Loading

ชงรื้อก.ม.อาคารชุดนิติบุคค

วันที่ : 7 กรกฎาคม 2554
ชงรื้อก.ม.อาคารชุดนิติบุคคล

นายธำรง ปัญญาสกุลวงศ์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย เปิดเผย"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า เมื่อไม่นานมานี้สมาคมได้หารือกับกรมที่ดินเพื่อแก้ไขพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) อาคารชุดปี 2552 ประเด็นการเรียกประชุมลูกบ้านของ นิติบุคคลอาคารชุด ให้มีเสียง 1ใน4 ถึงว่าครบองค์ประชุมและสามารถลงมติได้ แต่ในทางปฏิบัติไม่สามารถบังคับใช้ได้ เนื่องจาก อาคารชุดขนาดใหญ่ที่มีจำนวนห้องชุดมากๆ เช่น อาคารชุดนิรันดร์รามคำแหง 2 หลายอาคาร ที่มีจำนวนห้องกว่า 4,000 หน่วยต่อ 1 นิติบุคคล อาคารชุดเมืองทองธานี มีกว่า 1,000 ห้องต่อ 1นิติบุคคลอาคารชุด แฟลตปลาทอง ฯลฯ

"เมื่อเรียกประชุมลูกบ้านวาระสำคัญแต่ละครั้ง เช่น เลือกตั้งคณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุด ชุดใหม่เข้ามาบริหาร เมื่อคณะกรรมการชุดเก่าหมดวาระ จะไม่สามารถลงมติได้ เพราะจะมีลูกบ้านมาครั้งละมากที่สุด 100 กว่าคน จากที่กฎหมายกำหนดต้องได้เสียง 1ใน4 หรือหาก 1 นิติบุคคลอาคารชุดมีจำนวน 4,000 ห้อง ซึ่งจะต้องมาประชุมให้ได้ 1,000 ห้อง"

ดังนั้นในทางปฏิบัติจึงไม่ปรากฏว่ากระทำได้ และมีปัญหาตามมาว่า คณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุด จึงเป็นชุดเดิมที่ทำหน้าที่รักษาการคณะกรรมการชุดใหม่ และหากเกิดการตุกติก นำเงินค่าส่วนกลางของลูกบ้านไปหมุนใช้ในทางที่ผิด โดยไม่นำไปปรับปรุงสภาพภายในโครงการให้อยู่ในสภาพที่ดี จะมีปัญหาว่า ลูกบ้านที่ต้องการเอาผิดและเปลี่ยนกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดเหล่านั้น ไม่สามารถลงมติอะไรได้ เพราะเสียงไม่ได้ตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งที่ผ่านมาที่เสียงของลูกบ้านไม่ครบ ส่วนใหญ่เกิดจากความละเลยของลูกบ้านเอง ที่ซื้อเพื่อเก็งกำไร ฯลฯ

นายธำรง กล่าวต่อไปว่า กรมที่ดินควรทบทวนนำข้อกฎหมายอาคารชุดเดิมมาใช้ คือ หากเรียกประชุมครั้งแรก ไม่มา ให้ถือว่าการเรียกประชุมครั้งที่ 2 ถือว่าครบองค์ประชุม ไม่ว่าจะมากี่คนก็ตาม เช่น 100 ห้อง เรียกประชุมลงมติต่างๆมาเพียง 10 ห้อง แต่เมื่อเรียกประชุมใหม่ครั้งที่สอง มาเพียง 5 ห้องก็ให้ถือว่าเสียงแค่ 5 ห้องชุดที่มาประชุมตามนัดหมาย สามารถลงมติชี้เป็นชี้ตายได้

แหล่งข่าวจากกรมที่ดิน กล่าวว่า สาเหตุที่กรมที่ดินแก้ไขกฎหมาย กรณีนิติบุคคลอาคารชุด ประเด็น เสียงลูกบ้านต้องได้ 1ใน 4 จากจำนวนห้องทั้งหมด เพราะเกรงว่าหากใช้ข้อกฎหมายเดิม จะเกิดการผูกขาดของนิติบุคคลหรือเจ้าของห้องบางห้องที่สามารถใช้เสียงของตนเองลงมติหาประโยชน์จากทรัพย์ส่วนกลางและเงินค่าส่วนกลางได้

ด้านนายอนุวัฒน์ เมธีวิบูลวุฒิ อธิบดีกรมที่ดิน กล่าวว่าได้แก้ไขคำนิยามอาคารชุด เพื่อให้เป็นมาตรฐานในทางปฏิบัติ และป้องกันการนำบ้านเดี่ยว ห้องแถวมาจดทะเบียนอาคารชุด อย่างไรก็ดี อาคารชุดจะต้องมีความสูงไม่น้อยกว่า 3-4 ชั้น ขนาดห้องชุดต้องมีขนาดไม่น้อยกว่า 20 ตารางเมตรและมีห้องน้ำในตัว นอกจากนี้ การแก้ไขสัญญาจะซื้อจะขายอาคารชุดจะต้องผ่านอีไอเอ หรือการอนุญาตจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม จากสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.) ก่อนจึงจะเปิดขายได้ เป็นต้น

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

 

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ