Loading

กรมที่ดินเอาจริงใช้สัญญามาตรฐานกับธุรกิจคอนโด

วันที่ : 30 มิถุนายน 2554
กรมที่ดินเอาจริงใช้สัญญามาตรฐานกับธุรกิจคอนโดฯ

นายอนุวัฒน์ เมธีวิบูลวุฒิ อธิบดีกรมที่ดิน เปิดเผยว่า ร่างประกาศกฎกระทรวง ดำเนินการตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) อาคารชุดแก้ไขเพิ่มเติมปีพ.ศ.2552 เกี่ยวกับสัญญาจะซื้อจะขายดำเนินการแล้วเสร็จ เหลือเพียงการทำประชาพิจารณ์ครั้งสุดท้าย เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการ ผู้บริโภคและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคาดว่าจะประกาศใช้ภายในเดือนสิงหาคม 2554 นี้

สำหรับรายละเอียดของสัญญาจะซื้อจะขายที่จะประกาศเป็นกฎกระทรวงนั้น เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งในสัญญาดังกล่าวจะกำหนดว่าอาคารชุดหรือคอนโดมิเนียมโครงการใดที่จะเปิดขายหรือเปิดให้ประชาชนจองซื้อนั้นต้องเป็นโครงการที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ)รวมทั้งจะต้องได้รับใบอนุญาตก่อสร้างเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้เพื่อปกป้องให้ผู้ซื้อเพื่อให้ได้รับความเป็นธรรม

"ที่กรมต้องจัดการเรื่องนี้ เพราะที่ผ่านมามีหลายโครงการที่เปิดขายแล้วระยะหนึ่งหรือขายไปจนหมดโครงการแล้ว แต่ปรากฏว่าโครงการไม่ผ่าน สวล. หรือไม่ได้รับใบอนุญาตก่อสร้าง ทำให้ต้องคืนเงินให้แก่คนจอง หรือคนจองต้องใช้เวลานานกว่าจะได้เข้าอยู่อาศัย รวมทั้งการปรับแบบตามที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมกำหนด ซึ่งไม่เป็นธรรม" อธิบดีกรมที่ดินกล่าว

อย่างไรก็ตาม ก่อนจะประกาศใช้นั้นทางกรมก็จะต้องมีการจัดทำประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนหลังจากนั้นก็จะนำเสนอไปยังกระทรวงมหาดไทยซึ่งหากกระทรวงฯ และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)เห็นชอบก็สามารถประกาศใช้ได้เลย

สำหรับประเด็นเกี่ยวกับการแก้ไขนิยามอาคารชุดนั้น ขณะนี้คณะกรรมการร่างกฎหมายของกระทรวงเห็นชอบแล้ว โดยกำหนดไว้ว่าอาคารชุดจะต้องมีตั้งแต่ 3 ชั้นขึ้นไป ส่วนความสูงไม่ต้องกำหนด ขนาดห้องให้ยึดตามกฎหมายควบคุมอาคาร ส่วนขนาดของห้องจะต้องมีพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 20 ตารางเมตรและมีห้องน้ำในตัว รวมทั้งผู้ที่จะมาเป็นผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดจะต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักสูตรการบริหารจัดการอาคารชุดระยะสั้น โดยมีสถาบันอุดมศึกษาของภาครัฐให้การรับรอง ซึ่งในประเด็นนิยามอาคารชุดนั้นคาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 1 ปีจึงจะสามารถบังคับใช้ได้

นายอนุวัฒน์กล่าวว่า นอกจากนี้ยังจะมีการปรับเปลี่ยนแบบคำขอการจดทะเบียนอาคารชุด หรือ อช.24 ใหม่ เพื่อให้มีรายละเอียดเพิ่มมากกว่าแบบฟอร์มเดิม อาทิ เลขที่บัตรประชาชน สัดส่วนของผู้ซื้อชาวต่างชาติ ซึ่งจะทำให้กรมสามารถตรวจสอบได้ว่ามีเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ 49% หรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะมีข้อมูลให้เจ้าหน้าที่กรอกมากขึ้นแต่จะช่วยให้การดำเนินการของจดทะเบียนอาคารชุดทำได้เร็วขึ้น จากเดิมที่ต้องรอถึง 30 วัน ที่ยื่นขอจึงจะดำเนินการในขั้นตอนอื่นๆแต่ในการจดทะเบียนใหม่นี้หากได้รับการยินยอมจากเจ้าหนี้โครงการ ยินยอมให้เฉลี่ยหลักทรัพย์ก็สามารถจดทะเบียนได้เลย

นอกจากนี้ ข้อมูลที่ผู้ประกอบการได้ยื่นขอจดทะเบียนอาคารชุด เจ้าพนักงานจะจัดเก็บข้อมูลไว้ในศูนย์ข้อมูลของกรมที่ดินจากเดิมที่เก็บเป็นเอกสารเท่านั้น ส่วนข้อมูลของอาคารชุดที่จดทะเบียนตั้งแต่เริ่มมีกฎหมายอาคารชุดจนถึงปัจจุบันมีกว่า 4,000 อาคารจำนวน 750,000 หน่วย ทั่วประเทศ ปัจจุบันได้นำข้อมูลจัดเก็บไว้ในศูนย์ข้อมูลแล้วทั้งหมดแต่เนื่องจากเซิร์ฟเวอร์ของกรมที่ดินมีขนาดเล็กทำให้การเปิดดูข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตทำได้ล่าช้า ทำให้สามารถแสดงข้อมูลได้เพียง 80%ซึ่งปัจจุบันกรมที่ดินอยู่ระหว่างของบประมาณจัดซื้อจัดจ้างเซิร์ฟเวอร์ใหม่มูลค่าประมาณ 20 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถติดตั้งได้แล้วเสร็จในเร็วๆนี้ โดยประชาชนสามารถเข้าไปตรวจสอบหรือค้นหาอาคารชุดได้ทั่วประเทศ

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ