Loading

ราคาประเมินพุ่ง 50%ซื้อบ้านปีหน้า จ่ายภาษีเพิ่

วันที่ : 19 กรกฎาคม 2554
ราคาประเมินพุ่ง 50%ซื้อบ้านปีหน้า จ่ายภาษีเพิ่ม

สำนักประเมินราคาทรัพย์สิน กรมธนารักษ์ กำลังอยู่ระหว่างการสำรวจและปรับปรุงราคาประเมินที่ดินทั่วประเทศใหม่ และจะนำมาใช้สำหรับการจัดเก็บภาษีจากการทำนิติกรรมต่างๆเช่น การโอนบ้าน โอนที่ดิน ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2555 เป็นต้นไป

โดยภาพรวมราคาประเมินฉบับใหม่มีการปรับสูงขึ้นเฉลี่ย 15% เฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ราคาประเมินที่ดินเพิ่มขึ้นประมาณ 15-30% ส่วนราคาประเมินห้องชุดขยับขึ้นรวมๆ 15% แต่ที่น่าสนใจคือ ราคาประเมินตามแนวที่มีการก่อสร้างและขยายเส้นทางรถไฟฟ้าที่ราคาประเมินเพิ่มสูงขึ้นถึง 50%

คนซื้อบ้านเตรียมจ่ายค่าโอนเพิ่ม

ราคาประเมินที่ดินที่พุ่งพรวดในแนวรถไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง หรืออยู่ในแนวที่จะขยายเส้นทางในอนาคตนั้น จะส่งผลโดยตรงกับผู้ซื้อบ้าน หรือที่ดินในบริเวณนั้นๆ ในอนาคต เพราะยิ่งราคาประเมินสูงขึ้นมาก ก็ยิ่งต้องควักประเป๋าจ่ายภาษีโอนมากขึ้นตามไปด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้

ธำรง ปัญญาสกุลวงศ์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า การปรับฐานราคาประเมินที่ดินและห้องชุดขึ้นมามีผลให้ผู้บริโภคมีภาระในการจ่ายค่าธรรมเนียมการโอนที่สูงขึ้น โดยที่ผ่านมากลุ่มคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จส่วนใหญ่จะเจอกับค่าธรรมเนียมจากราคาประเมินที่สูงกว่าราคาซื้อจริงประมาณ10-15%

เช่นเดียวกับ สุนทร สถาพรเลขาธิการสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ที่เห็นว่าผลจากราคาประเมินใหม่ที่จะบังคับใช้ปี 2555 นั้นจะส่งผลกระทบหนักกับการจ่ายค่าธรรมเนียมการโอนที่จะเพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะผู้ที่ซื้อบ้านใกล้กับแนวรถไฟฟ้าที่ราคาประเมินใหม่ปรับสูงขึ้นถึง 50%

"ในรอบ 5 ปี ก่อนราคาประเมินที่ดินใน กทม. ปรับขึ้นเพียง 6% แต่รอบนี้ราคาประเมินใหม่ที่จะใช้ในปี 2555 ราคาเฉลี่ย กทม.ปรับขึ้น 15-30% โดยเฉพาะแนวรถไฟฟ้าที่ปรับขึ้นถึง 50-60% ขณะที่ราคาประเมินทั่วประเทศปรับขึ้น 15%ซึ่งราคาประเมินนั้นมีผลต่อการจ่ายภาษีการทำนิติกรรมต่างๆ จึงมีผลกับผู้ซื้อบ้านโดยตรง" สุนทร กล่าว

สำหรับโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบนั้น โครงการส่วนใหญ่จะอยู่ชานเมืองจึงทำให้ราคาที่ดินประเมินใกล้เคียงกับราคาตลาด ส่งผลกระทบกับการซื้อขายโครงการแนวราบน้อยกว่า โดยเฉพาะในการจ่ายภาษีค่าธรรมเนียมการโอนต่างๆ

ราคาซื้อ-ขายที่ดินมีสิทธิขยับตาม

ถึงแม้ว่าในทางทฤษฎีราคาประเมินที่ดินจะใช้เป็นราคาอ้างอิงในการจัดเก็บภาษีของภาครัฐเท่านั้น แต่ในทางปฏิบัติราคาประเมินมักมีส่วนในการใช้เป็นองค์ประกอบในการประเมินราคาซื้อ-ขายที่ดินด้วยเช่นกัน การขึ้นราคาประเมินจึงอาจมีผลทางอ้อมต่อราคาขายที่ดินได้เช่นกัน

ประเด็นนี้ทางนายกสมาคมอาคารชุดไทยเห็นว่าการประกาศปรับราคาประเมินราคาที่ดินใหม่ทุกครั้ง แม้ว่าจะเป็นเพียงตัวชี้วัดหนึ่ง ไม่ได้เป็นเกณฑ์ในการปรับราคาที่ดิน แต่ย่อมส่งผลต่อความเคลื่อนไหวของราคาที่ดิน และเป็นผลให้เจ้าของที่ดินปรับราคาซื้อขายขึ้น ซึ่งจะกระทบต่อต้นทุนในการซื้อที่ดินของผู้ประกอบการ และต้นทุนเหล่านี้ก็จะถูกผลักภาระไปยังผู้ซื้อโดยปริยาย

อย่างไรก็ตาม ต้นทุนหลักในการก่อสร้างบ้านขณะนี้มุ่งน้ำหนักไปที่ค่าจ้างที่จะมีการปรับใหม่ และราคาวัสดุที่เพิ่มขึ้นมากกว่าราคาประเมิน โดยในครึ่งปีหลังนี้ราคาจะปรับสูงขึ้นจากราคาน้ำมันในตลาดโลก แรงงานก่อสร้างที่ปรับสูงขึ้นส่งผลให้ดัชนีราคาที่อยู่อาศัยในครึ่งปีหลังเพิ่มสูงขึ้นด้วย

ต้นทุนก่อสร้างดันคอนโดขยับ 5%

อุทัย อุทัยแสงสุข รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัทแสนสิริ ขยายความว่า ปัจจัยที่จะกระทบต่อราคาคอนโดมิเนียมที่จะเปิดขายใหม่ในครึ่งปีหลังนี้ คงมาจากปัจจัยเรื่องต้นทุนค่าจ้างที่มีแนวโน้มขึ้นมากกว่าต้นทุนที่ดิน ถ้ามีการประกาศใช้อัตราค่าจ้างงานใหม่ที่ 300 บาท ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 40% จากอัตราค่าจ้างงานในปัจจุบันที่ 215 บาท

"การขึ้นค่าจ้างจะทำให้ต้นทุนค่าแรงงานเพิ่มขึ้น 6-7% ไม่รวมกับต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่ปรับขึ้นเช่นกัน และหากค่าที่ดินคงที่ คาดว่าราคาห้องชุดเปิดขายใหม่น่าจะปรับขึ้นอย่างน้อย 5%" อุทัย กล่าว

ส่วนราคาประเมินที่ดินที่เพิ่มขึ้นคงจะไม่มีผลต่อราคาซื้อขายจริงๆ มากนักเพราะราคาขายได้ปรับขึ้นไปแล้วก่อนหน้าที่จะมีการปรับราคาประเมิน เพียงแต่ในช่วงที่มีข่าวราคาประเมินขึ้น อาจทำให้ความเคลื่อนไหวของราคาที่ดินคึกคักขึ้นมาได้ แต่คงไม่ได้มากนัก

ดังนั้น อาจเป็นไปได้ว่า ก่อนที่จะมีการประกาศใช้ราคาประเมินใหม่จะมีการเร่งการซื้อ-ขาย บ้าน-ที่ดินกันอีกรอบ เพราะหลังจากวันที่ 1 ม.ค.2555 ถ้ารัฐบาลใหม่ยังไม่มีมาตรการลดค่าโอนมาใช้ ภาระจากภาษีโอนบ้านหรือที่ดินจะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ