโดยเราได้มีการพิจารณาถึงช่วงเวลาไว้แล้วจึงค่อยๆ ทยอยเข้าไปควบคุมตามภาวการณ์ที่เกิดขึ้น

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ